คำว่า พลังงานสะอาด หรือที่เรียกอีกอย่างว่า Green Energy หมายถึง พลังงานที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะหรือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สามารถนำมาใช้ไม่มีวันหมด และไม่ก่อให้เกิดมลภาวะเป็นพิษอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่นพลังงานสะอาดที่เกิดจากชีวภาพได้แก่การหมัก จนก่อให้เกิดเป็นพลังงานทดแทนอย่างไบโอเอทานอล เกิดจากกระแสลม เช่นกังหันลม เกิดจากความร้อนใต้พื้นโลก เกิดจากกระแสน้ำ ซึ่งบางประเทศนำไปผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าได้ หรือเกิดจากพลังงานที่มาจากแสงอาทิตย์ ตัวอย่างก็ได้แก่ แผงโซล่าเซลส์นั่นเอง – ขอบคุณข้อมูลจาก Facebook : อาคาร-อนุรักษ์พลังงานเฉลิมพระเกียรติTrend Fast Track เสิร์ฟร้อนประจำสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนธันวาคม ปี 2019 จึงขอนำเสนอหัวข้อเรื่อง ENERGIZE THE GREEN ENERGY : ธุรกิจยุคใหม่กำลังจุดไฟให้พลังงานสะอาด โดยรวบรวมกรณีศึกษาใหม่ๆ จากทั่วโลกมาเล่าสู่กันฟัง [Sweden] McDonald’s ในสวีเดนเพิ่มที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า McCharge ในสาขา Drive-Thru McDonald’s ในประเทศสวีเดน ปิ๊งไอเดียสร้างทางเลือกให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้มีสถานีชาร์จในสาขา Drive-Thru รวม 55 สาขาทั่วประเทศ ต้องบอกว่าเทรนด์ของรถยนต์ไฟฟ้ากำลังเป็นที่นิยมกันทั่วโลก เพราะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการใช้รถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ไม่ต้องการพึ่งพาพลังงานน้ำมัน ซึ่งเทรนด์นี้ก็เป็นที่นิยมอย่างมากในโซนยุโรปเช่นกัน ในประเทศสวีเดนได้มีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่จากการสำรวจก็พบว่า 48% ปัญหาของผู้ขับขี่ส่วนใหญ่จะบอกว่าหาสถานีชาร์จไฟฟ้ายาก ถ้ามีจุดชาร์จไฟฟ้าที่เยอะมากกว่านี้น่าจะทำให้มีคนใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นแน่นอน ที่นี้ทาง McDonald’s อยากของมีส่วนร่วมกับการแก้ปัญหานี้บ้าง โดยที่ได้ติดตั้งจุดชาร์จไฟฟ้าภายในสาขา โดยเริ่มต้นแห่งแรกตั้งแต่ปี 2009 จนถึงปัจุบันมีสถานีชาร์จไฟฟ้ารวม 55 แห่งทั่วประเทศในเขตสแกนดิเนเวีย โดยเป็นการติดตั้งในสาขาที่เป็นโมเดล Drive-Thru เป้าหมายต่อไปคือติดตั้งในทุกสาขาที่เป็น Drive-Thru นั่นเอง แต่ที่น่าสนใจไม่ใช่แค่การติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว McDonald’s ยังได้ดีไซน์ป้ายขึ้นมาใหม่ โดยที่มีช่องที่บอกอัตราค่าบริการชาร์จไฟเท่าไหร่/นาที และยังมีราคาเมนู Big Mac และชุด Happy Meal ทางด้านล่าง แสดงราคาโปรโมชั่นดึงดูดลูกค้าได้โดยไม่ต้องเปลี่ยน Print AD บ่อยเกินไปอีกด้วย Credit : trendhunter.com [Sweden] ภาพรวม IKEA ปีที่ผ่านมา รายได้เพิ่มขึ้น แต่กำไรหด 10% เหตุเพราะลงทุนออนไลน์และพลังงานสะอาด IKEA Group เปิดเผยผลประกอบการประจำปี 2019 (สิ้นสุดที่เดือนสิงหาคม) ดังนี้ รายได้เพิ่มขึ้น 5.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า มูลค่ารวม 3.91 หมื่นล้านยูโร (ประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท) ผลกำไรจากการดำเนินงานลดลง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า มูลค่ารวมอยู่ที่ 2.03 พันล้านยูโร ลดลงจากปีก่อนที่มีมูลค่า 2.25 พันล้านยูโร ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ IKEA แม้ว่าจะมีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น แต่กำไรหดตัวลง เป็นเพราะใช้เงินลงทุนทุ่มไปกับการขยายออนไลน์ในปีที่ผ่านมา นอกจากนั้น IKEA ยังได้ลงทุนในพลังงานสะอาด ไม่ว่าจะเป็นพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ โดย IKEA มองว่าการลงทุนในพลังงานสะอาด นอกจากจะได้ภาพลักษณ์ของการรักษ์โลกแล้ว ยังทำให้ในอนาคตบริษัทจะมีต้นทุนของการผลิตสินค้าที่ลดต่ำลงด้วย ในผลประกอบการระบุว่า ยอดขายจากช่องทางหน้าร้านของ IKEA มีการเติบโต 0.7% ส่วนออนไลน์มีการเติบโตสูงถึง 50% ในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ยอดขายออนไลน์ของ IKEA ยังคิดเป็นเพียง 10% ของยอดขายทั้งบริษัท Credit : REUTERS [Germany] บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ประกาศเตรียมปลดพนักงานจ่อลดพนักงานหลายหมื่นคน เกาะกระแสบุกธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจะเข้ามาแทนที่รถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงอย่างแน่นอน หลายบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จึงต้องเตรียมปลดพนักงานเพื่อลดรายจ่ายด้านแรงงานที่ไม่จำเป็น พร้อมทั้งเพิ่มเงินทุนอีกจำนวนมากในการลุยธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า ยกตัวอย่าง Audi บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ประกาศเตรียมปลดพนักงานจำนวน 9,500 ตำแหน่งในเยอรมนี โดยจะเริ่มตั้งแต่ปีนี้ไล่ไปจนถึงปี 2025 การปลดพนักงานเกือบหมื่นตำแหน่งในครั้งนี้ จะทำให้ Audi ประหยัดต้นทุนไปได้มากถึง 6 พันล้านยูโร หรือเกือบ 2 แสนล้านบาท Volkswagen บริษัทแม่ของ Audi ระบุว่า การบุกธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าจะทำให้เกิดการจ้างงานใหม่ๆ กว่า 2,000 ตำแหน่ง Credit : BBC
[South Africa] สตาร์ทอัพรายใหม่ประดิษฐ์รถเข็นเคลื่อนที่ที่ให้บริการชาร์ตมือถือด้วยพลังงานแสงอาทิตย์
นาย Henri Nyakarundi ผู้คิดค้นไอเดียธุรกิจนี้ พบว่าคนแอฟริกาใต้ประสบปัญหาเรื่องการชาร์ตมือถืออย่างมาก โดยปริมาณ 80%ของคนแอฟริกาใต้นั้นมีมือถือใช้ แต่มีเพียงแค่ 18% ที่เข้าถึงไฟฟ้าได้ จึงออกไอเดียทำธุรกิจรถเข็นเคลื่อนที่ให้บริการชาร์ตมือถือจากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อให้คนแอฟริกาสามารถเชื่อมโยงตนเองกับโลกโซเชียลได้อย่างไม่ขาดตอน และตั้งเป้าหมายว่าธุรกิจนี้จะช่วยสร้างงานให้ชาวแอฟริกาทั้งประเทศได้ โดยรถเข็น 1 คันนั้นสามารถชาร์ตมือถือได้พร้อมกันถึง 80 เครื่อง
Credit : CNN

[Africa] นักศึกษาชาวแอฟริการวมตัวกันก่อตั้ง Start Up เพื่อทำบ้านที่ทำจากตู้คอนเทนเนอร์รีไซเคิล และสามารถผลิตพลังงานได้ในตัว
เป็นกลุ่มนักศึกษาที่นำไอเดียการประกวดที่ได้รับรางวัลชนะเลิศมาเมื่อปี 2017 มาทำให้เกิดขึ้นจริง โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาคนไร้บ้านสำหรับชนชั้นกลางในแอฟริกา และลดค่าใช้จ่ายจากการที่ต้องพึ่งพาน้ำมันดีเซลในการปั่นไฟใช้ที่ตอนนี้ราคาสูงขึ้นมาก ตัวบ้านได้แรงบันดาลใจมากจาก African architecture ดูไม่ออกเลยว่าทำจากตู้คอนเทนเนอร์ มีลมและแสงแดดผ่านเข้ามาได้เป็นอย่างดี ปัจจุบ้นกำลังอยู่ในขั้นตอนการคิดเรื่องการทำการตลาดและการผลิตที่ช่วยลดต้นทุนได้
Credit : CNN

[Thailand] บ้านปูฯ จับมือ ไปรษณีย์ไทย เปิดตัวรถขนส่งไปรษณียภัณฑ์ไฟฟ้า
กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจพลังงานแบบครบวงจรแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สมาร์ทซิตี้ พร้อมเปิดเกมรุกธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เพื่อรองรับเทรนด์การใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ซึ่งถือเป็นเมกะเทรนด์ด้านพลังงานสะอาด (Clean Energy) โดยหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย เริ่มมีการผลักดันให้ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนหันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้น “บ้านปูฯ (BANPU)” มุ่งมั่นให้บริการยานยนต์ไฟฟ้าและขนส่งแบบครบวงจร (Integrated Electric Vehicle Fleet Management) โดยเป็นรายแรกของประเทศไทยที่มอบบริการตั้งแต่การให้คำปรึกษา นำเสนอยานยนต์ไฟฟ้าที่เหมาะกับการดำเนินงาน ตลอดจนบริการหลังการขายด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยในราคาที่เหมาะสม โดยได้เดินหน้าผนึกความร่วมมือกับ “บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด” (ปณท) ใน “โครงการบริหารจัดการยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจรเพื่อขนส่งสินค้า-พัสดุไปรษณีย์” เพื่อยกระดับการขนส่งพัสดุให้ประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดต้นทุนค่าใช้จ่าย ค่าซ่อมบำรุง และค่าเชื้อเพลิงในระยะยาว โดยนำยานยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังไฟฟ้า 100% มาใช้ในการขนส่งพัสดุ นำร่องด้วยรถตู้ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่สะท้อนศักยภาพด้านการพัฒนานวัตกรรม และเทคโนโลยีพลังงานสะอาดเพื่ออนาคต รวมถึงการบริหารจัดการพลังงานแบบครบวงจรของบ้านปูฯ ได้เป็นอย่างดี
Credit : marketingoops.com

[England] เชลล์ (Shell) หันมาเริ่มธุรกิจแบตเตอร์รี่สำหรับครัวเรือนเพื่อพลังงานที่ยั่งยืน
Royal Dutch Shell บริษัทธุรกิจพลังงานน้ำมัน ได้ซื้อ Sonnen สตาร์ทอัพเยอรมันในการทำแบตเตอร์รี่สำหรับเก็บพลังงานจากแผงพลังงานแสงอาทิตย์ การซื้อกิจการเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ “พลังงานใหม่” เชลล์วางแผนที่จะใช้จ่ายมากถึง 2 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปีสำหรับโอกาสทางการค้าภายในพลังงานที่ยั่งยืน โดยเริ่มระดมทุมไปแล้วกว่า 60 ล้านเหรียญ เยอรมนีเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกโดยมีแบตเตอรี่บ้าน 70,000 เครื่องตามมาด้วยออสเตรเลีย 60,000 เครื่อง และมี 20,000 เครื่องในสหรัฐอเมริกา ส่วนใหญ่ติดตั้งโดย Tesla, LG และอีกหนึ่งบริษัทอย่างซัมซุงอีกด้วย ซึ่งน่าจับตาว่าการกระโดดเข้าไปเล่นกับคู่แข่งยักษ์ใหญ่อย่างนั้นเชลล์จะปรับตัวอย่างไร
Credit : CNN

[Morocco] หมู่บ้านที่ให้พลังงานจากแสงอาทิตย์แบบ 100% แห่งแรกของโลก
Id Mjahdi หมู่บ้านที่ใช้พลังงานจากโซลาร์เซลล์แบบ 100% แห่งแรกของโลกในโมรอคโคซึ่งเป็นประเทศผู้นำทางด้านพลังงานทดแทน (Renewable Energy) โดยปัจจุบันได้มีการใช้พลังงานทดแทนในการผลิตไฟฟ้าได้ถึง 35% ของความต้องการทั้งประเทศ และมีเป้าว่าจะทำให้ถึง 52% ในปี 2030 และโมรอคโคยังเป็นประเทศที่มี Solar Farm ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่ชื่อว่า Noor-Ouarzazate Complex จึงได้มีการทำการทดลองนำพลังงานที่ได้จากโซลาร์เซลล์ไปใช้ที่หมู่บ้าน Id Mjahdi โดยการควบคุมการทำงานจากระยะไกลได้สำเร็จ โดย Id Mjahdi เป็นหมู่บ้านที่ห่างไกลจากเมือง ไฟฟ้าเข้าไม่ถึงและใช้ต้นทุนในสูงในการนำระบบไฟฟ้าเข้าสู่หมู่บ้าน

Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยคอนเซปต์แห่งอนาคตและการออกแบบ เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์
#FutureLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch
#TrendFastTrack2019 #WisdomDrivetheFuture





(Malaysia) เมื่อ Oreo เขิน อะไรจะเกิดขึ้น?
Oreo ที่เราคุ้นเคยกับบิสกิตสีดำ และมีไส้ครีมสีขาวรสอร่อยอยู่ตรงกลางกับคำพูดที่คุ้นเคย ‘บิด ชิมครีม จุ่มนม’ ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ Oreo Red Velvet ที่เปลี่ยนสีของบิสกิตให้เป็นสีแดง และรสชาติของครีมที่เปลี่ยนแปลงไป
แน่นอนว่า วิธีการบอกเล่าสิ่งใหม่ให้น่าประทับใจจะต้องทำเช่นไร? Oreo Malaysia จึงนำเสนอในรูปแบบ Vending Machine ที่ไม่เหมือนเดิมที่เปิดโอกาสให้คนมี Participate กับเครื่องโดยให้พูดและเอ่ยชม Oreo จนรูป Oreo บนเครื่องจะเปลี่ยนเป็นสีแดง (ด้วยความเขินอาย) และตอนนั้นเอง Oreo Red Velvet รสชาติใหม่ก็จะไหลออกมาที่ช่องด้านล่าง ถือเป็นวิธีการน่ารักๆ ในการให้ลูกค้าและบรรดา Advocate ของ Oreo ร่วมมี Participate กับแบรนด์ และเป็นการโปรโมตสินค้าใหม่ไปในตัว ซึ่งสอดคล้องกับการใช้ชีวิตนอกบ้านได้เป็นอย่างดี ขอเพียงแค่ตู้นี้อยู่ในย่านของกลุ่มเป้าหมาย
Credit ภาพ: https://wanderwomom.wordpress.com/2019/10/17/a-red-oreo-compliment-an-oreo-and-make-it-turn-red/

(Thailand) ไปรษณีย์ไทยไดรฟ์ทรูก็มา
เมื่อคนใช้ชีวิตในรถบนท้องถนนมากยิ่งขึ้น ไปรษณีย์ไทยจึงตอบโจทย์ด้วยไปรษณีย์ไดร์ฟทรู (DRIVE-THRU POST) ให้สามารถส่งของได้แบบไม่ต้องลงจากรถตอบโจทย์การขยายตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และตอบไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ที่เน้นสะดวกรวดเร็ว ให้สามารถส่งพัสดุแบบรวดเร็วทันใจใน 3 นาที แบบไม่ต้องลงจากรถยนต์ เพียงยื่นสิ่งของฝากส่งที่หุ้มห่อและพร้อมส่ง โดยสามารถส่งของได้สูงสุด 3 ชิ้น ไม่เกิน 2 กิโลกรัม ทำให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ยุคใหม่ หรือคนที่จำเป็นต้องใช้บริการส่งของน้อยชิ้น ลำบากที่จะต้องเข้าไปในที่ทำการอีกต่อไป
(England) ลอนดอนให้บริการมินิบัสสาธารณะ เรียกผ่านแอปฯ ได้ ไม่ต้องยืนรอรถอีกต่อไป
ที่ผ่านมา เราอาจจะคุ้นเคยกับการเรียกรถบริการผ่านแอปฯประเภทเรียกแท็กซี่หรือรถส่วนตัวอย่าง GrabCar GrabTaxi หรือแม้แต่ไอเดีย Sharing Car แบบ Carpool ในประเทศไทยก็เคยมีมาแล้ว แต่ล่าสุด องค์การขนส่งลอนดอนปล่อยมินิบัสมาให้บริการประชาชนแบบ on – demand ในเขต Ealing ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมือง โดยแอปพลิเคชันที่สามารถใช้บริการเรียกมินิบัสนี้เรียกว่า “Slide Ealing” ผู้เดินทางสามารถจองเที่ยวรถผ่านแอปฯ ได้หรือจะโทรจองก็ย่อมได้ มินิบัสนี้ไม่ได้มีเส้นทางเดินรถแบบตายตัว แต่จะจอดรับผู้โดยสารแบบยืดหยุ่น เรียกได้ว่าเป็นการแชร์รถที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยขนาดของที่นั่งที่มีมากขึ้นกว่ารถเก๋งปกติ
Credit ภาพ: https://brandinside.asia/london-launch-slide-ealing-minibus-on-demand-book-by-application/
จะเห็นได้ว่าจากเคสทั้งหมดที่ทยอยออกมาเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตนอกบ้านกันมากขึ้นนั้น ก็เป็นช่องทางที่ดีในการที่จะสร้างโอกาสให้ผู้บริโภครู้จักและรับรู้แบรนด์ได้มากกว่าสื่อดั้งเดิมในครัวเรือนอย่างเช่น โทรทัศน์ และยังมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายมากกว่าที่จะให้เขาและเธออยู่กับสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตเพียงอย่างเดียว
🔥 Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน 🔥 โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยคอนเซปต์แห่งอนาคตและการออกแบบ เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์

ในปี ค.ศ. 2050 แอฟริกาจะมีผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ร้อยละ 10 ในขณะที่เอเชีย อเมริกาเหนือ และยุโรปเป็นร้อยละ 24, 27 และร้อยละ 34 ตามลำดับ ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วจะมีโอกาสเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุก่อนประเทศที่กำลังพัฒนา อย่างไรก็ตามประเทศที่กำลังพัฒนากลับใช้เวลาสั้นกว่าในการเข้าสู่สังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์* ซึ่งประเทศไทยนับเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาที่มีช่วง การเปลี่ยนถ่ายจากสังคมผู้สูงอายุ สู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์เร็วที่สุด ปัจจุบันประเทศที่เข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอด** แล้วประกอบด้วย ญี่ปุ่น (ประเทศแรกของโลก) อิตาลี เยอรมนี สวีเดน และจะตามมาด้วยฝรั่งเศสและอังกฤษ ที่จะตามมาในปี 2020 และ 2021 ตามลำดับ ส่วนอเมริกาและเกาหลีจะเข้าถึงในปี 2028 และ 2026 ตามลำดับ ประเทศเหล่านี้เหมือนเป็นหัวขบวนที่เราสามารถศึกษาการออกแบบนโยบายรัฐ การรวมกลุ่ม และการสร้างธุรกิจต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาเพื่อดูแลคนรุ่นใหญ่เป็นต้นแบบในการดำเนินงานของเราได้บางส่วน
เมื่อเปรียบเทียบในเอเชียประเทศเรียงอันดับ การมีสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุ ได้แก่ อันดับ 1 ญี่ปุ่น อันดับ 2 เกาหลี อันดับ 3 สิงคโปร์ อันดับ 4 ประเทศไทย และอันดับที่ตามมาคือเวียดนาม ตารางแสดงสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุในเอเชีย
* สังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 14 ของประชากรทั้งหมด
** สังคมสูงอายุระดับสุดยอด (Super-aged Society) มีประชากรผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป มีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด
จากรายงานการคาดประมาณประชากรของประเทศไทย พ.ศ. 2553-2583 สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ชี้ให้เห็นว่าการเข้าสู่แต่ละช่วงของสังคมผู้สูงอายุไทย เป็นดังนี้
Thailand Aging Society Segmentation
จากงานวิจัยเรื่องผลกระทบของการถ่ายทอดทางวัฒนธรรมของผู้บริโภคระดับโลกต่อรูปแบบการบริโภคของผู้สูงอายุยุคใหม่ในกรุงเทพมหานคร โดยรองศาสตราจารย์ ดร. ณัฐพล อัสสะรัตน์ และคณะ (สิงหาคม 2562)
1. New Age Elder
“รักการเรียนรู้ชอบลองสิ่งใหม่ ควบคุมชีวิตตัวเองได้”
วัยเก๋ากลุ่มนี้จะตระหนักรู้ในตัวเองว่าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ มีความสุขด้านการจับจ่ายซื้อของ มั่นใจกับการตัดสินใจด้านต่างๆ มีความคุ้นเคยกับการใช้ภาษาอังกฤษและการเดินทางต่างประเทศ สามารถเรียนรู้ เปิดรับ และปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมต่างชาติที่มีความเป็นสากลได้ง่าย มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 14 ส่วนใหญ่มีการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ส่วนใหญ่จะทำงานระดับหัวหน้างานและผู้บริหารระดับสูง มีทรัพย์สินถือครองไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 20 ล้านบาท
2. Controller Aged
“รู้สึกมีความสามารถในการควบคุมชีวิต ไม่ได้สนใจเรียนรู้หรือปรับตัวเข้ากับสิ่งใหม่”
วัยเก๋ากลุ่มนี้จะคล้ายกับกลุ่ม New Age คือ มีการศึกษาสูง มีตำแหน่งหน้าที่การงานสูงในอดีต มีทรัพย์สินมาก และมีศักยภาพในการเข้าถึงวัฒนธรรมสากล แต่จะต่างที่ทัศนคติในการใช้ชีวิตด้านการเรียนรู้และปรับตัว แต่ยังเป็นคนที่ชื่นชอบการจับจ่ายใช้สอย ชอบการแต่งตัวที่ทันสมัย อีกทั้งยังไม่ยอมรับที่จะต้องได้รับอิทธิพลจากคนรอบข้าง แต่ลึกๆ แล้วก็ยังไม่ค่อยมีความมั่นใจในการเลือกซื้อสินค้า และไม่ได้พึงพอใจในชีวิตที่เป็นอยู่ซะทีเดียว มีสัดส่วนร้อยละ 14.83 ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด
3. Senior Aspirer
“วันเก๋าระดับกลาง ชื่นชอบการจับจ่ายและการแต่งตัวตามสมัยนิยม แต่ไม่ชอบการเรียนรู้และลองสิ่งใหม่”
เป็นกลุ่มวัยเก๋าที่มองว่าตนมีความรู้รอบด้าน สามารถควบคุมสิ่งที่เกิดในชีวิตได้ชื่นชอบการจับจ่ายใช้สอย ชอบการแต่งกายที่ทันสมัย ไม่ชอบการเรียนรู้และลองสิ่งใหม่ ไม่ยอมรับอิทธิพลจากคนรอบข้างจากคนรอบข้างหรือเพื่อนฝูงเท่าไรนัก เนื่องจากทรัพยากรและการใช้ชีวิตที่สวนทางกันทำให้วัยเก๋ากลุ่มนี้ ไม่มีความพึงพอใจในการใช้ชีวิต กลุ่มนี้มีสัดส่วนร้อยละ 26.58 ระดับการศึกษา กระจายตัวตั้งแต่ระดับประถมศึกษา-มัธยมปลาย และปัจจุบันก็ยังคงทำงานอยู่ มีสินทรัพย์ถือครองไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือระหว่าง 1-5 ล้านบาท
4. Life-embraced Elder
“วัยเก๋าระดับกลาง ชื่นชอบการใช้ชีวิตที่เป็นอยู่แต่ก็มีความสนใจที่จะเรียนรู้และลองสิ่งใหม่”
วัยเก๋ากลุ่มนี้คล้ายกับกลุ่มที่ 3 มีระดับการศึกษาและทรัพย์สินระดับกลาง และมีระดับการซึมซับวัฒนธรรมระดับโลกที่ไม่สูงนัก มีความสนใจที่จะเรียนรู้และลองสิ่งใหม่ ชื่นชอบการใช้ชีวิตในรูปแบบเดิมๆ ไม่นิยมการการจับจ่าย สนใจการพบปะเพื่อนฝูงและได้รับอิทธิพลจากเพื่อนฝูง กลุ่มนี้มีสัดส่วนมากที่สุด คือ ร้อยละ 34.67 เนื่องจากมีการบริโภคที่สอดคล้องกับรายได้ที่มีทำให้วัยเก๋ากลุ่มนี้มีความพึงพอใจในชีวิตสูงที่สุด
5. Unprepared Elder
“วัยเก๋าที่ขาดการเตรียมตัว มีความต้องการในการเรียนรู้ และลองสิ่งใหม่ แต่คิดว่าตนเองไม่สามารถควบคุมสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตได้”
วัยเก๋ากลุ่มนี้มีความต้องการเรียนรู้และลองสิ่งใหม่ และมีความมั่นใจในการตัดสินใจซื้อของ หากแต่ยังคิดว่าตนเองไม่สามารถควบคุมสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตได้ ไม่เน้นการจับจ่าย ไม่แน่ใจว่าตัวเองควรจะทำอะไรหรือตัดสินใจเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับตัวเอง จึงมีการพบปะเพื่อนฝูงหรือได้รับอิทธิพลจากเพื่อนฝูงอยู่บ้าง เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องทรัพยากรที่มีอยู่จึงทำให้ผู้สูงอายุกลุ่มนี้มีความพึงพอใจในชีวิตที่ไม่สูงมากนัก โดยกลุ่มนี้มีสัดส่วนในงานวิจัยนี้อยู่ที่ประมาณร้อยละ 9.92* เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มตัวอย่างอื่นๆ แล้วมีระดับการศึกษาค่อนข้างต่ำส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ฟรีแลนซ์ หรือค้าขายทั่วไป มีมูลค่าทรัพย์สินที่ถือครองอยู่ไม่เกิน 1 ล้านบาท
ข้อมูลวิจัยเทรนด์ The Future Trend of Aging Society 2020-21 ที่ทำหน้าที่ชี้ให้เห็นโอกาสใหม่ที่สอดรับกับ Insight ของกลุ่มเป้าหมายในประเทศไทย เมื่อความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่คือสิ่งจำเป็นสำคัญธุรกิจในยุค 4.0 ข้อมูลวิจัย Insight ที่เจาะลึกให้เห็นถึงความต้องการที่ซ่อนเร้น (Unmet Needs) และข้อมูลวิจัยเทรนด์จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ขององค์กรธุรกิจอย่างยั่งยืน
(ท่านมาสามารถซื้อข้อมูลเชิงลึกได้ที่ Trend Book Shop)
ตัวอย่างของผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ Aging Society มาแบ่งปันประสบการณ์
1. ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) (ซ้ายสุด) โดยท่านได้เล่าถึงผลงานการทำงานด้าน Health Tech ในวงของนักวิจัยไทยทำให้เกิดนวัตกรรมเข้ามาช่วยดูแลคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุไทย เช่น โครงการรากฟันเทียม Application ฝึกสมอง หรือโรบอตผู้ช่วยในการจ่ายยา และโครงการสำคัญที่จะเปิดตัวในปลายปีนี้คือ Medicopolis ที่เชียงใหม่ คือเมืองแห่งสุขภาพที่เกิดจากการบูรณาการกันของภาคีที่ให้บริการด้านสุขภาพในย่านทั้งหมดเข้ามาสู่การดูแลลูกค้าแบบครบวงจร ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ TCELS และนักวิจัยไทยหลายชีวิตร่วมกันวิจัยและพัฒนาเพื่อเป้าหมายการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทย ซึ่งมุมมองของดร.นเรศ คือ สังคมผู้สูงอายุไม่ได้หมายความถึงสังคมที่มีแต่ผู้สูงอายุ แต่มันคือ “สังคมประสาน” ที่ทุกวัยต้องอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข จุดนี้เองคือตัวที่จุดประกายและทำให้ TCELS สนใจที่จะเข้ามาร่วมแก้ปัญหาสังคมในประเด็นนี้
2. คุณสักกฉัฐ ศิวะบวร กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิ๊กสไมล์เวิลด์ จำกัด (ท่านที่ 2 จากซ้าย) จากประสบการณ์การทำธุรกิจ Exhibition ประกอบกับที่จับตาแนวโน้มของ Mega Trend
หมายเหตุ: ราคาข้างต้น เป็นการจัดที่ออฟฟิศลูกค้าในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
คุณนนท์นลิน (ป่าน) 0855469664
Line Official Account : Baramizi_Lab








































