Blog

  • TREND FAST TRACK : Retail Trend

    TREND FAST TRACK : Retail Trend

    เมื่อโลกถูกรุกรานด้วยภัยธรรมชาติไม่เว้นแต่ละวัน ภาคประชาชนเองจึงเริ่มตื่นตัวต่อปัจจัยสิ่งแวดล้อมกันมากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าภาคธุรกิจเองก็ต้องปรับตัวให้เข้าถึงไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของลูกค้า เราจึงได้เห็นธุรกิจหลายรูปแบบ นำเสนอสิ่งใหม่ที่สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในธรรมชาติ โดย Trend Fast Track ในสัปดาห์นี้ ขอเสนอเรื่องราวของภาคธุรกิจค้าปลีกที่เกี่ยวพันกับชีวิตของเราในทุกวัน แล้วมาดูกันว่า แบรนด์เหล่านี้ทำอย่างไรกันบ้าง ในวันที่ผู้บริโภคมี ‘หัวใจสีเขียว’ กันมากขึ้น

     

    [แอฟริกา] กลุ่ม Shoprite มุ่งเป้า อีก 5 ปี Green 100%

    นับตั้งแต่ปลายปี 2019 เป็นต้นมา ขยะพลาสติกจากร้านค้าปลีกในเครือ ถูกนำมาผ่านกระบวนการเพื่อผลิตถุงพลาสติกใช้ใหม่อีกครั้ง โดยบริษัทฯ วางแผนระยะยาวว่าภายในปี 2025 บรรจุภัณฑ์พลาสติด 100% จะถูกนำไปใช้ใหม่ หรือนำไปผลิตใหม่

    โดยในปีที่ผ่านมา จำหน่ายถุงพลาสติกรีไซเคิล 645 ล้านใบที่ผลิตจากวัสดุที่ผู้บริโภคใช้แล้ว 100%  จากการแปรรูปพลาสติกในกองขยะ รวมถึงจำหน่ายถุง R3 “planet” 855,000 ใบ และให้เงินคืนลูกค้ารวม 200,000 แรนด์ (ประมาณ 380,000 บาท) สำหรับลูกค้าที่ใช้ถุงใช้ซ้ำ และยังมีกระบวนการรีไซเคิลพลาสติก 3,995 ตัน และการ์ดบอร์ด 33,658 ตันในระบบการกระจายสินค้า

    Credit: https://www.africanretail.com/the-shoprite-group-fights-packaging-waste-to-build-a-sustainable-future/

     

    Car-Free Furniture Stores

    [สวีเดน] IKEA เตรียมสร้างห้างใหม่ไร้ที่จอดรถ

    IKEA สวีเดน เตรียมทดลองสร้างห้างรูปแบบใหม่ ไม่มีที่จอดรถ เพื่อการบริหารจัดการพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เหมาะกับการสร้างในพื้นที่ที่อยู่ใกล้จุดเชื่อมต่อการเดินสร้างสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้าใต้ดิน รถเมล์ ฯลฯ รวมไปถึงเหมาะกับคนเดินเท้า และผู้ที่ปั่นจักรยานในชีวิตประจำวัน ซึ่งแน่นอนว่าจะสามารถลดมลพิษจากการใช้รถส่วนตัวในการเดินทาง แต่อย่างที่ทราบกันว่า IKEA มักจะมีสินค้าขนาดใหญ่ในห้าง จึงมีบริการนำส่งด้วยรถส่งของของบริษัทที่ล้ำสมัยยิ่งกว่า ด้วยการเป็นรถตู้ที่ใช้ไฟฟ้าเป็นพลังงานในการขับเคลื่อน

    Credit: https://www.trendhunter.com/trends/new-ikea-store

     

    Happy Hour-Themed Food Discounts

    [ฟินแลนด์] S-Market เปิดตัวแคมเปญ Happy hour เพื่อขายของที่ใกล้หมดอายุ

    นอกจากการรณรงค์ให้ใช้น้อยลง หรือใช้ของที่ดีต่อสภาพแวดล้อมแล้ว การใช้ทรัพยากรที่ถูกแปรรูปแล้วให้เต้มประสิทธิภาพที่สุดก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ควรให้ความสำคัญ S-Market เชนซูเปอร์มาร์เก็ตในฟินเแลนด์จึงออกแคมเปญ Happy-Hour หลังสามทุ่มของทุกวัน เพื่อระบายสินค้าที่กำลังจะหมดอายุในราคาลด 30-60% เพื่อผลในด้านการสูญเสียทรัพยากรวัตถุดิบที่จะต้องเหลือทิ้งให้น้อยลง และยังสามารถเพิ่มกำไรในการบริหารธุรกิจได้อีกด้วย โดยการออกแคมเปญนี้ ย่อมเป็นผลดีต่อการบริหารจัดการขยะสดจากของที่หมดอายุได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

    Credit: https://www.trendhunter.com/trends/soontoexpire-food

    ทั้งหมดทั้งมวลจะเห็นได้ว่า แคมเปญจากธุรกิจค้าปลีกเหล่านี้ ก็เกิดขึ้นมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ตระหนักต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น หากธุรกิจใดที่ไม่ปรับตัวเพื่อให้ตรงใจผู้บริโภค ก็อาจจะถูกหันหลังให้ในไม่ช้า ในทางกลับกัน หากคุณตระหนักต่อโลกตามผู้บริโภค ภาพขององค์กรหรือธุรกิจของคุณก็มีสิทธิ์จับจองพื้นที่ในหัวใจของผู้บริโภคได้อย่างง่ายดาย

    🔥 Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน 🔥 โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยคอนเซปต์แห่งอนาคตและการออกแบบ เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์

    #FutureLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch #TrendFastTrack2020 #WisdomDrivetheFuture

  • TREND FAST TRACK : Property Trend

    TREND FAST TRACK : Property Trend

    ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วทำให้พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนเปลี่ยนแปลงตาม ผู้คนเริ่มมีพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น หรือหลายคนเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ในโลกออนไลน์จนสนใจสิ่งต่างๆ รอบตัวน้อยลง สำหรับ Trend Fast Track สัปดาห์นี้จะพาทุกท่านเจาะลงไปในวงการสถาปัตยกรรมที่ออกแบบให้เกิดการเชื่อมต่อกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การเชื่อมคนกับคน คนกับสัตว์ และคนกับธรรมชาติ มีปัจจัยที่ใช้ในสถาปัตยกรรมสำหรับการเชื่อมต่อสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบพื้นที่ใช้สอย (Space Design) การกำหนดแนวคิดของภาพรวมโครงการ (Project Idea) ที่กระตุ้นให้เกิดกิจกรรมทางสังคม หรือการลดกรอบบางอย่างเพื่อที่จะสามารถเข้าถึงปัจจัยอีกหลายๆ อย่างได้มากขึ้น ซึ่งแนวโน้มเหล่านี้เห็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ลองมาดูกันว่าในแต่ละประเทศจะมีการดึงเอาแนวคิดของการเชื่อมต่อมาใช้กับงานสถาปัตยกรรมอย่างไรบ้าง [Africa] Balwin Properties to develop R9bn Munyaka in Waterfall credit: https://www.bizcommunity.com/Article/196/757/200458.html บริษัท Balwin Properties ประกาศแผนที่จะสร้าง Munyaka ในบริเวณน้ำตก ใน Johannesburg โครงสร้างของทะเลสาบ กำแพง เกตเฮ้าส์ ไลฟ์สไตล์เซนเตอร์ รวมไปถึงอพาร์ทเมนต์ที่จะค่อยๆสร้างภายในอีก 8 ปีข้างหน้า Munyaka แปลว่า “Crystal” ในภาษา Venda ซึ่งจะกลายเป็นเหมือนเพชรยอดมงกุฏในพอร์ทของบริษัทเลยทีเดียว เจ้าของโครงการคาดหวังว่ามันจะเป็น Lifestyle Estate ระดับประเทศ อพาร์ทเมนต์จะมีจำนวนถึง 5,020 ยูนิต มีทั้ง 1B, 2B, 3B ขายแบบ Full Furnish พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า นอกจากนี้ยังมี Ultra Luxurious Unit ที่อยู่ชิดกับทะเลสาปสามารถรับวิวได้ 180 องศา Balwin ทำข้อตกลงว่ากำลังจะสร้างทะเลสาปคริสตัลแบบนี้อีกใน 6 ย่านกลยุทธ์ ทะเลสาปที่ Munyaka นี้จะมีพื้นที่ขนาดกว้างประมาณ 7 สนามรักบี้ และจะมีอาคารสูง 50 เมตรซึ่งประกอบไปด้วยร้านอาหาร ห้องประชุม และzipline จากทาวเวอร์ห้อยมาลงทะเลสาป รวมไปถึงบ่อน้ำร้อน [South Africa] Why pet-friendly properties confer landlords with a distinct edge credit: https://www.bizcommunity.com/Article/196/569/200689.html สัตว์เลี้ยงถูกให้ความสำคัญและกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนแอฟริกามากขึ้น ความท้าทายคือพื้นที่พักอาศัยที่ Pet-Friendly นั้นขาดแคลน จัดกับ Demand ที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ผู้ประกอบการอสังหาฯหลายคนเลือกจะแบนสัตว์เลี้ยง แม้แต่ในประเภทบ้านที่มีพื้นที่สวน และแม้แต่สัตว์ขนาดเล็กอย่างนก โดยเฉพาะระดับกลาง-ล่าง โดยมุมมองของผู้ลงทุนมองสัตว์เท่ากับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น งานวิจัยอเมริกาบอกว่าอสังหาฯที่อนุญาตและไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์นั้นเกิดความเสียหายต่างกันน้อยมาก ค่าใช้จ่ายความเสียหายที่เกิดจากสัตว์นั้นน้อยกว่าที่เกิดจากเด็กมาก [Longisland] The ‘Woodhouse 2.0’ Blends Seamlessly into the Scenery credit: https://www.trendhunter.com/trends/woodhouse-20 ‘Woodhouse 2.0’ เป็นบ้านแห่งอนาคตที่ได้รับการออกแบบให้ผสมผสานอย่างกลมกลืนกับพื้นที่ป่าโดยรอบเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้หลบหนีจากความวุ่นวายบนท้องถนนในเมืองที่คึกคัก บ้านถูกจินตนาการในป่าสนโอ๊คในลองไอส์แลนด์และโดดเด่นด้วยการออกแบบเป็นวงกลมที่ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยขับรถขึ้นไปบนยอดอาคารเพื่อเข้าถึงการตกแต่งภายในผ่านบันได เปลือกของบ้านสามารถทำได้โดยใช้คอนกรีตผสมกับแผ่นไม้แนวตั้งที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้มันกลมกลืนกับภูมิทัศน์โดยรอบ [Finland] Emerald Envisioning for Luonnonmaa 2070 credit; https://www.archdaily.com/917780/a-green-vision-for-finland-in-2070 เกาะ Luonnonmaa ตั้งอยู่ทางตะตวันตกของหมู่เกาะ Archipelago ใกล้กับเมือง Turku มีขนาดเป็นครึ่งหนึ่งของ Manhattan และมีผู้คนอยู่อาศัยมากถึง 2000 คน มีลักษณะทางภูมิศาสตร์เป็นพื้นที่ธรรมชาติและพื้นที่ทางการเกษตร เกาะนี้เป็นพื้นที่หนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ทำให้ความหลากหลายทางธรรมชาตินั้นเสื่อมถอยลง โครงการนี้จึงต้องการที่จะจินตนาการภาพใหม่ถึงการต่อสู้ปัญหานี้ด้วยการสร้างการเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่เมืองกับธรรมชาติ สร้างโอกาสให้กับพื้นที่ธรรมชาติท่ามกลางการเจริญเติบโตและการเพิ่มขึ้นของจำนวนคนในเมือง ด้วยการ Redesign สถาปัตยกรรมบนเกาะให้แตกต่างและแสดงความเคารพต่อธรรมชาติมากขึ้น โดยจัดกิจกรรม Co-creative ขึ้นระหว่างคนพื้นที่ เจ้าหน้าที่รัฐ ผู้วางนโยบาย นักอนาคตวิทยา และสถาปนิก เพื่อพูดคุยและกำหนดวิสัยทัศน์ในอนาคตของเกาะในปี 2070ร่วมกัน [Australia] Hassell + OMA ออกแบบพิพิธภัณฑ์ใหม่ใน Western Australia ภายใต้แนวคิด Collection of stories credit: https://www.archdaily.com/930564/new-museum-for-western-australia-hassell-plus-oma?ad_source=search&ad_medium=search_result_all พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะมีการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างอาคารดั้งเดิมและอาคารใหม่ ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่คนท้องถิ่นและชาวต่างชาติจากทั่วโลกจะมาเจอกันเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในอดีตและหาโอกาสใหม่ๆในอนาคต พื้นที่จึงถูกแบบมาให้สร้างการมีส่วนร่วมและการทำงานร่วมกันของผู้คน ทำให้เกิดการสนทนา สร้างแรงบันดาลใจ และให้ความรู้ มีประโยชน์กับทุกคน เพื่อตอบสนองความต้องการของตัวพิพิธภัณฑ์และคนในพื้นที่ และยังช่วยฟื้นฟูพื้นที่ทางวัฒนธรรมของเมือง Perth นำเสนอวัฒนธรรมของชาวออสเตรเลียตะวันตกที่มีความหลากหลายทางทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ออกสู่สายตาเวทีโลก [Italy] iotti + pavarani architects designs europe’s largest open air venue credit: https://www.designboom.com/architecture/iotti-pavarani-architetti-tassoni-partners-lauro-sacchetti-associati-rcf-arena-reggio-emilia-italy-02-11-2020/ iott + pavarani Achitech studio ได้ออกแบบคอนเสิร์ตอารีน่าที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ภายใต้ชื่อว่า RCF Arena ที่จะถูกสร้างขึ้นในเมือง emilia romagna ประเทศอิตาลี โดยโครงการจะแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2563 ซึ่งเป้นโครงการแรกในยุโรปที่ได้รับการออกแบบสำหรับการแสดงดนตรีสดในพื้นที่เปิดโล่ง ในส่วนของ The green arena สามารถรองรับผู้เข้าชมได้มากถึง 100,000 คน ในพื้นที่ที่มีความลาดชัน 5% รับประกันได้ว่าผู้เข้าชมจะสามารถได้รับมุมมองที่ดีสมบูรณ์แบบและระบบเสียงที่เหมาะสมที่สุด และในส่วนของ Concert area ได้มีการออกแบบพื้นที่สำหรับงานอีเว้นท์ระดับชาติ รอบรับฝูงชนได้ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก โดยทั้งนี้จุดประสงค์ในการออกแบบอารีน่านี้มีขึ้นเพื่อสร้างความเป็นธรรมชาติให้กับสังคมและวัฒนธรรมและสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้กับเศรษฐกิจของเมืองให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น 🔥 Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน 🔥 โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยคอนเซปต์แห่งอนาคตและการออกแบบ เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launchออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์

    #FutureLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch#TrendFastTrack2019 #WisdomDrivetheFuture

  • TREND FAST TRACK : Aging Society Trend

    TREND FAST TRACK : Aging Society Trend

                    ปัจจุบัน 1 ใน 9 ของประชากรโลกมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเป็น 1 ใน 5 ภายในปีค.. 2050 ซึ่งองค์การอนามัยโลก (World Health Organization) คาดการณ์เป็นตัวเลขผู้สูงอายุทั่วโลกที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปจะเพิ่มเป็น 2 พันล้านคน หรือร้อยละ 22 ทั้งนี้แต่ละประเทศจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย หรือ Aging Society ปัจจุบันหลายธุรกิจให้ความสำคัญในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์บุกตลาดผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจากการศึกษาวิจัยเรื่อง THE FUTURE TREND OF AGING SOCIETY 2020-21 (Baramizi Lab 2019) พบว่าแนวโน้มของผู้สูงอายุเริ่มมีการเรียนรู้ เปิดรับ และปรับตัวเข้ากับยุคสมัยใหม่มากขึ้น ต้องการเรียนรู้และลองสิ่งใหม่ และมั่นใจในการใช้ชีวิต จากกรณีศึกษาเราพบว่า หลายๆ ธุรกิจได้ออกแบบรูปแบบพัฒนาสินค้าและบริการให้น่าใช้ ตอบสนองทั้งฟังก์ชันการใช้งาน รสนิยม และความต้องการของผู้สูงอายุยุคใหม่ ให้ผู้สูงอายุสามารถที่จะกล้าออกมาใช้ชีวิตด้วยความเชื่อว่าผู้สูงอายุยังสามารถทำอะไรได้อีกมาก

                    สำหรับ Trend Fast Track สัปดาห์นี้จะพาทุกท่านเจาะลงไปในวงการธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Aging Society ด้วยแนวโน้มที่มีชื่อว่า They can Do ความสูงอายุจะไม่เป็นข้อจำกัดของการใช้ชีวิตอีกต่อไป ผู้สูงอายุก็สามารถจะทำอะไรก็ได้ ซึ่งจะมี case Study ที่น่าสนใจอะไรบ้างลองไปดูกันครับ

    1.LUXURY TRAVEL FOR SENIORS IN PERU

     [PERU] Totally Latin America เป็นบริษัทท่องเที่ยวที่อยู่ในปานามาที่มีประสบการณ์การสร้างเส้นทางการท่องเที่ยวในประเทศแถบอเมริกาใต้ ซึ่งในปี 2020 นี้ Totally Latin America ได้สร้างเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ในประเทศเปรูสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ เพราะแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นความใฝ่ฝันของหลายๆ คนแต่ก็มีหลายคนที่กว่าจะมีโอกาสได้ไปอายุก็มากแล้ว ดังนั้นเส้นทางท่องเที่ยวนี้จึงเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่เหมาะกับผู้สูงอายุที่ต้องการทำตามความฝันในการท่องเที่ยวในประเทศเปรูที่มีที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น Machu Picchu โดยใช้คนในพื้นที่ที่เชี่ยวชาญภูมิประเทศสร้างเส้นทางใหม่ที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุมากที่สุด รวมถึงการบริการต่างๆ ที่ช่วยลดความลำบาก และเพิ่มความสะดวกสบายสูงสุดสำหรับผู้สูงอายุ Credit : Source

    2.Row-1 รถเข็นสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุที่ช่วยให้การเดินทางโดยสายการบินเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น

    [UK] Row-1 ผลงานออกแบบรถเข็น โดย Ciara Crawford ที่เพิ่งได้รับรางวัล Discovery of the Year และ รางวัล Platinum Award ที่งาน European Product Design Awards 2562 โดยรถเข็นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อผู้พิการและผู้สูงอายุให้สามารถเคลื่อนที่ครอบคลุมได้ตั้งแต่จุดเช็คอินไปจนถึงภายในสนามบินได้อย่างไม่ติดขัด ทั้งนี้ The Row-1 มุ่งหวังที่จะปรับปรุงประสบการณ์การเดินทางในสนามบินให้ได้รับความสะดวกสบายมายิ่งขึ้น จากปัญหาเรื่องของความไม่สบายที่ต้องเปลี่ยนที่นั่งให้กับคนพิการทุกๆครั้ง โดยรถเข็น Row-1 นี้ จึงมาพร้อมกับการออกแบบที่ตัวรถเข็นสามารถเคลื่อนเข้าไปซ้อนรวมเข้ากับเก้าอี้ได้เลย ด้วยวิธีนี้ผู้โดยสารจึงไม่จำเป็นต้องถูกเปลี่ยนนั่งตลอดการเดินทาง และรถเข็นคนพิการนี้ได้มีการติดตั้งเข็มขัดนิรภัยในตัว จอยสติ๊กสำหรับควบคุมแบบแมนนวล รวมถึงมีพื้นที่ใต้เก้าอี้สำหรับเก็บกระเป๋าด้วย ซึ่งถือว่าเป็นรถเข็นที่มีประโยชน์อย่างมากในสนามบิน Credit : Source

    3.เทคโนโลยีเพื่อการใช้ชีวิตอย่างอิสระและปลอดภัยของผู้สูงอายุ

    [Australia] Billy เทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้สูงอายุที่อยู่อาศัยเพียงคนเดียว สามารถพึ่งพาตนเองได้ และใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น โดยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันของคุณและส่งข้อความอัปเดตให้กับครอบครัวคุณได้ โดยผู้ใช้งาน Billy กล่าวว่า เธอต้องการความรู้สึกปลอดภัยโดยที่ไม่ต้องรบกวนสมาชิกในครอบครัวและคนในครอบครัวก็ไม่ต้องมารบกวนเธอเช่นกัน Billy เป็นเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ไม่ทำให้ผู้สูงอายุถูกรบกวนจากเทคโนโลยี ไม่มีกล้อง ไม่มีไมโครโฟนให้เห็น ไม่ต้องสวมใส่อุปกรณ์ หรือต้องกดปุ่มอะไรวุ่นวาย และไม่รู้สึกว่าถูกรุกรานหรือรบกวนวิถีชีวิตปกติ Credit : Source

    4.Japanese Bar for Aging

    [Japan] บาร์ในญี่ปุ่นหัวใส เปิดให้ผู้สูงอายุวัย 65 ปีขึ้นไปเท่านั้น มีเครื่องดื่มขนมให้บริการ ในบาร์แห่งนี้มีเครื่องดื่มและขนมให้บริการ มากไปกว่านั้น จะมีผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้สูงวัยมืออาชีพประจำในบาร์เพื่อคอยดูแลส่วนพื้นที่ภายในบาร์ออกแบบมาเพื่อผู้สูงวัยโดยเฉพาะ สำหรับผู้สูงวัยท่านใดที่นั่งรถเข็น ทางร้านก็พร้อมให้บริการนอกจากนั้น สำหรับลูกค้าสูงวัยที่ไม่สะดวกในการเดินทางออกนอกบ้าน ทางร้านจะมีรถรับส่งที่ออกแบบมาสำหรับผู้สูงวัยโดยเฉพาะเพื่อบริการบาร์แห่งนี้เกิดขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์สังคมสูงวัยของญี่ปุ่นที่มีผู้สูงวัยอายุเกิน 70 ปีมากกว่า 1 ใน 5 ของประชากรทั้งประเทศ รวมถึงเป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้สูงวัยที่ต้องการออกมาพักผ่อนนอกบ้านด้วย Credit : Source

    5.Disney’s Grand Adventure is for Grandparents and Grandkids

    [USA] Walt Disney World จัดทำแพ็คเกจสวนสนุกสำหรับครอบครัวที่พร้อมให้บริการเพื่อความสะดวกสบายเพื่อเชื่อมโยงปู่ย่าตายายกับลูกหลานของพวกเขา ด้วยแพ็คเกจ ‘Grand Adventure’ แพ็คเกจสวนสนุกที่เหมาะสำหรับครอบครัวดิสนีย์ให้ความสำคัญกับ “Classic Disney Moments” เช่น ‘Toy Story Land’ พร้อมกับสถานที่น่าดึงดูด การแสดง และการรับประทานอาหารอื่น บริษัท ยังนำเสนอประสบการณ์พิเศษที่คัดสรรมาสำหรับเด็ก และการผจญภัยที่ต้องทำหากปู่ย่าตายายกำลังเดินทางกับลูกหลาน นอกจากนี้ยังมีโรงแรมรีสอร์ทจำนวนมากที่เน้นไปที่สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง สำหรับผู้สูงอายุ Credit : Source

    6.Living Out is the Ideal Place for LGBTQ Seniors

    [USA] ‘Living Out’ ตั้งอยู่ในปาล์มสปริง นำเสนอชุมชนเกษียณสำหรับผู้สูงอายุ LGBTQ ที่ต้องการมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่สวยงามอบอุ่นเป็นกันเองและปลอดภัยบ้านพักหลังเกษียณแห่งนี้มีการออกแบบขนาดใหญ่และสง่างาม พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนรีสอร์ท ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงเช่น ทัศนียภาพที่งดงาม ร้านเสริมสวย สระว่ายน้ำ สตูดิโอนวดสนาม pickleball ศูนย์ออกกำลังกายและอื่น นอกจากนี้ผู้สูงอายุ LGBTQ สามารถเพลิดเพลินกับบริการจากเจ้าหน้าที่ดูแล แขก และประสบการณ์ความบันเทิงหลากหลายที่ขยายไปถึงการรับประทานอาหารที่หรูหรา และแม้กระทั่งโรงละครส่วนตัว นี่เป็นวิธีการใหม่ในการเกษียณเนื่องจากมีสถานที่ไม่มากนักที่รองรับผู้สูงอายุ LGBTQ Credit : Source

    7.ฟินแลนด์แจกคูปองให้ผู้สูงวัยใช้บริการยิมฟรี

    [Finland] นายกเทศมนตรีเมืองคูร์ริกา ในฟินแลนด์ ทำโครงการให้ผู้สูงอายุได้ใช้บริการสถานออกกำลังกายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย กระตุ้นให้ผู้สูงวัยออกกำลังกายมากขึ้น โดยหวังผลว่าหากผู้สูงอายุสุขภาพร่างกายแข็งแรงก็อาจประหยัดค่าใช้จ่ายและสวัสดิการในการรักษาพยาบาลผู้สูงอายุลงได้ โดยสมาชิกจะได้รับสายคาดที่บันทึกข้อมูลการออกกำลังกายและให้คำแนะนำในการใช้เครื่องออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุแต่ละคนได้ด้วย Credit : Source

    8. How Brazil adapts to aging

    [Brazil] Oldyssey พูดถึงผู้สูงอายุที่จ้องมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเพราะพวกเขาเหล่านั้นก็เป็นประชากรบนโลกเหมือนกันกับเราทุกคน แต่คนกลุ่มนี้กลับถูกมองข้ามหรือปล่อยปะละเลย Oldyssey จึงต้องการให้คนมองผู้สูงอายุในอีกมุมหนึ่ง เป็นมุมที่สะท้อนความคิด ความรู้สึกของผู้สูงอายุ ผ่าน VDO และใช้กิจกรรมต่างในการสร้างกิจกรรมสำหรับคนกลุ่มนี้ รวมไปถึงกิจกรรมที่เชื่อมระหว่างคนในรุ่นต่างๆ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้สูงอายุ Credit : Source

     🔥 Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน  🔥 โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซปต์แห่งอนาคต เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์

    #FutureLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch#TrendFastTrack2020 #WisdomDrivetheFuture

  • TREND FAST TRACK : Digital Transformation Trend

    TREND FAST TRACK : Digital Transformation Trend

    ในโลกแห่งการแบ่งปัน “ความฉลาด” ระหว่างความฉลาดของมนุษย์และความฉลาดของเครื่องจักร องค์ความรู้ที่มนุษย์สะสมกันมาตั้งแต่สมัยโบราณและถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นจนมาถึงยุคปัจจุบันกำลังจะถูกฝากเอาไว้ที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งสามารถเรียนรู้องค์ความรู้ทั้งหมดของมนุษย์ได้ในเวลาเพียงไม่นาน จนเกิดเป็นการสร้างความสัมพันธ์ขึ้นระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร (Man-machine Relationship) ด้วยการผสานกันในเชิงกายภาพ (Hybridization) และการมีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างเครื่องจักรกับมนุษย์  (Interaction) ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่มั่นคงและต่อเนื่องมากกว่าแค่ความสัมพันธ์ในรูปแบบการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายตามคำสั่ง

    ในขณะที่แนวคิดเรื่องการทำร่างกายเสมือน (Augmented Body) เช่น การปลูกถ่ายอวัยวะเทียม และการทำจิตใจเสมือน (Augmented Mind) เช่น การสร้างและเคลื่อนย้ายความทรงจำ (Hypermemory) ที่เราพบเห็นในหนังนิยายวิทยาศาสตร์นั้นมีอิทธิพลอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตมนุษย์ อ้างอิงจากรายงานของ Knowledge Sourcing ระบุว่า ตลาดของ “Connected Brain” จะมีมูลค่าสูงถึง 1.84 บิลเลี่ยนดอลลาร์ในปี 2023 นำโดย Neuralink บริษัทร่วมทุนก่อตั้งโดยอีลอน มัสก์ เจ้าของแบรนด์ Tesla และนวัตกรคนสำคัญของโลกในยุคปัจจุบันที่มีการใช้เทคโนโลยีเชื่อมสมองมนุษย์เข้ากับคอมพิวเตอร์เพื่อความก้าวหน้าทางการแพทย์และปัญญาประดิษฐ์
    Photo Credit : Neuralink
    Image result for neuralinkImage result for neuralink
    จากข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมด Trend Fast Track ประจำสัปดาห์นี้จึงขอนำเสนอกรณีศึกษาจากทั่วโลกเรื่องการนำเทคโลยีมาเพิ่มศักยภาพในตัวมนุษย์

    [สวีเดน] Brainlit สตาร์ทอัพสัญชาติสวีเดนทำ BioCentric Lighting ระบบแสงภายในที่เลียบแบบแสงจากธรรมชาติและปรับให้เข้ากับพฤติกรรมของมนุษย์ผู้ใช้งานในพื้นที่นั้นๆได้ ด้วยการเรียนรู้ผ่านระบบ Sensors และ Algorithm

    ปัจจุบันคนเราใช้ชีวิตอยู่ภายในอาคารมากกว่าข้างนอก ทำให้โอกาสในการรับแสงจากธรรมชาติน้อยลง เป็นจุดเริ่มต้นของ Brainlit ที่อยากให้มนุษย์สัมผัสกับแสงธรรมชาติแม้อยู่ในอาคาร โดยแสงที่ใช้เป็นเทคโนโลยี Biocentric Light ที่ปรับเปลี่ยนแสงตามความต้องการและกิจกรรมเฉพาะบุคคลที่อยู่ในพื้นที่ของแสงนั้นๆ ด้วยการวิเคราะห์ค่าจาก Sensors และ Algorithm ลูกค้าปัจจุบันมีทั้งกงศุลของสวีเดนในฮ่องกงและ Medicon Village ในเมือง Lund ของสวีเดน โดยสตาร์ทอัพรายนี้สามารถระดมทุนจากนักลงทุนได้มากถึง 350 ล้านบาทโดยประมาณ
    Credit : oresundstartups.com

    Image result for BrainlitImage result for Brainlit

    [เดนมาร์ก] Corti : AI Digital Assistant ที่สามารถช่วยชีวิตคนจากโรคหัวใจเอาไว้ได้ ด้วยการวิเคราะห์เสียงของคนที่โทรเข้ามาทางโทรศัพท์ฉุกเฉินของโรงพยาบาล และประมวลผลแจ้งให้กับเจ้าหน้าที่อย่างรวดเร็ว

    ในปัจจุบัน AI และเทคโนโลยีขั้นสูงถูกเอามาใช้ในกระบวนทางการแพทย์เยอะมาก แต่ในขั้นตอนของการช่วยเหลือฉุกเฉินอย่างสายด่วนเรียกรถพยาบาลหรือสายด่วนแจ้งเหตุฉุกเฉินซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญและมีผลต่อความเป็นความตายมากที่สุดกลับไม่ค่อยมีเทคโนโลยีมาช่วยเหลือมากนัก จึงเกิดเป็นแนวคิดในการออกแบบเจ้า AI Digital Assistant นี้ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาลดเวลาในการส่งทีมเข้าไปช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินที่โทรเข้ามาที่สายด่วน โดยเจ้า Corti จะมีลักษณะเหมือนโคมไฟที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานของเจ้าหน้าที่ ให้แสงอ่อนๆ ที่ดูเป็นมิตรและดึงดูด Corti จะช่วยวิเคราะห์น้ำเสียง รูปประโยค การเต้นของหัวใจ และลมหายใจของคนที่โทรเข้ามา จากนั้นแสดงผลให้เจ้าหน้าที่รู้ จากการทดลองใช้พบว่าได้ผลที่แม่นยำกว่าการวิเคราะห์ของมนุษย์ โดย Corti แม่นยำ 93% ส่วนมนุษย์แม่นยำ 73% อย่างไรก็ตามโครงการนี้ยังมีอุปสรรคเรื่องความกลัวของมนุษย์ในการฝากความเป็นความตายไว้กับการวิเคราะห์ของ AI
    Credit : corti.ai

    Image result for corti aiImage result for corti ai

    [สหรัฐฯ]  ฝึกหุ่นยนต์ AI ให้เรียนรู้การรบจากสมองของ “เกมเมอร์”!

    ทีมวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์หรือ AI จาก University of Buffalo ได้วางแผนที่จะเรียนรู้สมองและการเคลื่อนไหวดวงตาของเกมเมอร์ทั้งหมด 25 คนขณะเล่นเกม จากนั้นนักวิจัยจะใช้ข้อมูลที่ได้มาจากเกมเมอร์เพื่อนำไปฝึก AI ต่อไป สำนักงานโครงการวิจัยขั้นสูงด้านการป้องกันประเทศสหรัฐอเมริกาหรือที่รู้จักกันดีในนาม DARPA ได้มอบเงินทุนจำนวน 316,000 เหรียญสหรัฐแก่นักวิจัยจาก Souma Chowdhury ซึ่งนักวิจัยได้สร้างเกมวางแผนการรบแบบเรียลไทม์สำหรับการวิจัยโดยใช้เวลาประมาณ 5 ถึง 10 นาทีในการเล่นให้จบใน 1 เกม โดยนักวิจัยระบุว่า ให้เกมเมอร์เล่นเกมประเภทนี้คนละ 6-7 รอบก็จะได้ข้อมูลที่เพียงพอสำหรับการฝึก AI นักวิจัยกล่าวว่า “มนุษย์มีความสามารถในการวางกลยุทธ์ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่ง AI ไม่สามารถเรียนรู้จากที่ไหนได้ สิ่งที่เราเห็น AI กระทำนั้นค่อนข้างเป็นสภาวะที่แน่นอน แต่หากต้องมีการพลิกแพลงก็ยังสู้มนุษย์ไม่ได้” ท้ายสุด ทีมวิจัยระบุว่าข้อมูลดังกล่าวสามารถใช้ฝึกหุ่นยนต์ทั้งภาคพื้นและอากาศได้
    Credit : futurism.com

     

    [แอฟริกา] ใช้ AI ในการสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ของเด็กๆ ในซิมบับเว

    เทคโนโลยี Open-Source จากซิมบับเว “Tress of Knowledge” เกิดจากความตั้งใจของ William Sachiti ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และเจ้าของ Startup สถาบันด้านหุ่นยนต์เพื่อการศึกษาของแอฟริกา อ้างอิงจาก UNESCO เด็กๆใน Sub-saharan Africa ในช่วงวัยปฐมวัยสูงขึ้นสองเท่าตั้งแต่ 1990 และ 1 ใน 5 ของเด็กกลุ่มนี้ต้องอยู่นอกโรงเรียน Sachiti เห็นศักยภาพของ Smartphone ในการเพิ่มการเข้าถึงการศึกษา จากตัวเลข 23% ของคนใน Sub saharan Africa เข้าถึง Smartphone และคาดว่าจะขึ้นไปถึง 39% ในอีก 5 ปี เทคโนโลยีสามารถทำให้ Landmark ในชานเมืองปล่อยสัญญาณ Wifi พร้อม Content การศึกษา ใครก็ตามในระยะ 100 เมตร เข้าถึงข้อมูลได้ฟรี โดยไม่ต้องพึ่งเครือข่ายอินเตอร์เนต และ Landmark นี้ยังใช้เป็นที่ชาร์ตมือถือพลังงานแสงอาทิตย์อีกด้วย
    Credit : techinafrica.com

    Africa Zimbabwean AI Expert and Entrepreneur Develops Open-sourced Technology to Improve Access to Education

    จากกรณีศึกษาที่เรานำมาเล่าทั้งหมดจะเห็นว่า AI ถูกนำไปใช้กับทั้งการฝึกยุทธวิธีทางสงคราม ในขณะเดียวกันก็ถูกใช้ในการช่วยเหลือชีวิตมนุษย์ รวมถึงภาพความกลัวที่เรามีต่อ AI ว่ามันจะมาแย่งงานมนุษย์ จะรุกขึ้นมาต่อต้านทำสงครามกับมนุษย์ แต่เหรียญมี 2 ด้านเสมอ อยู่ที่มุมมองและวิธีที่เรานำมันไปใช้

     Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน  โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซปต์แห่งอนาคต เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์

    #FutureLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch#TrendFastTrack2019 #WisdomDrivetheFuture

  • TREND FAST TRACK : Hotel&Tourism Trend

    TREND FAST TRACK : Hotel&Tourism Trend

    “ใครว่าประสบการณ์ดีๆ และความสุขมักอยู่ที่จุดหมายปลายทางอย่างเดียวเท่านั้น”

    หากพูดถึงประสบการณ์และความสุขในการท่องเที่ยว เชื่อว่าหลายๆ คนมักนึกถึงจุดหมายปลายทางรวมถึงสถานที่ที่คุณไฝ่ฝันอยากจะไป มีเพียงน้อยคนนักที่จะนึกถึงเรื่องราวระหว่างการเดินทาง ด้วยเหตุนี้แบรนด์จึงเห็นโอกาสที่จะเติมเต็มความสุชและประสบการณ์ดีๆ ในระหว่างการเดินทางให้กับผู้บริโภคได้จดจำมากขึ้น

    Trend Fast track ประจำสัปดาห์นี้จึงขอนำเสนอการออกแบบประสบการณ์ใหม่ๆ ระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวที่แบรนด์พยายามนำเสนอเพื่อการเดินทางที่พิเศษยิ่งขึ้น

     

    (USA) The ‘Wayfinder’ App Guides Users on Multi-Day Adventures Application ‘Wayfinder’ เป็นแผนที่และคู่มือการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวoutdoor ที่จะช่วยให้พวกเขาได้เพลิดเพลินกับการเลือกการเดินป่าโดยไม่ต้องกังวลว่าจะหลงทางและเสียเวลาในการเตรียมการ แอพนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลือกเส้นทางเฉพาะที่พวกเขาต้องการ นอกจากนั้นจะให้ข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมด เพื่อสำรวจเส้นทางของพวกเขาอย่างปลอดภัย ซึ่งรวมถึงช่วงเวลาที่ดีที่สุดของปี วิธีการเดินทางใบอนุญาตที่จำเป็นต้องใช้ รายละเอียดการเตรียมอุปกรณ์เพื่อการแคมป์ปิ้ง และอื่น ๆ ซึ่ง ‘Wayfinder’ จะช่วยให้นักเดินทางได้รับแผนที่เส้นทางภูมิประเทศที่พิมพ์ได้เพื่อเก็บไว้ในแพ็คของพวกเขาเพื่อหาทางในแบบที่ล้าสมัยหรือดาวน์โหลดรายละเอียดเพื่อดูบนสมาร์ทโฟนเมื่อต้องเดินทางเข้าป่าแล้วไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต Credit: Betalist.com

     

    (Iceland) สนามบินที่ไอซ์แลนด์นำระบบ Facial Recognition มาใช้ในการตรวจคนเข้าเมือง Keflavik International Airport สนามบินแห่งหนึ่งในไอซ์แลนด์ มีการนำตู้ตรวจคนเข้าเมืองอัตโนมัติในระบบจดจำใบหน้าสำหรับ Schengen Member States ดำเนินการโดยBorderXpress มาใช้ที่สนามบินเพื่อการบริการที่รวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น รองรับจำนวนคนเข้าออกพื้นที่ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น Credit: Standbynordic.com

     

    (New Zealand) Air New Zealand จับมือกับแบรนด์ฟิตเนส Les Mills ในการออกแบบกิจกรรมออกกำลังกายขณะที่ผู้โดยสารเดินทางบนเครื่อง กิจกรรมดังกล่าวออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เรื่องสุขภาพสำหรับผู้บริโภคกลุ่ม Cutting-eadge (หัวก้าวหน้า) โดยมีการออกแบบท่าทางการออกกำลังกายแบบ Low Impact เหมาะกับการออกกำลังกายขณะนั่งอยู่กับที่ เพื่อทำให้ผู้เดินทางรู้สึกสดชื่นและพร้อมท่องเที่ยวเมื่อเดินทางไปถึงสถานที่ปลายทาง โดยกิจกรรมนี้ฟรีสำหรับผู้โดยสารทุกคนบนไฟล์ท Economy และ Business Premier  ของ Air New Zealand Credit: Trendhunter.com

     

    (UK) Celebrity APEX เรือสำราญลำใหม่จาก Celebrity Cruises ที่จะเปลี่ยนประสบการณ์การเดินทางบนเรือให้พิเศษกว่าที่ไหนๆ เรือสำราญ Celebrity Apex ของสายเรือ Celebrity Cruises จะได้ฤกษ์เปิดตัวในปี 2020 โดยเปิดตัวเส้นทางแรก เดือนเมษายนจะล่องในทะเลแถบเมดิเตอร์เรเนียน ออกจากท่าเรือ Southampton และ เดือนพฤศจิกายน ล่องในแถบแคริบเบียน ออกจากท่าเรือ Ft. Lauderdale เป็นต้นไป เรือสำราญ Celebrity Apex  รองรับผู้โดยสารได้ถึง 2,918-3,373 ท่าน ถือเป็นการออกแบบที่ล้ำสมัยที่สุด ภายในเรือมีห้องพักหรูหรา สามารถควบคุมระบบทุกอย่าง ทั้งปรับแสง ม่านกันแดด และอุณหภูมิห้อง ด้วยฝีมือการออกแบบของ เคลลี่ ฮอบเพน เปิดตัวด้วยห้องแบบมีระเบียง “อินฟินิต เวรันดา” เพียงกดปุ่มผนังด้านในและด้านนอกจะเปิดออก โซนพักผ่อนทั้งหมดสามารถปรับเปลี่ยนเป็นระเบียงได้ทุกเมื่ออย่างไร้ขอบเขต  มีการเพิ่มห้องสวีทมากขึ้นกว่าเดิมเป็นสองเท่า และมีห้องดีไซด์พิเศษอีก 2 แบบ นั่นก็คือ ห้อง “ไอโคนิค สวีท” ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บนจุดสูงสุดของโลก  มาพร้อมวิวแบบพาโนรามิก มากไปกว่านั้นบนเรือ Celebrity Apex ยังมีไฮไลท์เด็ดอีกหลายโซน อาทิเช่น  Resort Deck มีทั้งสระว่ายน้ำ ลานอาบแดด และสวนลอยฟ้า สนุกไปกับกิจกรรมต่างๆ รวมไปถึง จุดชมวิว “Magic Carpet”  เป็นส่วนที่ยื่นออกมาจากตัวเรือ สามารถเลื่นขึ้นและลงจากชั้น 2 ขึ้นไปสูงสุดถึงชั้น 16 ทุกท่านจะได้สัมผัสกับทัศนียภาพอันงดงาม และบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ได้สูดกลิ่นอายของท้องทะเล Credit: Travelweekly.com

    ทั้งหมดนี้เป็นการออกแบบประสบการณ์ระหว่างการเดินทางในด้านต่างๆ ที่ช่วยให้ผู้บริโภคได้รับความสะดวกสบาย ความสุข รวมถึงประสบการณ์ใหม่ๆ ที่โดนเด่นไม่แพ้จุดหมายปลายทางเลยทีเดียว ดังคำกล่าวของคุณ​ Roy M. Goodman ได้กล่าวไว้ว่า “บางครั้งความสุขของการเดินทาง อยู่ในระหว่างที่ไป ไม่ใช่แค่จุดหมายปลายทาง”

     Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน   โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซปต์แห่งอนาคต เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์

    #FutureLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch #TrendFastTrack2020 #WisdomDrivetheFuture

  • TREND FAST TRACK: Material Trend

    TREND FAST TRACK: Material Trend

    ปัญหาสิ่งแวดล้อมนั้นยิ่งทวีคูณความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ มันกลายเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญ แม้แต่ในวงการวัสดุเองก็มีการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ มาเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น และวิธีการหนึ่งที่นักเหล่านักวิทยาศาสตร์ใช้แก้ปัญหาธรรมชาตินี้ก็คือการสร้างวัสดุที่เลียนแบบธรรมชาติขึ้นมาใหม่ให้ดีกว่า ทนทานกว่า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งกว่า ทดแทนวัสดุดั้งเดิมที่มีกระบวนการผลิตและขนส่งที่สร้างมลภาวะอย่างมาก Trend Fast track ประจำสัปดาห์นี้จึงขอนำเสนอนวัตกรรมด้านวัสดุใหม่ๆ ที่ถูกคิดค้นโดยนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกมาเล่าสู่กันฟัง [อเมริกา] ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคโลราโดคิดค้น “คอนกรีตมีชีวิต” งอกเพิ่มปริมาณในตัวเองได้

    คอนกรีต (Concrete) เป็นวัสดุที่มนุษย์ใช้หมดเปลืองไปมากที่สุดเป็นอันดับสองรองจากน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานก่อสร้าง การผลิตคอนกรีตนั้นต้องใช้ทรัพยากรและพลังงานมหาศาล จึงมีความพยายามจากนักวิทยาศาสตร์ที่จะคิดค้นวัสดุซึ่งมีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน แต่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งกว่ามาทดแทน

    ต้นแบบของ "คอนกรีตมีชีวิต" ในห้องทดลอง ล่าสุดทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคโลราโด วิทยาเขตโบลเดอร์ (CU Boulder) ของสหรัฐฯ เผยถึงความสำเร็จในการคิดค้น “คอนกรีตมีชีวิต” (Living concrete) ซึ่งสามารถขยายตัวเพิ่มปริมาณเนื้อคอนกรีตเองได้ โดยใช้แบคทีเรียชนิดไซเนโคค็อกคัส (Synechococcus) มาเป็นส่วนผสมของเนื้อคอนกรีตด้วย อันที่จริงแล้ว “คอนกรีตมีชีวิต” นั้นไม่เหมือนกับคอนกรีตโดยทั่วไปเสียทีเดียว โดยมีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับปูนทราย (Mortar) ที่ใช้ในงานก่ออิฐถือปูนหรืองานฉาบมากกว่า ซึ่งปูนทรายนั้นไม่แข็งแกร่งเท่ากับคอนกรีต อย่างไรก็ตาม ข้อดีของคอนกรีตมีชีวิตนั้นก็คือ สามารถเพิ่มปริมาณเนื้อคอนกรีตขึ้นมาเองได้หลายเท่า หากยังไม่อยู่ในสภาพที่ความชื้นระเหยแห้งไปหมด และแบคทีเรียในคอนกรีตยังคงมีชีวิตอยู่ จากการพิสูจน์ในห้องทดลอง ทีมผู้วิจัยพบว่าอิฐบล็อกที่ทำจากคอนกรีตมีชีวิตเพียงก้อนเดียว สามารถแบ่งตัวเพิ่มจนกลายเป็นอิฐถึง 8 ก้อนได้ เมื่อเติมน้ำและสารอาหารให้แบคทีเรียที่อยู่ในเนื้อคอนกรีตอีกนิดหน่อย การที่แบคทีเรียสามารถมีชีวิตอยู่ในเนื้อคอนกรีตได้หลายสัปดาห์ ทำให้สะดวกต่อการนำไปเป็นวัสดุก่อสร้างสำหรับพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร หรือแม้แต่ในห้วงอวกาศนอกโลก เนื่องจากไม่ต้องเปลืองแรงขนย้ายวัสดุจำนวนมากที่หนักอึ้งไปยังจุดก่อสร้างตั้งแต่แรก แต่สามารถจัดการให้มันขยายตัวเพิ่มจำนวนขึ้นเองภายหลังได้ Credit : bbc.com [อเมริกา] นาซ่าพัฒนาวิธีใช้เส้นใยเห็ดรา สร้างฐานที่มั่นบนดวงจันทร์-ดาวอังคาร ทีมนักวิทยาศาสตร์จากศูนย์วิจัยเอเมส (ARC) ขององค์การนาซา เผยถึงความคืบหน้าในการคิดค้นพัฒนาวิธีใช้กลุ่มเส้นใยของเห็ดราหรือไมซีเลียม (Mycelium) มาทำเป็นวัสดุสำหรับก่อสร้างฐานที่มั่นของมนุษย์บนดวงจันทร์หรือดาวอังคาร ซึ่งจะช่วยประหยัดพลังงานและอำนวยความสะดวกได้อย่างมาก เพราะไม่ต้องขนย้ายวัสดุที่มีน้ำหนักมหาศาลมาจากโลก โครงการวิจัยนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2018 โดยถือเป็นกลยุทธ์หนึ่งในการพัฒนาวัสดุที่เหมาะสมกับการสำรวจอวกาศในอนาคตอันใกล้ ซึ่งนักวิจัยของนาซามองว่า เราสามารถนำหัวเชื้อเห็ดราที่มีราคาถูกและมีน้ำหนักเบาในปริมาณเพียงน้อยนิดไปยังสถานที่ตั้งอาณานิคมต่างดาว แล้วเพาะให้มันขยายตัวเพิ่มเป็นวัสดุรูปทรงต่าง ๆ ได้ในภายหลัง ทีมผู้วิจัยระบุว่า วัสดุก่อสร้างที่ทำจากเส้นใยของเห็ดราจะมีความทนทานสูง แต่มีความยืดหยุ่นมากกว่าคอนกรีต สามารถเติบโตซ่อมแซมตัวเองได้ มีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อนและทนไฟ ขณะนี้กำลังมีการทดสอบว่า เชื้อเห็ดราจะสามารถเติบโตในสภาพดินของดาวอังคารได้ดีเพียงใด หากมีการให้น้ำในปริมาณจำกัดและมีการเพิ่มแบคทีเรียชนิดที่สามารถสังเคราะห์ด้วยแสงลงไป เพื่อช่วยเพิ่มสารอาหารให้เห็ดราอีกทางหนึ่ง Credit : bbc.com ตัวอย่างไมซีเลียมหรือกลุ่มเส้นใยของเห็ดรา ซึ่งประกอบไปด้วยเชื้อราและแบคทีเรียอาศัยอยู่ร่วมกันอิฐที่ทำจากไมซีเลียมของเห็ดราผสมกับเศษไม้ [ฟินแลนด์] นักวิทย์ฟินแลนด์พัฒนาวัสดุชีวภาพใยไม้-ใยแมงมุม พร้อมใช้แทนพลาสติก นักวิทยาศาสตร์ชาวฟินแลนด์จากศูนย์วิจัยทางเทคนิควีทีที (VTT Technical Research Centre) ได้พัฒนาวัสดุชีวภาพชนิดใหม่ที่ผสมผสานระหว่างเส้นใยไม้และใยแมงมุม เพื่อใช้ทดแทนพลาสติกในอนาคต เป็นนวัตกรรมใหม่ชนิดนี้มีประสิทธิภาพเหนือกว่าวัสดุธรรมชาติและวัสดุสังเคราะห์ที่มีในปัจจุบันมาก ทั้งด้านความแข็งแกร่งและความทนทาน ด้วยการผสานเส้นใยเซลลูโลสของไม้และโปรตีนจากใยแมงมุมเข้าด้วยกัน เกิดเป็นวัสดุชนิดใหม่ สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต่างจากพลาสติก ซึ่งทำมาจากปิโตรเลียมและโพลิเมอร์ ที่มีส่วนประกอบของคาร์บอน ใยแมงมุมที่ใช้ในการวิจัยมิใช่ใยแมงมุมจริง แต่เป็นวัสดุที่นักวิจัยผลิตขึ้นจากแบคทีเรียนและดีเอ็นเอสังเคราะห์ นักวิจัยรู้จักโครงสร้างของดีเอ็นเอ จึงสามารถสร้างเลียนแบบขึ้นเพื่อใช้ผลิตโมเลกุลโปรตีนใยแมงมุมเทียม ที่มีความคล้ายคลึงทางเคมีกับใยแมงมุมจริง Credit : www.xinhuathai.com The end result.Silk is a natural protein that can also be produced synthetically. It has good abilities and versatile possibilities (photo courtesy Eeva Suorlahti). [อังกฤษ] พลาสติกจากเกล็ดปลา MarinaTex คว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดออกแบบ James Dyson Award ในปีนี้ นักศึกษาจาก University of Sussex สหราชอาณาจักร ชนะเลิศการประกวดออกแบบ James Dyson Award ในปีนี้ นำโดย Lucy Hughes ซึ่งทำการทดลองกับวัสดุนับร้อยชนิด แล้วมาจบลงที่การใช้เกล็ดปลาในการเปลี่ยนรูปให้เป็นพลาสติก ซึ่งมีความแข็งแรงกว่าพลาสติกจากปิโตรเลียม และสามารถย่อยสลายได้ในธรรมชาติ พลาสติกชนิดนี้มีชื่อว่า MarinaTex มีความโปร่งแสง ยืดหยุ่นได้ดี ใช้วัสดุหลักคือเกล็ดปลาเหลือทิ้งและมีตัวเชื่อมประสานคือสาหร่ายทะเลสีแดง สามารถย่อยสลายได้ในธรรมชาติภายใน 4-6 สัปดาห์อ นอกจากนี้ MarinaTex ยังทนทานต่อแรงดึงมากกว่าพลาสติกจากปิโตรเลียม และขั้นตอนการผลิตทั้งหมดยังทำภายใต้อุณหภูมิน้อยกว่า 100 องศาเซลเซียส จึงใช้พลังงานน้อยมาก Credit : dezeen อย่างไรก็ตามวัสดุที่เพิ่งถูกคิดค้นขึ้นมาใหม่นี้ยังอยู่ในขั้นทดลองใช้ หากมีการพัฒนาให้สามารถนำไปใช้ได้อย่างแพร่หลายในอนาคตจนสามารถใช้ในเชิงพาณิชย์ทดแทนวัสดุดั้งเดิมได้ เจ้าวัสดุเหล่านี้ก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเหลือโลกของเราในอนาคต 🔥 Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน 🔥 โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซปต์แห่งอนาคต เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์ #FutureLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch#TrendFastTrack2019 #WisdomDrivetheFuture
  • Hotel Trends 2020

    Hotel Trends 2020

    การท่องเที่ยวถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในเกือบทุกพื้นที่ทั่วโลก และเป็นปัจจัยเศรษฐกิจที่สำคัญของทุกประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วย  ซึ่งธุรกิจโรงแรมถือเป็นส่วนสำคัญของการท่องเที่ยว ประสบการณ์การที่ผู้พักอาศัยในโรงแรมเป็นประสบการณ์สำคัญที่จะสามารถสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว  โรงแรมไม่ใช่เพียงที่นอนพักแต่ต้องสร้างประสบการณ์พิเศษ น่าจดจำ และเป็นเอกลักษณ์ กลายเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกวันนี้โรงแรมบางแห่งจึงไม่ใช่เพียงที่พักแรมที่นักท่องเที่ยวมาค้างคืนเพื่อเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยว แต่โรงแรมเองได้กลายเป็นจุดหมายปลายทาง (Destination) ที่นักท่องเที่ยวตั้งใจไปโดยเฉพาะ

    Baramizi Lab ศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซ็ปต์แห่งอนาคตได้ทำการศึกษาแรงขับเคลื่อนและปัจจัยระดับมหภาคที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว และค้นคว้ากรณีศึกษาโรงแรมเกิดใหม่จำนวนมากเพื่อศึกษาแนวโน้มและเรียบเรียงออกมาเป็น Hotel Trends 2020 แนวโน้มการออกแบบประสบการณ์ของโรงแรมประจำปี 2020 ซึ่งพูดถึงแนวโน้มการออกแบบ 7 ข้อสำคัญ ดังนี้

    1. Panoramic Synergy โรงแรมที่สร้างประสบการณ์ในการผสานพลังระหว่างคนกับธรรมชาติโดยสมบูรณ์

    Driver สำคัญของเทรนด์นี้คือผู้คนเหน็ดเหนื่อยและเครียดจากปัญหาในชีวิตประจำวัน แล้วยังต้องแบกรับกับความกดดันจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลก ความเหนื่อยล้าทะลุผ่านร่างกายเข้าไปสู่จิตใจและจิตวิญาณ จึงเกิดความต้องการที่จะออกเดินทางท่องเที่ยวเพื่อ พักผ่อนและหนีจากความวุ่นวาย  ด้วยการผสานตัวเองให้เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ปรับสมดุลให้กับร่างกายและจิตใจ จนพร้อมที่จะกลับไปใช้ชีวิตในโลกอีกครั้ง เทรนด์นี้มี Concept ที่สำคัญ 2 ข้อได้แก่

    Concept 1: Seamless เข้าถึงธรรมชาติแบบไร้รอยต่อ

    ตัวอย่างสอดคล้องกับแนวคิดนี้ได้แก่

    โรงแรม Attrap’Rêves ในใจกลางป่าทางเหนือของเมืองมาร์แซย์ (Marseille) ซึ่งเต็มไปด้วยธรรมชาติของทุ่งหญ้าอันกว้างขวาง  โดยห้องพักที่จัดไว้ให้ จะเป็นโดมแก้วรูปฟองสบู่โปร่งใส สามารถมองเห็นได้จากทางด้านในและด้านนอก ซึ่งแขกจะได้สัมผัสธรรมชาติแบบ 360 องศา  

    Concept 2 : The Oasis สร้างระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์ ตัวอย่างเช่น

    โรงแรม ‘1 Hotel’ ที่เมือง Paris ที่อยากทำตัวเองให้เป็นปอดของเพื่อนบ้าน จึงสร้างป่าส่วนตัว และสวนลอยฟ้าขนาดใหญ่เป็นตัวเชื่อมระหว่างอาคาร พร้อมด้วยต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์บน Facade อาคาร

     

    2. Absolute Serenity

    โรงแรมที่สร้างประสบการณ์แห่งความสงบโดยสมบูรณ์ทั้งทางกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ

    เช่นเดียวกับเทรนด์ Panoramic Synergy Driver สำคัญของเทรนด์นี้คือความเหนื่อยล้าไปถึงจิตใจและจิตวิญาณ จึงต้องการท่องเที่ยวเพื่อชำระจิตใจที่ยุ่งเหยิงให้บริสุทธิ์เหมือนเกิดใหม่ ด้วยการไปอยู่ในที่ๆให้ความสงบ ได้ทบทวนความคิดและจิตใจ จัดลำดับทางความคิดใหม่ พร้อมที่จะกลับไปใช้ชีวิตในโลกแห่งความจริงอีกครั้ง Concept ที่สำคัญสำหรับเทรนด์นี้ ได้แก่

    Concept 1 : Sanctuary Ray แสงแห่งการชำระล้าง ตัวอย่างสอดคล้องกับแนวคิดนี้ ได้แก่

    โรงแรม Raya Heritage ที่เชียงใหม่บ้านเราเอง ตัวโรงแรมออกแบบแสงอาทิตย์ที่สาดเข้ามาในตัวอาคารผ่านต้นไม้ทำให้เกิดความสงบขึ้นในจิตใจ เหมือนได้ชำระบาป และใช้เสาเส้นตรงขนาดใหญ่ที่ตั้งตรงตระหง่านเรียงกันไปซ้ำๆ ช่วยจำลองบรรยากาศของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

    Concept 2 : Isolate Hut กระท่อมน้อยในป่าใหญ่

    โรงแรม Drop Box Hotel ในประเทศสเปน โรงแรมขนาดกระทัดรัดที่สามารถนำไปหย่อนได้ในทุกที่ สัมผัสวิวที่โรงแรมระดับ 5 ดาวก็ซื้อที่บริเวณนั้นไม่ได้ และความสงบจากสถานที่ที่คนอื่นยังเข้าไปไม่ถึง (Hidden Place)

    3. Nature Trail

    โรงแรมที่สร้างประสบการณ์ที่เหมือนเราได้ออกเดินทางและผจญภัยเพื่อศึกษาธรรมชาติ

    เกิดจาก Driver สำคัญคือ ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ, ความกลัวที่มีต่อภัยธรรมชาติ และการเสื่อมโทรมพังทลายของโลก (Distopia World) จึงเกิดเป็นความต้องการที่จะออกเดินทางเพื่อสำรวจและเรียนรู้ในการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อย่างเท่าเทียมกัน สร้างโลกใบใหม่ที่เคารพชีวิตของทุกสรรพสิ่ง ได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระท่ามกลางธรรมชาติที่ไม่เคยเห็น เทรนด์นี้มี Concept ที่สำคัญ 2 ข้อได้แก่

    Concept 1 : New Contemplation พิจารณาโลกในมุมมองใหม่ ตัวอย่างที่สอดคล้องกับแนวคิดนี้ ได้แก่

    ร้านอาหาร Under ที่ประเทศนอร์เวย์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นร้านอาหารใต้น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์การสำรวจสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลได้ผ่านประสบการณ์การท่องเที่ยวใต้น้ำในรูปแบบใหม่ Under เป็นร้านอาหารที่ให้คุณซึมซับตัวตนเข้ากับระบบนิเวศทางทะเลของนอร์เวย์ ที่ซึ่งลมพายุจากทางใต้และทางเหนือพัดมาบรรจบกัน เกิดเป็นทะเลน้ำกร่อยที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ

    Concept 2 : Nomad เข้าถึงธรรมชาติแบบนักเดินทางเร่ร่อน ตัวอย่างที่สอดคล้องกับแนวคิดนี้ ได้แก่

    Stingray tree tent เต๊นท์ที่ช่วยให้คุณออกเดินทางไปอย่างไร้จุดหมาย ค่ำไหนนอนนั่น ไม่ต้องการความสบาย รับประสบการณ์ใหม่ ได้ศึกษาธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง ได้ผจญถัย ทดสอบความรู้และร่างกายในการเอาตัวรอด

    4. World-Shifters

    โรงแรมที่ให้ประสบการณ์ในการลงมือทำให้โลกใบนี้ดีขึ้นกว่าเดิม

    เทรนด์นี้เกิดจาก ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การเสื่อมโทรมพังทลายของโลก (Distopia World) นำมาสู่ การแสดงจุดยืนทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นทั่วโลก จึงเกิดเป็นความต้องการที่จะออกเดินทางเพื่อลงมือทำให้โลกใบนี้ดียิ่งขึ้น แก้ปัญหาทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ท่องเที่ยวแบบไม่สร้างผลกระทบหรือลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และออกแบบกิจกรรมอาสาสมัครเพื่อสังคมและได้ท่องเที่ยวไปพร้อมๆ กัน (Voluntourism)

    Concept 1 : Awareness สร้างการตระหนัก ตัวอย่างที่สอดคล้องกับแนวคิดนี้ ได้แก่

    โรงแรม Svart ที่ประเทศนอร์เวย์เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับการสร้างการตระหนักในเรื่องสิ่งแวดล้อม ตัวโรงแรมมีแนวคิดช่วยลดการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น อาคารของโรงแรมสามารถผลิตพลังงานใช้ได้เอง ออกแบบให้แสงอาทิตย์ช่วยสร้างความอบอุ่นในอาคารในหน้าหนาวแทนการใช้เครื่องทำความร้อน ในขณะที่เข้าพักคุณจะถูกกระตุ้นให้ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น การที่คุณได้มองเห็นธารน้ำแข็งขั้วโลกที่หดหายไปจากในอดีต

    นอกเหนือจากการตระหนักในเรื่องสิ่งแวดล้อม โรงแรม Walled Off  ที่อยู่ที่เขต West Bank ในประเทศอิสราเอล เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับการสร้างการตระหนักถึงประเด็นทางการเมือง ตัวโรงแรมตั้งที่อยู่ท่ามกลางพื้นที่สงครามกลางเมือง โดยที่ภายในตกแต่งด้วยศิลปะที่ล้อเลียนเสียดสีประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเมืองและสื่อในประเด็นดังกล่าว

    Concept 2 : Social Support ได้ช่วยเหลือสังคมทันทีที่เข้าพัก ตัวอย่างที่สอดคล้องกับแนวคิดนี้ ได้แก่

    โรงแรม Otera stay ในประเทศญี่ปุ่น ที่ทุกการเข้าพักในโรงแรม รายได้ส่วนหนึ่งจะถูกนำไปช่วยแก้ปัญหาทางสังคมหรือช่วยส่งเสริมทางด้านวัฒนธรรมในพื้นที่ นี่เป็นความร่วมมือระหว่างวัดโชเดนจิและ Start Up ที่ชื่อว่า ShareWing ปรับโฉมเป็นที่พักเพื่อหารายได้เข้าวัด

    5. Elsewhere

    โรงแรมที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดไปยังสถานที่ที่ไม่มีอยู่ในโลกใบนี้

    เทรนด์นี้เกิดจาก Driver สำคัญคือ ความ เหน็ดเหนื่อยและเครียดจากปัญหาในชีวิตประจำวัน เทคโนโลยีถูกพัฒนาอย่างก้าวกระโดด และการออกสำรวจทางอวกาศที่ก้าวหน้า สิ่งเหล่านี้กระตุ้นให้คนบางกลุ่มรู้สึกตื่นเต้นและกระหายที่จะออกเดินทางเพื่อพาตัวเองหนีออกไปจากโลกแห่งความจริงชั่วขณะ ด้วยการไปอยู่ในโลกอนาคต ดาวดวงอื่น หรือโลกในจิตนาการ

    Concept 1 : Floating in Space ลอยล่องไปในอวกาศ ตัวอย่างที่สอดคล้องกับแนวคิดนี้ ได้แก่

    โรงแรม FlyZoo ในเครือบริษัท Alibaba ที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการออกแบบการบริการภายในโรงแรม ไปจนถึงการเป็นโรงแรมที่ไร้พนักงานที่เป็นคน 

    Concept 2 : Black Magic ดินแดนแห่งมนต์ดำ ตัวอย่างที่สอดคล้องกับแนวคิดนี้ ได้แก่

    โรงแรม The Mandrake ที่เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ โรงแรมที่นำเสนอความลึกลับโดยผูกกับเรื่องราวปะรำปะรา หรือความเชื่อที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ เช่น กลุ่มฟรีแมนสัน มนุษย์หมาป่า ผีดูดเลือด

    6. Instagramable

    โรงแรมที่ให้ประสบการณ์เหมือนอยู่ในสตูดิโอถ่ายภาพ

    การเติบโตของสังคม Social Network อย่าง Facebook และ Instagram กระตุ้นให้ผู้คนต้องการสร้างตัวตนในสังคม การได้รับการยอมรับจากผู้อื่น การท่องเที่ยวไปยังสถานที่ที่ให้บรรยากาศเหมือนสตูดิโอถ่ายภาพ เพื่อเรียกยอดไลค์ ยอดแชร์จากเพื่อนๆ ไปเที่ยวและได้ถ่ายรูปในที่สวยๆ หรือที่ที่กำลังเป็นที่นิยม

    Concept 1 : Solarium Palettes จัดจ้านด้วยสีสู้แดด

    The William Hotel ที่ New York โรงแรมที่แต่ละห้องจะเลือกใช้สีหลักเพียงสีเดียวและเป็นแม่สีที่โดดเด่นฉูดฉาดผสมกับสีขาวในการตกแต่ง จนอดที่จะเข้าไปยืนแล้วกดถ่ายรูปไม่ได้

    Concept 2 : Catchy Monument อนุสาวรีย์เรียกเสียงแฟลช

    Hard Rock Hotel ที่ฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา โรงแรมแห่งแรกของโลกที่มีตัวตึกเป็นรูปทรงกีตาร์ ในยามค่ำคืนก่อนที่คอนเสิร์ตจะเริ่ม ตัวตึกจะถูกตกแต่งด้วยไฟ และเปลี่ยนลวดลายไปเรื่อยๆ สร้างความตื่นตาตื่นใจ เพื่อเป็นการเรียกรวมพลก่อนดนตรีจะเริ่มบรรเลง

    อีกตัวอย่างหนึ่งของ Catchy Monument  ที่หลายๆ คนน่าจะเคยผ่านตากันมาบ้างกับภาพของบันไดเลื่อนที่ตกแต่งด้วยแสงไฟนีออนสีสะดุดตาที่โด่งดังมากๆ ใน Instagram กับ  “The Famous Escalators” ที่ออกแบบโดย Nikolas Koenig ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโรงแรม Public Hotel ในเมือง New York

    7. Extraordinary

    โรงแรมที่ให้ประสบการณ์ที่เหนือธรรมดา Driver สำคัญคือ การอพยพย้ายถิ่นฐาน การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของหลากหลายชนชาติ และต้องการสร้างตัวตนที่แตกต่าง จึงเกิดเป็นความต้องการออกเดินทางท่องเที่ยวเพื่อ สร้างเรื่องราวในชีวิตของตนเอง (My Story, My Journey) ที่มีเอกลักษณ์และสะท้อนตัวตน แตกต่างแปลกใหม่เหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไป หาแรงบันดาลใจใหม่ ปลุกพลังงานคนรุ่นใหม่ในร่างกาย และท้าทายความกล้า

    Concept 1 : Activated ปลุกพลังให้ตื่นตัว

    Nhow Hotel ที่เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน ที่ใช้การสร้างบรรยากาศและประสบการณ์ที่กระตุ้นให้รู้สึกกระตือรือร้น (Active) เล่นกับการซ้อนกันของเส้นวงกลมเพื่อสร้างความรู้สึกเหมือนกำลังกระโดดลงน้ำ (เปรียบได้กับการเกิดใหม่)

    Concept 2 : Mad Max บ้าให้แหวก แปลกให้สุด

     The Collectionist Hotel ที่เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ที่เปลี่ยนโรงแรมให้กลายเป็นของสะสม ที่ต้องกลับมาเก็บให้ครบทุกแบบทุกๆ คนเรื่องราวการเดินทางของตนเองที่แตกต่างกัน โรงแรมก็เป็นส่วนประกอบ หนึ่งในเรื่องราวนั้น จึงสมควรที่จะได้เลือกเส้นทางที่ตนเองชอบ และหลากหลายมากพอ

      และนี่คือ 7 แนวโน้มในการออกแบบประสบการณ์โรงแรม ที่มีแนวคิดที่น่าสนใจซ่อนอยู่ถึง 14 แนวทาง หวังว่าบรรดานักคิดนักสร้างสรรค์ในภาคธุรกิจโรงแรมและการบริการ รวมถึงนักออกแบบจะสามารถนำไปใช้เป็นแรงบันดาลใจสำหรับสร้างสรรค์โรงแรมใหม่ๆ ที่โดนใจนักท่องเที่ยวกันได้ไม่มากก็น้อย.
  • TREND FAST TRACK : Communication Trend

    TREND FAST TRACK : Communication Trend

    ในวันที่ 25 มกราคมที่กำลังจะมาถึงนี้ ซึ่งเป็นช่วงของเทศกาลตรุษจีน ชาวไทยเชื้อสายจีนต่างตั้งหน้าตั้งตารอช่วงเวลานี้เพื่อครอบครัวและญาติพี่น้อง จะมารวมตัวกันเพื่อไหว้เทพเจ้า และไหว้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วด้วยกัน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าครอบครัวเป็นหัวใจหลักของเทศกาลตรุษจีนตั้งแต่อดีตจวบจนมาถึงปัจจุบัน หลายแบรนด์มองเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ จึงได้มีการปล่อยวิดีโอต้อนรับเทศกาลตรุษจีนขึ้นมาหลากหลายรูปแบบ  เราเห็นรูปแบบการสื่อสารจากหลายๆแบรนด์ที่น่าสนใจมากมายในช่วงใกล้เทศกาลตรุษจีนที่จะมาถึงนี้ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารในรูปแบบการเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวกับการให้ความสำคัญของช่วงเวลาในครอบครัว (Family Time) การสื่อสารแนวการเล่าเรื่องราวที่สร้างบันดาลใจ หรือช่วยเติมเต็มความฝัน (Inspried storytelling) หรือ การสื่อสารแนวการนำเสนอการบริการที่ช่วยให้ชีวิตดียิ่งขึ้น (Better Life) Trend Fast track อาทิตย์นี้ เราของเชิญทุกท่านมาดูกันว่าแต่ละแบรนด์จะมีการสื่อสารในรูปแบบที่แตกต่าง และน่าสนใจกันได้อย่างไรบ้าง

    1. Family Time : การสื่อสารรูปแบบการเล่าเรื่องเกี่ยวกับช่วงเวลาแห่งครอบครัว

    [India] Oreo | When everything is red 

    When everything is red วิดีโอโฆษณาโปรโมท Oreo Red Velvet ที่หยิบโอรีโอ้สีแดง ที่เป็นสีประจำเทศกาลตรุษจีนมาสร้างเรื่องราวน่ารักๆ ช่วงเวลารับประทานอาหารค่ำ ขณะพ่อกำลังตกแต่งบ้านด้วยของประดับสีแดงต้อนรับเทศกาลตรุษจีน เขาได้กระซิบบอกกับลูกชายว่า ลูกสามารถเปลี่ยนให้ทุกอย่างเป็นสีแดงได้ ลูกชายของเขาจึงเกิดความเชื่อว่าตัวเขาเองมีพลังวิเศษที่สามารถเปลี่ยนสิ่งของอะไรก็ตามให้เป็นสีแดงได้ อย่างไรก็ตามเมื่อพ่อเห็นสิ่งนี้ และเห็นลูกกำลังจะเปลี่ยนสีโอรีโอ้สีดำ ก็เลยเปลี่ยนจานโอรีโอ้เป็น Oreo Red Velvet แทน ซึ่งก็ได้สร้างความประหลาดใจให้ลูกของเขาทันที Credit : Shootonline

    [Indonesia] Oreo | Tunes

    สังคมปัจจุบันเราสื่อสารกับผ่านทางสมาร์ทโฟนกันหรือ Social Media มากขึ้น เนื่องจากการพัฒนาของเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ทำให้เราติดต่อกันและหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและสะดวกมากขึ้น กลายเป็นว่าคนไกลเหมือนอยู่ใกล้ แต่คนใกล้เหมือนยิ่งห่างไกลขึ้นมากทุกที ส่งผลให้เวลาคุณภาพที่คนในครอบครัวเคยมีให้กันลดน้อยลง กลายเป็นสังคมก้มหน้าแทน ด้วยเหตุนี้ Oreo ก็มีการคิดลูกเล่นสนุกๆ โดยเมื่อสแกนที่แผ่นคุ้กกี้  Oreo ที่เป็นเหมือน QR Code ที่ช่วยเปิดเพลงสนุกๆ สร้างบรรยากาศที่คึกคัก และมีส่วนร่วมกันในครอบครัวได้ด้วย Credit : Adsoftheworld

    [China] NIKE | The Great Chase

    https://www.youtube.com/watch?v=Fu8T-7Ct6Oc&feature=emb_title จากในคลิปโฆษณาตัวนี้ของ Nike เราจะเห็นได้ถึงความสัมพันธ์ของหลานสาวกับคุณป้าที่พยายามมอบอั่งเปาให้กับหลานสาวตั้งแต่ตอนเล็กจนถึงตอนโต โดยจุดหักมุมของคลิปตัวนี้ก็คือ หลานดันไม่ยอมรับอั่งเปาของคุณป้าเพราะความเกรงใจ ก็เลยต้องโดนตามล่า วิ่งหนีจนสุดขอบฟ้า โดยการใช้รองเท้าไนกี้ ตั้งแต่ตอนยังเป็นเด็กอายุประมาณ 4 ขวบ จนถึงตอนโต หลังจาากนั้นคุณป้าก็ไม่ลดละความพยายาม พยายามให้อั่งเปากับหลานอยู่เหมือนเดิมทุกปี จนถึงวันที่หลานโต มีครอบครัวและลูกสาวแล้ว ซึ่งจำต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้รับเป็นผู้ให้แทน ป้าก็ดันมาสวมรองเท้าคอลเลคชั่นใหม่ Nike Chinese New Year Collection 2020 พอดีและคาดว่าในปีนี้จะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่คุณป้าต้องหันมาวิ่งหนีหลานแทนแล้วแหละ ถือว่า Nike ได้แสดงถึงการสนับสนุนค่านิยมให้ครอบครัวมีมารยาทที่ดีต่อกันและยังเป็นการโชว์ความหลากหลายของรองเท้า Nike ไปในตัวอีกด้วย  Credit : The Drum

    [Malaysia] TNB | #RealityNotVirtual

    และอีกภาพยนตร์เรื่องสั้นสุดฮาเรื่อง ‘Reality Not Virtual’ ที่กำลังเป็นไวรัลอยู่ในตอนนี้ Tenaga Nasional Berhad หรือที่รู้จักในชื่อ Tenaga Nasional หรือ Tenaga บริษัทผลิตกระแสไฟฟ้าแห่งเดียวในคาบสมุทรมาเลเซีย ได้แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับครอบครัวและการได้ร่วมกันเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลตรุษจีน โฆษณานี้ยังแฝงข้อความที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้นที่ว่า “Celebrations are best experienced in real life, with the people who matter the most – family” ประสบการณ์ที่ดีที่สุดในชีวิตจริงคือการได้ใช้เวลาอยู่กับคนที่สำคัญที่สุดในชีวิต ซึ่งไม่สามารถแทนที่ด้วยสิ่งอื่น อย่างเช่นในโฆษณานี้ Credit : Youtube

    2. Inspired Storytelling : การสื่อสารโดยการเล่าเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจ

    [Malaysia] Air Asia | The Boy & The Lion

    วิดีโอโฆษณาน่ารักๆ จาก Air Asia ที่บอกเล่าเรื่องราวของ โจชัวร์ เด็กชายที่กำลังเดินทางกับแม่เพื่อไปเยี่ยมคุณย่าในเทศกาลวันตรุษจีน ตัวเขามีความฝันที่อยากจะเจอกับสิงโตสักครั้งในชีวิต และในค่ำคืนนั้นเองเขาก็ได้พบกับสิงโตที่ใฝ่ฝันอยากจะเจอมาโดยตลอด โดยที่ Popo หรือคุณย่าบอกว่าเทศกาลตรุษจีนคือทุกสิ่งที่เกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ ถึงแม้ฟังดูแล้วโจชัวร์จะไม่เข้าใจ แต่เขาก็ได้เรียนรู้ว่า การเดินทางครั้งนี้ ได้นำมาซึ่งช่วงเวลาที่สนุกสนาน การที่ได้อยู่กับคนที่รักพร้อมหน้าพร้อมตากัน ซึ่งนั่นทำให้จุดหมายปลายทางเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์มากยิ่งขึ้น Credit : Air Asia

    [Malaysia] Gamudaland |Giving Hope, Receiving Joy

    โฆษณาที่บอกเล่าเรื่องราวของเด็กชายหนุ่มคนหนึ่งที่มักจะรู้สึกเจ็บปวดจากการที่เขาถูกเพื่อนล้อเลียนที่เขาไม่มีแขน แต่แล้ววันหนึ่ง ตัวเขาเองได้รับการช่วยเหลือจากคุณครูที่เห็นถึงปัญหานี้และไม่อยากให้นักเรียนของเขาต้องรู้สึกสูญเสียไปมากกว่านี้ จนในที่สุดคุณครูก็ได้ประดิษฐ์แขนเทียมให้นักเรียนของเขาสำเร็จ เขารู้สึกเหมือนได้ช่วยให้นักเรียนของเขากลับมามีรอยยิ้มได้อีกครั้ง การให้ด้วยความยินดีนั้นก่อให้เกิดความสุข เพราะความปิติยินดีในการให้นั้นย่อมมากกว่าการได้รับนั่นเอง

    3. Better Life : การสื่อสารการนำเสนอการบริการที่ช่วยให้ชีวิตผู้บริโภคดียิ่งขึ้น

    [Malaysia] Grab Malaysia ออกคลิปตอบโจทย์ความยุ่งเหยิงในช่วงตรุษจีน

    เมื่อวันตรุษจีนมาถึง หลายบ้านก็มีหลายสิ่งให้ทำเพื่อเป็นการร่วมฉลองและทำความเคารพตามประเพณีจีน สิ่งที่แต่ละบ้านต้องจัดเตรียมก็มีเยอะมากจนอาจจะสร้างความวุ่นวายได้  Grab จึงโปรโมทบริการผู้ช่วยให้กับทุกบ้านสำหรับการเตรียมตัวในช่วงเทศกาลตรุษจีน ไม่ว่าจะบริการ Clean&Fix ที่ช่วยซ่อมและทำความสะอาดบ้าน, บริการ Mart ที่ให้ซื้อของผ่านแอพได้เลยไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าสำหรับเทศกาลตรุษจีน หรือของขวัญสำหรับสวัสดีผู้ใหญ่ก็ยังมี รวมถึงอาหารหลากหลายอย่างที่ต้องเตรียมสำหรับไหว้บูชาบรรพบุรุษ Grab ไม่ว่าอะไรที่กคุณต้องการ Grab ก็จัดให้ได้หมด  Credit : Adsoftheworld 恭喜发财 กงสี่ฟาไฉ สุขสันต์วันตรุษจีน เฮง เฮง เฮง Happy Chinese New Year 2020! ต้อนรับปีหนู ขอให้ทุกท่านมั่งมีศรีสุข ร่ำรวยเงินทอง สุขภาพแข็งแรงกันถ้วนหน้านะคะ  Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน   โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซปต์แห่งอนาคต เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์ #FutureLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch#TrendFastTrack2019 #WisdomDrivetheFuture
  • TREND FAST TRACK : Retail Trend

    TREND FAST TRACK : Retail Trend

    ผลกระทบที่สำคัญกับธุรกิจ Retail จะหนีไม่พ้นในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ทำให้ธุรกิจ Retail ต้องมีการแข่งขันที่สูงขึ้น เพราะเทคโนโลยีเข้ามาทำให้การพัฒนาเครื่องมือทางการตลาดใหม่ๆ ของ Retail สามารถเข้ามาตอบโจทย์และช่วยให้ธุรกิจ Retail มีความท้าทายสร้างทางเลือกที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ในยุคสมัย 4.0 สำหรับ Trend Fast Track สัปดาห์นี้จะพาทุกท่านเจาะลงไปในวงการธุรกิจ Retail ที่มีการเติมแนวคิดใหม่ให้ทันสมัยที่น่าสนใจของธุรกิจ Retail

    ซึ่งในช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา เราเห็นแนวโน้มที่น่าสนใจมากมายได้แก่ Automation Serve-tech เทคโนโลยีการบริการอันโนมัติ Your Body Payments เทคโนโลยีให้เราใช้ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายในการจ่ายเงิน และ Management Technology เทคโนโลยีที่ช่วยในการจัดการไม่ให้เสียต้นทุน ซึ่งทั้งหมดเป็นแนวโน้มที่เราเห็นได้จากทั่วทุกมุมโลก ลองมาดูกันว่าในแต่ละประเทศจะมีการดึงเอาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในรูปแบบไหนบ้างมาลองดูกันครับ

    Automation Serve-tech เทคโนโลยีการบริการอัตโนมัติ

    ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าระบบ Automation พัฒนาขึ้นไปอย่างรวดเร็วและแทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวัน รวมถึงธุรกิจ Retail ด้วยเช่นกัน ซึ่งระบบ Automation จะมีความฉลาดมากขึ้นและเข้ามาช่วยงานเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการ ให้ผู้บริโภคให้ได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น  แต่ก็มีความสุ่มเสี่ยงจะมาแย่งงานของคนไป ยกตัวอย่างเช่น

    [ USA ] Walmartใช้รถไร้คนขับทำการส่งของในต้นปี 2020 เริ่มต้นที่ฮูสตันเป็นเมืองแรก

    Walmart เพิ่มการลงทุนในสงคราม Retailปี 2020 โดยการนำเอาเทคโนโลยีรถไร้คนขับมาทำการส่งสินค้าตามคำสั่งของลูกค้า ในปี 2020 รถส่งของแบบไร้คนขับของ Walmart จะเริ่มทำการส่งของตามคำสั่งซื้อของลูกค้า โดยจะเริ่มต้นที่ฮูสตันก่อนเป็นเมืองแรก งานนี้เพื่อการชิงการเป็นผู้นำในตลาด Retailโดยเป็นการร่วมมือกับบริษัท Nuro Mountain View ซึ่งเป็นบริษัทผลิตหุ่นยนต์ในแคลิฟอร์เนีย เพื่อทดสอบยานพาหนะไฟฟ้าขับเคลื่อนด้วยตนเองที่ใช้ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ของ Nuro ในช่วงที่ผ่านมา Walmart ได้ให้ความสำคัญกับการขยายความสามารถในการจัดส่งสินค้าสำหรับร้าน Retail ซึ่งแน่นอนว่าครั้งนี้จะเป็นอีกครั้งที่สร้างความท้าทายให้กับ Amazon เป็นอย่างมาก การเลือกใช้เทคโนโลยีครั้งนี้จะทำให้ขอบเขตของความสามารถในการส่งของทำได้ดีขึ้นในทุกมิติเราสามารถควบคุมการส่งมอบของถึงประตูหน้าบ้านของครอบครัวหลายล้านครอบครัว เทคโนโลยีนี้จะกลายเป็นตัวตัดสินความสามารถในการจัดส่งของ เราเชื่อว่าจะทำการขยายบริการการจัดส่งของได้ดียิ่งขึ้น เพราะเป้าหมายของเราคือการทำให้ลูกค้ามีชีวิตที่ง่ายขึ้น” SVP of digital operations ของ Walmart กล่าว นี่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะทำให้ชีวิตของลูกค้าของ Walmart ง่ายขึ้น ส่วนสงครามการลดราคาค่าสมาชิกและค่าขนส่งยังคงดำเนินต่อไป credit : https://www.engadget.com/2019/12/10/walmart-driverless-grocery-deliveries-houston/

    [ South Korean ] หุ่นยนต์เข้ามาแทนที่พนักงานในร้าน BBQ Genesis ที่เกาหลีใต้

    เกาหลีใต้ถือเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำทางด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิต โดยเฉพาะบรรดาเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อันทันสมัยในศตวรรษที่ 21 ที่วางขายอยู่ในท้องตลาด ล่าสุดเชนร้านอาหารชื่อดังเกาหลีใต้ Genesis BBQ ร้านไก่ทอดและบาร์บีคิว ได้ทำการเปิดตัว ร้านอาหารแห่งใหม่ในรูปแบบ “smart store” ในเขต Songpa ของกรุงโซล โดยร้านอาหารแห่งนี้จะไม่มีพนักงานเสิร์ฟ จะใช้หุ่นยนต์มาให้บริการลูกค้าภายในร้านแทนพนักงาน ทั้งการรับออร์เดอร์จากลูกค้า เสิร์ฟอาหาร โดยเจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้จะไม้เหมือนกับคน ที่มีแขนขา แต่จะเป็นลักษณะชั้นวางถ้วยชาม หรือวางหนังสือพิมพ์ที่เราคุ้นตา แต่จะมีถาดสำหรับวางอาหารเมื่อมาเสิร์ฟให้ลูกค้าที่โต๊ะด้วย โดยหุ่นยนต์ดังกล่าวจะขับเคลื่อนด้วยตัวเอง ตามแผนที่ของร้านค้า ที่ได้ถูกตั้งโปรแกรมไว้ในตัวหุ่นยนต์ ซึ่งจะส่งอาหารไปยังแต่ละโต๊ะตามจุดหมายปลายทางตามแผนที่ ที่ได้ตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้าแล้ว ซึ่งที่ร้านไม่มีพนักงานที่จะรับคำสั่งซื้อที่ร้าน แต่มีแท็บเล็ตพีซีในแต่ละตารางที่ใช้สั่งอาหารแทน อาหารที่ทำในห้องครัวจะถูกเสิร์ฟโดยหุ่นยนต์อาหารหุ่นยนต์ขับเคลื่อนตัวเองที่ส่งมอบอาหารให้กับลูกค้า credit :  https://insideretail.asia/2019/12/20/robots-replace-staff-in-south-korean-restaurant/

    Your Body Payments เทคโนโลยีให้เราใช้ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายในการจ่ายเงิน

    ในอนาคต Digital cash ที่กำลังใช้งานกันอยู่กำลังจะจางหายไป เมื่อระบบการจ่ายเงินสามารถใช้ร่างการของเราในการจ่ายเงินได้แล้ว ด้วยความก้าวหน้าในเทคโนโลยีไบโอเมตริกซ อ่านคุณสมบัติทางกายภาพของเรา เช่นเดียวกับบาร์โค้ดที่เป็นลักษณะเฉพาะ สร้างรูปแบบการจ่ายเงินที่เป็นของเราเองโดยใช้ร่างกายที่ง่ายและรวดเร็ว ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็เริ่มมีFace Payment” หรือการชำระสินค้าด้วยการสแกนใบหน้ามาใช้ หรือแม้แต่Fingopay” ที่ใช้การสแกนอินฟราเรดในการตรวจสอบโครงสร้างเส้นเลือด เพื่อยืนยันตัวตน ทำให้ผู้บริโภคไม่ต้องพกเงินสด บัตรเครดิต หรือแม้แต่Smartphoneให้ยุ่งยาก ซึ่งในตอนนี้เราจะเห็นหลายๆ ประเทศเริ่มตื่นตัวในการใช้ Body Payments มากขึ้นเช่น

    [Denmark] Nets ผู้นำด้าน Digital Payment ในเดนมาร์ก เริ่มทดลองใช้ Facial Recognition Payments

    Nets ผู้นำด้าน Digital Payment ในเดนมาร์ก เริ่มทดลองใช้ Facial Recognition Payments โดยเริ่มทดลองใช้กับ Office Community จำนวน 25 บริษัทใน Copenhagen พนักงานจะทำการเชื่อมต่อไปหน้าเข้ากับ Employee ID Card และสามารถจ่ายเงินด้วยการโชว์หน้าของเค้าเท่านั้น ซึ่งมันดีกว่าการจ่ายเงินแบบปกติในปัจจุบันที่ต้องพกกระเป๋าตังค์หรือมือถือ อย่างไรก็ตามผู้คนยังคงตั้งคำถามมากมายกับระบบนี้ ซึ่งช่วงทดลองนี้จะทำให้เราเข้าใจและศึกษาทัศนคติของคนได้ด้วย โดย Nets เชื่อว่าเทคโนโลยีนี้เหมาะกับร้านที่เป็น Self-service อยู่แล้ว และระบบก็ติดตั้งง่ายเพียงแค่คุณมี Tablet ที่มีกล้อง ก็สามารถดาวน์โหลดระบบไปติดตั้งได้แล้ว credit : https://www.insidescandinavianbusiness.com/article.php?id=543

    Management Technology เทคโนโลยีที่ช่วยในการจัดการไม่ให้เสียต้นทุน

    เมื่อการลงทุนอะไรสักอย่างมันล้วนอยู่บนความเสี่ยง ดังนั้นการใช้เทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยในการบริหาร รวมทั้งการคิดค้น  หาวิธีการนำทรัพยากรมาใช้ในด้านใหม่ๆ เพื่อให้ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ก็เป็นอีกหนึ่งทิศทางที่คิดวิเคราะห์และการวางแผนการจัดการให้ไม่เสียต้นทุนมากขึ้นด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่าง Case study ที่น่าสนใจ

    [ USA ] Warner Bros. ใช้ AI ช่วยวิเคราะห์กำไรขาดทุน ก่อนตัดสินใจสร้างหนังเลือกวันฉาย

    วอร์เนอร์บราเธอร์ (Warner Bros.) กลายเป็นอีกหนึ่งสตูดิโอที่เข้าสู่ยุคของ AI ไปแล้วเรียบร้อย โดยเป็นการจับมือกับค่าย “Cinelytic” สตาร์ทอัพด้าน AI ที่สามารถช่วยค่ายหนังบริหารต้นทุนในการผลิตภาพยนตร์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสิ่งที่ AI จาก Cinelytic ทำได้คือการประเมินข้อมูลต่าง ของการผลิตภาพยนตร์แต่ละเรื่อง แล้ววิเคราะห์ออกมาเป็นตัวเลขว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ควรจะทำเงินได้เท่าไรจากการฉายในโรงภาพยนตร์ หรือช่องทางสตรีมมิ่งต่าง แต่ AI ดังกล่าวไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า ภาพยนตร์เรื่องใดจะเป็น The Next 1 billion dollars Movie เรื่องต่อไปได้แน่นอน เพียงแต่มันจะช่วยให้ค่ายผู้ผลิตภาพยนตร์ควบคุมต้นทุนในเรื่องที่มีแนวโน้มว่าจะไม่ทำเงินได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงอาจช่วยบริหารจัดการต้นทุนในการทำการตลาด หรือแม้กระทั่งการเลือกวันฉายให้กับภาพยนตร์เรื่องนั้น เพื่อให้มีโอกาสทำเงินได้มากที่สุด อย่างไรก็ดี การใช้งาน AI ในวงการฮอลลีวูดยังไม่สามารถทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้แน่นอน สิ่งที่ AI ทำได้ดีในตอนนี้ก็คือการวิเคราะห์ตัวเลข และย่อยข้อมูลมหาศาลที่มนุษย์อาจมองไม่เห็น หรือไม่สามารถรวบรวมได้ให้ออกมาเป็นข้อมูลชุดเล็กที่มีประสิทธิภาพ เข้าใจง่าย และสามารถนำไปใช้ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วขึ้นได้อีกต่างหาก credit : https://www.hollywoodreporter.com/news/warner-bros-signs-deal-ai-driven-film-management-system-1268036

    [ South African ] ลูกค้าของแม็คโครติดต่อกับผู้ Retailโดยตรงบน WhatsApp

    Feature ใหม่ใน Chat ของ Makro ช่วยให้ลูกค้าสามารถ Track Order, ดู Stock คงค้างในปัจจุบัน, เข้าถึงการ์ดดิจิทัล, ดูสาขาใกล้สุด และมีชุดคำถามที่สามารถตอบคำถาม Auto ได้ใน Chat Bot- สำหรับ South Africa ลูกค้าสามารถเชื่อมต่อกับ Retail ได้โดยใช้ Whatsapp นอกจากนี้ยังมี Makro’s Intelligent Assistant (iA) ยังเป็นช่องทางที่ช่วยให้แบรนด์สามารถเชื่อมต่อกับลูกค้า การสื่อสารของ Makro จึงเป็นช่องทางที่ Accessible and Seamless โดยใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาช่วย credit : https://www.africanretail.com/makros-customers-connect-with-the-retailer-directly-on-whatsapp/

     Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน   โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยคอนเซปต์แห่งอนาคตและการออกแบบ เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launchออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์

    #FutureLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch#TrendFastTrack2019 #WisdomDrivetheFuture

  • TREND FAST TRACK : Property Trend

    TREND FAST TRACK : Property Trend

    แนวโน้มของความยั่งยืนเป็นสิ่งที่คนพูดถึงกันเยอะขึ้น และมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะโลกเรากำลังเข้าสู่ช่วงของการกลับมาฟื้นฟูจากการทำลายของมนุษย์ หรือความถดถอยของธรรมชาติเอง แนวคิดของการเป็นส่วนหนึ่งของการรับผิดชอบต่อโลกจึงเห็นได้ชัดขึ้น สำหรับ Trend Fast Track สัปดาห์นี้จะพาทุกท่านเจาะลงไปในวงการสถาปัตยกรรมที่มีการพูดถึงความยั่งยืน และเกิดการออกแบบทางสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ เราเห็นแนวโน้มที่น่าสนใจมากมาย เช่น แนวโน้มของการออกแบบที่สอดคล้องไปกับการประหยัดพลังงาน หรือมีการดึงเอาพลังงานสะอาด (Clean Energy) มาใช้ในสถาปัตยกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือแนวโน้มของการออกแบบ และการก่อสร้างที่ลดการสิ้นเปลือง และลดปริมาณขยะให้ได้มากที่สุด (Zero Waste Concept) และแนวโน้มของการนำเอาวัสดุพื้นถิ่นมากใช้ในงานสถาปัตยกรรม (Local Material) ดึงเอาสิ่งที่มีอยู่แล้วที่สามารถทดแทนได้มาใช้เพื่อลดการทำลายธรรมชาติ ซึ่งทั้งหมดเป็นแนวโน้มที่เราเห็นได้จากทั่วทุกมุมโลก ลองมาดูกันว่าในแต่ละประเทศจะมีการดึงเอาแนวคิดของความยั่งยืนรูปแบบไหนมาใช้กับงานสถาปัตยกรรมบ้าง

    1. Clean Energy : แนวโน้มของการออกแบบที่สอดคล้องไปกับการการประยุกต์ใช้พลังงานสะอาด

    [Vietnam] MIA Design Studio covers Vietnamese home with protruding planters credit : https://www.dezeen.com/2019/12/28/mia-design-studio-covers-vietnamese-home-with-protruding-planters/ Sky house บ้านที่มีต้นไม้และพุ่มไม้ยื่นออกมาจากช่องเปิด ในไซ่ง่อน เวียดนาม ออกแบบโดย MIA Design Studio ทั้งนี้เพื่อสร้างความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติ ภายใต้ความหนาแน่นของเมือง ภายในบ้านถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ครึ่งแรกถูกใช้เพื่อให้ความสำคัญกับแสงแดด ลม น้ำ และต้นไม้ ในขณะที่อีกครึ่งถูกออกแบบสำหรับกิจกรรมครอบครัวด้วย ด้วย Function การใช้งานที่เรียบง่าย ห้องครัว ห้องนั่งเล่น และห้องทานข้าวตั้งอยู่บริเวณตรงกลางของชั้นหนึ่ง อยู่ด้านข้างสระน้ำและสวนขนาดเล็ก และสามารถมองเห็นพื้นที่ Void ด้านบนที่ตัดเต็มความสูงของบ้าน ห้องนอนและสวนอยู่บริเวณชั้นบนซึ่งสามารถมองลงมาเห็นห้องนั่งเล่นด้านล่างผ่านช่องเปิดสี่เหลี่ยมที่เปิดโล่งให้ลมธรรมชาติผ่านได้ ในบางพื้นที่มีการตัดแผ่นพื้นเพื่อให้ต้นไม้สามารถโตสูงผ่านสองชั้น ทั้งนี้เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่เพื่อให้ธรรมชาติสามารถแทรกอยู่ในทุกมุมของพื้นที่การใช้ชีวิต นอกจากนี้บริเวณดาดฟ้ายังมีพื้นที่พื้นที่ส่วนที่ช่วยสร้างความสงบและตัดขาดจากพื้นที่เมืองด้านนอก [Japan] kugenuma-y house in japan credit : https://www.designboom.com/architecture/kaniue-architects-steel-ramp-kugenuma-y-house-japan-12-03-2019/ สถาปนิก kaniue ได้สร้างบ้าน kugenuma-y ใกล้ทะเลใน shonan prefacture คานางาวะประเทศญี่ปุ่นเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 15 เมตรพร้อมทางลาดเหล็กชุบสังกะสี ตัวไม่มีแม้แต่ลิฟต์และบันได แต่มีทางลาดที่มีความยาว 150 เมตร นั้นถูกใช้โดยผู้อยู่อาศัยเพื่อปีนขึ้นไปทั้ง 15 เมตรในขณะที่มันช่วยให้พวกเขามองเข้าไปในทุกมุมของอาคาร แบบเดียวกันทางลาดสามารถเป็นโครงนั่งร้านที่ช่วยให้การบำรุงรักษาหรือการตกแต่งอาคารนั้นง่ายกว่าเดิม สถาปนิกออกแบบตามความต้องการของลูกค้าที่ต้องการสิ่งก่อสร้างริมทะเลที่สูง 15 เมตร และสามารถปีนขึ้นไปได้เพื่อรับลมทะเล โปร่งโล่ง เลยใช้ทางลาดเหล็กแบบอย่างดี และสถาปนิกเลือกใช้คอนกรีตเสริมเหล็กเพื่อความแข็งแกร่งและสามารถตั้งอยู่ริมทะเลได้ เป็นสไตล์ Loft ซึ่งทางลาดที่สร้างไว้รอบอาคาร สามารถทำให้ผู้อยู่อาศัยเข้าถึงได้ทุกชั้น เป็นการเชื่อมต่อพื้นที่ภายในและภายนอกได้ ดึงเอาแสง และลมจากธรรมชาติเข้าสู่ตัวอาคารได้เป็นอย่างดี

    2. Zero Waste Concept : แนวโน้มการออกแบบที่ลดการสิ้นเปลือง และลดปริมาณขยะให้มากที่สุด

    [Mexico] Mexico builds world’s first 3D-printed community houses credit : https://www.bizcommunity.com/Article/139/640/199342.html New Story องค์กรไม่แสวงหากำไรร่วมกับบริษัทด้านเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ชื่อว่า ICON ในการบุกเบิกนวัตกรรมการสร้างบ้านจาก 3ds Printing เพื่อทำให้การสร้างบ้านนั้นเร็วขึ้น กันความร้อน ใช้วัสดุน้อยลงและไม่เหลือทิ้ง (Zero Waste) เพื่อแก้ปัญหาคนไร้บ้าน โดยโครงการแรกตั้งอยู่ที่ประเทศเม็กซิโก คนไร้บ้านในเม็กซิโกส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ขาดแคลนอาหาร ไม่มั่นคง และไม่ปลอดภัย ก่อสร้างทั้งหมดจำนวน 50 หลัง ขนาดบ้านอยู่ที่ 46.45 ตรม. 2 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องครัว และ 1 ห้องน้ำ ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงพัฒนา เพราะยังเจอปัญหาเรื่องของความชื้นที่ซึมเข้ามาในตัวบ้าน ซึ่งเป็นสามารถให้ผู้อยู่อาศัยป่วยง่ายขึ้น

    3. Local Material : แนวโน้มของการนำเอาวัสดุพื้นถิ่นมากใช้ในงานสถาปัตยกรรม

    [Indonesia] Ramboll uses bamboo to build earthquake-resistant housing in Indonesia credit : https://www.dezeen.com/2019/12/31/bamboo-template-houses-ramboll-earthquake-indonesia/ Ramboll บริษัทวิศวะกรรมโยธาใช้ไม้ไผ่สร้างทำงานร่วมกับบริษัทออกแบบในพื้นที่ต้นแบบที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับเเผ่นดินไหว ซึ่งวัสดุเกือบทั้งหมดทำมาจากไม้ไผ่ ใช้ชื่อว่า “Template House” มาตรฐานโครงสร้างไม้ไผ่ออกแบบโดย Ramboll ร่วมกับหน่วยงานการกุศลในพื้นที่ เนื่องจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวใน Lombok ปี 2018 Template House สามารถรองรับแผ่นดินไหวได้ และยังมีความยั่งยืนและก่อสร้างได้ง่าย ต่างจากโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กแบบเดิมๆ ที่ต้องอาศัยความรู้เฉพาะทาง และไม่ทนแผ่นดินไหว โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด Bamboo Circular Economy ซึ่งไม้ไผ่เป็นวัสดุที่หาได้ง่ายเพราะขึ้นได้ตามธรรมชาติทั่วอินโดนีเซีย และโตเร็วภายใน 5 ปี ภายในบ้านมี 2 ห้องนอนอยู่ชั้นบน ชั้นล่างเปิดโล่งเพื่อรับลม และมีพื้นที่สำหรับจอดรถ ในอีกด้านเป็นพื้นที่ Living Area ที่ตั้งใจให้เป็น Beruga พื้นที่ Outdoor สำหรับใช้ทานข้าวและทำงาน ต้นแบบนี้จะถูกถ่ายทอดให้กับชุมชนเอาไว้ใช้ในกรณีที่เกิดเหตุแผ่นดินไหว [Uganda] Solar panels form canopy over surgical facility in Uganda credit : https://www.dezeen.com/2020/01/02/mount-sinai-kyabirwa-surgical-facility-kliment-halsband-architects-uganda/ The Mount Sinai Kyabirwa สถานพยาบาลเพื่อการศัลยกรรมในอุกันดาออกแบบโดย Kliment Halsband Architects เลือกใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่นในการก่อสร้าง และใช้พลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์เพื่อความยั่งยืนทางการเข้าถึงพลังงานในพื้นที่ที่ห่างไกล โดยอิฐที่ใช้ในการก่อสร้างนั้นใช้ดินจากพื้นที่บริเวณไซต์ก่อสร้าง เป็นการช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น สถาปนิกผู้ออกแบบเปรียบแผงโซลาเซลล์นี้เป็นเหมือนต้นกล้วยที่จะคอยดูดพลังงานแสงอาทิตย์มาป้อนลำต้นและให้ร่มเงากับตัวอาคาร หากระบบพลังงานหลักของอาคารล่ม อาคารจะยังสามารถมีพลังงานให้ใช้ต่อไปได้ถึง 2 วัน  Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน   โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยคอนเซปต์แห่งอนาคตและการออกแบบ เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launchออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์

    #FutureLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch#TrendFastTrack2019 #WisdomDrivetheFuture