Author: admin

  • Trend Fast Track: Brand Hero แก้ปัญหาด้วยความเข้าใจ เพื่อให้แบรนด์อยู่ในใจตลอดไป

    Trend Fast Track: Brand Hero แก้ปัญหาด้วยความเข้าใจ เพื่อให้แบรนด์อยู่ในใจตลอดไป

    แบรนด์ที่เกิดมา หรือสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อแก้ปัญหาให้กับผู้คน ย่อมเข้าไปอยู่ในใจลูกค้าได้แน่นอน เปรียบเสมือนเป็นฮีโร่ 

    เราเคยได้ยินคำนี้กันไหมครับ ‘Pain Point’  ซึ่งคำนี้ ได้ทำให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ต่อการใช้ชีวิต เพื่อให้คุณภาพชีวิตของมนุษย์โลกดียิ่งขึ้น Trend Fast Track ประจำสัปดาห์นี้ขอเสนอหัวข้อเทรนด์เรื่อง : 

    Brand Hero (แก้ปัญหาด้วยความเข้าใจ เพื่อให้แบรนด์อยู่ในใจตลอดไป)

    วิธีคิดเดิม ๆ ของแบรนด์ในยุคก่อนที่เน้นการขายแบบตรงไปตรงมา แน่นอนว่าถ้าคุณเป็นแบรนด์ดังก็ย่อมได้เปรียบเรื่องชื่อเสียงแบรนด์ที่เป็นที่รู้จัก แต่ในโลกยุคปัจจุบันการที่แบรนด์จะเข้าไปอยู่ในใจลูกค้าได้นั้น (ซึ่งในใจเค้ามีหลายแบรนด์ที่อยู่ไปแล้ว) คุณอาจจะต้องทำอะไรให้กลุ่มลูกค้าคุณรู้สึกว่า คุณ คือ ผู้ช่วยชีวิตและช่วยแก้ปัญหาได้ แน่นอนว่าถ้าทำได้ คุณอาจจะกลายเป็นอันดับหนึ่งในสินค้า หรือบริการ ณ โอกาสนั้น ๆ ที่ลูกค้าต้องการไปเลย ลองไปดูกันนะครับว่ามีวิธีการอะไรบ้างที่แบรด์ต่าง ๆ รอบโลกได้นำเสนอ

    Semi-Autonomous Eateries : เมื่อ ‘อาหารตามสั่ง’ ไม่ต้องสั่งด้วยเสียงอีกต่อไป และไม่ต้องจ่ายเงินสดอีกด้วย 

    1.(สิงคโปร์) Deliveroo เปิดธุรกิจใหม่ เมื่อร้านขายอาหารไม่มีคนขาย แต่สั่งได้ในแอปพลิเคชัน

    เคยเจอไหมครับเวลาไปร้านอาหารแต่ไม่มีที่นั่งทาน หรือต้องเสียเวลารออาหารนาน  

    Deliveroo หนึ่งในผู้ให้บริการ Food Delivery ในหลายประเทศ ขยายธุรกิจใหม่ในประเทศสิงคโปร์ โดยเป็นบริการร้านจำหน่ายอาหารในลักษณะที่คล้ายกับร้านอาหารประเภท Dine-In หรือ Fastfood ทั่วไป เพียงแต่หน้าร้านนั้น ไม่มีเจ้าหน้าที่ให้บริการเลยแม้แต่คนเดียว และลูกค้าจะต้องใช้แอปพลิเคชันในการดำเนินการทั้งหมด ตั้งแต่สั่งรายการ (Ordering) จ่ายค่าสินค้าด้วย Digital Payment (Purchasing) และรับสินค้าผ่านล็อกเกอร์ที่ระบุหมายเลขเฉพาะสำหรับคุณเท่านั้น (Picking) 

    แน่นอนว่า การจัดเตรียมรายการหรือปรุงอาหาร ยังจำเป็นจะต้องใช้ ‘คนจริงๆ’ ในการประกอบขึ้นที่หลังครัวซึ่งอยู่ด้านหลังของ Automated Locker นั้นอีกทีนึง แต่สามารถเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการได้ โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน เช่น เวลาเช้าก่อนไปทำงานหรือพักเที่ยง ที่สามารถสั่งรายการอาหารไว้ล่วงหน้า และสามารถมารับในช่วงเวลาที่ต้องการได้ทันที เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นอาหารที่ถูกประกอบขึ้นสดใหม่ ให้คุณภาพที่แตกต่างจากอาหารสำเร็จรูปอีกด้วย

    Credit: https://www.trendhunter.com/trends/deliveroo-food-market 

    ————-

    Mid-Week Holiday: เพิ่มวันหยุด เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และเพิ่มกำไร

    2.(ออสเตรเลีย) บริษัทดิจิทัลเอเจนซีให้พนักงานหยุดทุกวันพุธ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ส่งผลให้รายได้และกำไรเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน

    เชื่อว่าหลาย ๆ ท่าน อาจจะโดนใจเคสนี้ จากความคิดที่ต้องการแก้ Pain ว่า จะเพิ่มการทำงานให้พนักงานมีประสิทธิภาพได้อย่างไร 

    Versa บริษัทที่พัฒนาซอฟต์แวร์ให้กับทั้ง Google และ Amazon เผยผลลัพธ์จากแนวคิด ‘หยุดทุกวันพุธ’ หลังจากเริ่มต้นโครงการดังกล่าวช่วงปลายปีที่แล้ว และพบว่าผลประกอบการเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน มีรายได้เพิ่มขึ้น 30-40% และกำไรพุ่งสูงขึ้นจากเดิมกว่า 3 เท่าจากประสิทธิภาพการทำงายของบุคลากรที่ดีขึ้นจากการเพิ่มวันหยุดกลางสัปดาห์ โดยใช้วันพุธ วันที่คนทำงานมักจะเกิดความเบื่อหน่ายมากที่สุดเป็นวันหยุด และทำให้ Long Weekdays ที่แต่เดิมยาวนานถึง 5 วัน จันทร์ถึงศุกร์ สู่การแบ่งออกเป็น 2 Mini Weekdays แทน โดยการปรับเปลี่ยนดังกล่าวไม่ได้กำหนดให้วันพุธเป็นวันหยุดที่ตัดขาดการทำงานอย่างสิ้นเชิงแต่อย่างใด แต่อย่างน้อยก็ลดความตึงเครียดในที่ทำงานด้วยการที่สามารถให้ทำงานจากที่บ้านได้

    แน่นอนว่า ชั่วโมงการทำงานปกติก่อนที่จะมีนโยบายนี้ อยู่ที่ประมาณ 37.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งการลดจำนวนวันทำงานก็ไม่ได้ทำให้เวลาการทำงานเฉลี่ยต่อสัปดาห์ลดลงมากนัก แต่บริษัทเชื่อว่า การได้หยุดระหว่างสัปดาห์ ช่วยให้พนักงานผ่อนคลาย และจัดตารางงานได้ดีขึ้น และสามารถกลับมาทำงานในวันพฤหัสฯ ด้วยความกระตือรือร้นจริงๆ คือได้รีเฟรชชีวิต ชาร์จพลังกันระหว่างสัปดาห์ไปในตัว

    Credit: https://www.abc.net.au/news/2019-04-17/killing-hump-day-business-that-shuts-wednesdays-workers-happier/10985332 

    Credit ภาพ: https://www.thejakartapost.com/life/2018/12/01/wednesday-is-the-best-day-to-take-a-day-off-experts.html 

    ——————-

    LiDAR x Drone: คนหายในป่า หาได้ด้วยโดรนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

    3.(ออสเตรเลีย) แก้ปัญหาคนหายในป่า สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศด้วยโดรนที่ผนวกเข้ากับเทคโนโลยีชั้นสูงที่ใช้กันมายาวนานประยุกต์เข้าด้วยกัน

    เราอาจจะเคยเห็นข่าวต่าง ๆ ที่คนหลงป่า ซึ่งแน่นอนว่าใช้เวลานาน ดังนั้นเราจะแก้ Pain อย่างไรให้การหาคนนั้นเร็วขึ้น

    ประเทศออสเตรเลียเป็นหนึ่งในประเทศที่ป่าเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยม และปัญหาที่ตามมาก็คือ มักจะมีนักท่องเที่ยวหลงทางและสูญหายในป่าอยู่บ่อยครั้ง จนต้องสนธิกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนมากเพื่อออกตามหา โดยล่าสุด กรมตำรวจออสเตรเลียได้นำอากาศยานไร้คนขับขนาดเล็กหรือโดรน (UAV : Drone) ที่ไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่บินลาดตระเวนในพื้นที่ต่างๆ เท่านั้น แต่ยังนำเอาเทคโนโลยี LiDAR (Light Detection And Ranging, ไลด้า) เป็นเทคโนโลยีช่วยการสำรวจซึ่งวัดระยะทางเป้าหมายด้วยแสงเลเซอร์เป็นจังหวะและวัดพัลส์สะท้อน เพื่อสร้างรูปจำลองสามมิติดิจิทัล ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นิยมใช้ในวงการโบราณคดี ในการสำรวจหาพื้นที่โบราณที่มีฟอสซิล หรือของโบราณอยู่ใต้ดิน แต่เมื่อนำมาใช้ควบคู่กับโดรน ก็จะเข้ามาช่วยในด้านนิติวิทยาศาสตร์และการกู้ภัย ทำให้สามารถสำรวจพื้นที่ได้กว้างขวาง ชี้เลเซอร์ไปยังเป้าหมายและรอสัญญาณสะท้อนกลับเพื่อสร้างแบบจำลองของพื้นผิว ข้อมูลที่ได้จะมีทั้งลักษณะของผืนป่า ผิวดินที่ปกคลุม หรือสิ่งมีชีวิต ช่วยลดระยะเวลาในการค้นหา ลดงบประมาณที่สูญเสียไปในการเกณฑ์กำลังคน และลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นต่อเจ้าหน้าที่ แต่ในปัจจุบัน ยังเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ราคาสูง ราว 60,000 ดอลล่าร์ (เกือบสองล้านบาท) ทีมวิจัยจึงอาจจะต้องลดสเป็กลงเพื่อพัฒนารุ่นที่มีราคาถูก เช่น เปลี่ยนกล้องเป็น GoPro แทน หรือใช้เลนส์ที่ถูกลง แต่สามารถบันทึกภาพแสงอินฟราเรดเพื่อถ่ายให้เห็นผิวหน้าดิน

    Credit: https://www.bebee.com/producer/@qudron-unmanned-technologies/drones-with-laser-equipment-join-forensic-science-to-solve-crimes 

    http://droneworldaustralia.com.au/payloads/lidar-mapping-system/ 

    ——————-

    Game of Thrones Spoiler Alert Button : ไม่ต้องกลัวสปอยล์ GOT อีกต่อไป เพียงคุณมีสิ่งนี้!!

    4.(สวีเดน) Game of Thrones ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ตอบโจทย์ผู้ชมที่กลัวคนรอบข้างสปอยล์

    สำหรับเคสนี้แสดงให้เห็นว่า การออกแคมเปญต่าง ๆ ก็สามารถนำ Pain มาเป็นวิธีการคิดได้นะครับ

    นาทีนี้คงไม่มีซีรีส์ใดโด่งดังไปกว่า GOT หรือ Game of Thrones ที่เป็นกระแสไปทั่วโลก แต่ความโด่งดังก็เป็นดาบสองคม เพราะทำให้คนจำนวนไม่น้อยที่รับชมแล้ว ต่างอดไม่ได้ที่จะต้องพูดคุยสนทนาในประเด็นต่างๆ แต่อาจจะหลงลืมไปว่ายังมีคนอีกไม่น้อยเช่นกันที่ยังไม่ได้รับชม Telia Play และ HBO Nordic สองผู้ให้บริการที่ฉายซีรีส์เรื่องดังกล่าวในประเทศสวีเดน จึงออกผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดเป็นเข็มกลัดกันสปอยล์ที่มีวางจำหน่ายจริง โดยผู้ใช้งานสามารถนำเข็มกลัดที่ระบุ EP. ที่ดูแล้วในซีซั่นล่าสุดกลัดไว้บนเสื้อเพื่อแสดงให้คนรอบข้างรู้ว่าคุณรับชมถึงตอนใดแล้ว เพื่อที่จะได้หลีกเลี่ยงการพูดคุยใน Episode หรือตอนที่คุณยังรับชมไม่ถึง

    นอกจากเข็มกลัดกันสปอยล์ที่วางจำหน่ายแล้ว ยังมีการเผยแพร่หรือแชร์ข้อความคำเตือนสำหรับที่ผู้ที่รับชม GOT Season 8 แล้วอีก 5 ข้อ ซึ่งต้องถือว่าเป็นแคมเปญที่น่ารักน่าเอ็นดูดีเหมือนกัน เพราะให้ความรู้สึกทีเล่นทีจริง และหลายคนก็ค่อนข้างซีเรียสกับการสปอยล์ซีรีส์หรือหนัง จนทำให้เกิดการรณรงค์ในโลกโซเชียล และในประเทศไทยเองก็เคยประสบปัญหาแบบนี้เช่นกัน ถือว่าเป้นวิธีการใหม่ที่แก้ปัญหาได้อย่างชาญฉลาดเลยทีเดียว

    Credit: https://www.trendhunter.com/trends/game-of-thrones-spoiler 

    ——————-

    iKasa – Umbrella-Sharing: แชร์ร่มง่ายดายไม่ต้องพกให้เทอะทะ ด้วยจุดบริการให้เช่าทั่วโตเกียว

    5.(ญี่ปุ่น) ธุรกิจ Umbrella-Sharing ให้บริการทั่วญี่ปุ่นด้วยค่าบริการแสนถูก

    หมดปัญหากับความต้องการขี้เกียจพกร่มอีกต่อไป 

    iKasa ธุรกิจน้องใหม่จากแดนอาทิตย์อุทัย (ชื่อแบรนด์มีที่มาจากคำว่า Kasa ที่แปลว่าร่มในภาษาญี่ปุ่น) เปิดให้บริการเช่าร่มกระจายอยู่ทั่วโตเกียว โดยสามารถค้นหาร่มที่ให้บริการได้จาก Line@ ของแบรนด์ และสามารถจ่ายค่าเช่าด้วยระบบ QR Code ด้วยอัตราค่าเช่าแสนถูกเพียงวันละ 70 เยน (ประมาณ 20 กว่าบาท) และสามารถใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งในแต่ละวัน โดยที่ลูกค้าที่ไม่คืนร่มให้กับผู้ให้บริการจะถูกปรับประมาณ 420 เยน

    ทั้งนี้ ผู้ให้บริการให้ข้อมูลว่า อัตราการคืนร่มของประชากรญี่ปุ่นนั้นสูงมากถึงเกือบ 100%  ทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานต่อไปได้อย่างราบรื่น

    Credit: https://www.elitereaders.com/tokyo-umbrella-sharing-service/ 

    https://media.timeout.com/images/105360285/630/472/image.jpg

    ——————-

    3D-printed helmets for Swiss Guard: หมวกทหารแบบใหม่ ไม่ใช่เหล็กเหมือนเดิมอีกแล้ว

    6.(วาติกัน) หมวกของทหารองครักษ์โป๊ป ถูกผลิตขึ้นด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติ

    นวัตกรรมที่มาช่วยทำให้ชีวิตของทหารวิติกันดีขึ้น โดยการลดนำ้หนักของหมวกลง

    ในอดีตที่ผ่านมา Swiss Guard หรือทหารองครักษ์ของสมเด็จพระสันตะปาปา จะถูกทำขึ้นจากเหล็กกล้า ซึ่งมีน้ำหนักมาก และมีอุณหภูมิที่ค่อนข้างสูงเมื่อถูกใช้งานท่ามกลางแดดที่ร้อนจัด ซึ่งหมวกดังกล่าวถูกสืบทอดการใช้งานมายาวนานกว่า 500 ปีแล้ว แต่กำลังจะถูกเปลี่ยนแปลงด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ นั่นคือ เทคโนโลยีเครื่องพิมพ์สามมิติ (3D-Printed)

    ในอดีตที่ผ่านมา หมวกเหล็กกล้าแต่ละใบจะมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะที่หมวกแบบใหม่ที่รูปทรงเหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมคือน้ำหนักเบา และผลิตขึ้นจาก PVC ที่เคลือบด้วยสารป้องกันรังสี UV เพื่อช่วยให้อุณหภูมิภายใต้หมวกนั้นลดต่ำลงได้ มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่านั้นมากๆ และสามารถผลิตขึ้นได้งานดายด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติที่ถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่และถูกนำมาปรับใช้มากขึ้นในหลายอุตสาหกรรมในปัจจุบัน

    Credit: https://edition.cnn.com/style/article/vatican-swiss-guard-new-helmets-intl/index.html

    🔥 Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน 🔥 โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยคอนเซปต์แห่งอนาคตและการออกแบบ เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์

  • Trend Fast Track: The Era of ‘New Business Model’ ยินดีต้อนรับสู่ยุคที่รูปแบบธุรกิจไม่ได้ซ้ำซากจำเจอีกต่อไป

    Trend Fast Track: The Era of ‘New Business Model’ ยินดีต้อนรับสู่ยุคที่รูปแบบธุรกิจไม่ได้ซ้ำซากจำเจอีกต่อไป

    โลกยุคใหม่ที่ไม่ใช่ ‘ปลาเล็กกินปลาใหญ่’ แต่เป็นยุคของ ‘ปลาไวกินปลาช้า’ รูปแบบธุรกิจแบบเดิมที่คิดว่าไปไม่ไหว จะอยู่รอดอย่างไรถ้าไม่ปรับตัว

    Trend Fast Track ประจำสัปดาห์นี้ขอเสนอหัวข้อเทรนด์เรื่อง : 

    ” The Era of ‘New Business Model’ ” (ยินดีต้อนรับสู่ยุคที่รูปแบบธุรกิจไม่ได้ซ้ำซากจำเจอีกต่อไป)

    เทรนด์โลกที่ว่องไว พลันทำให้การทำธุรกิจที่เรียบเฉยหรือหยุดนิ่ง ไม่สามารถขับเคลื่อนอย่างยั่งยืนได้อีกต่อไป เจ้าของธุรกิจหลายรายคงไม่คิดว่าของที่เคยได้อย่างต่อเนื่องจะถูกแทรกแซง (Disrupt) จนล้มหายตายจากไปแล้วหลายแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่เราคุ้นเคยอย่างโรงภาพยนตร์ ก็ต้องปรับตัวเพราะทุกวันนี้เรามี NetFlix อยู่ในมือเรา หรือกล้องฟิล์มชื่อก้องอย่าง Kodak ก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับยุคที่กล้องดิจิตอลครองโลก … และทุกวันนี้ แม้แต่กล้องดิจิตอลเองก็ใช่ว่าจะอยู่รอด เมื่อเราสามารถมีกล้องดิจิตอลระดับเทพได้ในมือของเรา อย่างที่ Huawei เพิ่งออกรุ่นใหม่ล่าสุด P30 Pro ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับวงการมือถือ และวงการกล้องไปในเวลาเดียวกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า นี่อาจจะเป็นสัญญาณที่บอกว่าโลกกำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ธุรกิจเองจะต้องพร้อมที่จะปรับตัวก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการแสวงหารายได้

    เราอาจจะคุ้นเคยกับกลยุทธ์การขายที่ตรงไปตรงมา โครงสร้างรายได้ของบริษัทส่วนใหญ่ก็เกิดจากการสร้างสินค้าและบริการ (Supply) เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค (Demand) แต่ในเมื่อความต้องการของผู้บริโภค ถูกผนวกเข้ากับเทคโนโลยีต่างๆ บีบให้โลกเล็กลง เราอาจจะอ่านหนังสือโดยที่ไม่จำเป็นต้องอ่านจากกระดาษ โซฟาที่คุณใช้ในบ้านไม่จำเป็นต้องซื้อมาอย่างถาวร หรือแม้แต่เครื่องปรุงรสที่เคยใช้ในครัวเรือน ก็ถูกสร้างเรื่องราว (Story) และคุณค่า (Value) ให้มากกว่าการเป็นแค่ซอสด้วยการก้าวสู่ Application ในมือถือของคุณ เหล่านี้คือเรื่องเราเกริ่นนำเพื่อพาคุณเข้าสู่ The Era of ‘New Business Model … Trend Fast Track ประจำสัปดาห์นี้ครับ

    1.[อังกฤษ] Pay It Forward : แนวคิดใหม่ในการขายนิตยสาร สู่การเป็นผู้ให้ … ที่ให้มากกว่าเดิม โดยไม่เพิ่มต้นทุน

    The Big Issue ผู้ผลิตนิตยสารเจ้าหนึ่งในประเทศอังกฤษที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ ค.ศ.1991 ผุดแนวคิดใหม่ร่วมกับ Monzo ธนาคารในประเทศ ออกแคมเปญ Pay It Forward เพื่อสร้างรูปแบบการขายใหม่ๆ ที่แตกต่างอย่าง ‘สร้างสรรค์’ และสะท้อนเจตนารมณ์ดั้งเดิมขององค์กรให้ยั่งยืนมากกว่าเดิม

    แนวคิดของ The Big Issue นั้น แต่เดิมถูกออกแบบให้สนับสนุนการขายที่เอื้อต่อ ‘ผู้ขายตามท้องถนน’ กล่าวคือ บ้างก็เป็นกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย หรือบ้างก็เป็นกลุ่มคนไร้บ้าน ได้รับโอกาสในการสร้างรายได้จากการเป็นผู้ค้า โดยที่ The Big Issue นั้นมีราคาจำหน่ายอยู่ที่เล่มละ 2.50 ปอนด์ ในขณะที่บริษัทขายให้กับกลุ่มผู้ค้าเหล่านี้ ในราคาเพียง 1.25 ปอนด์เท่านั้น และจากอุดมการณ์ดังกล่าว ทำให้สร้างรายได้ให้กับผู้ค้าที่เดินจำหน่ายตามที่สาธารณะไปแล้วกว่า 92,000 คน

    โดยล่าสุด Monzo หนึ่งในธนาคารของประเทศอังกฤษก็เข้ามาร่วมทำแคมเปญ Pay It Forward เพื่อร่วมกันออกแบบโครงสร้างรายได้แบบใหม่ นั่นก็คือ การจำหน่ายในรูปแบบ Digital Copy ผ่าน QR Code และชำระเงินได้ในรูปแบบที่สอดคล้องกับ Lifestyle คนยุคใหม่ในปัจจุบัน คือ Cashless Society

    แนวคิดนี้ ความน่าสนใจก็คือ หากคุณเป็นคนแรกที่ซื้อนิตยสารฉบับปกติจากผู้ขายมาแล้ว เมื่อคุณพบปะกับเพื่อนฝูงที่มีความสนใจใน The Big Issue เหมือนกัน และสะดวกที่จะอ่านในรูปแบบ Digital Copy คุณก็แค่เพียงให้เพื่อนของคุณสแกน QR Code และจ่ายเงิน 2.50 ปอนด์ในระบบ รายได้ครึ่งหนึ่งจะถูกแบ่งกลับไปให้กับผู้ขายแรกเริ่ม ส่วนอีกครึ่งหนึ่งก็กลับไปที่ The Big Issue เรียกได้ว่า ผู้ขายที่อาจจะเป็นผู้ที่มีรายได้น้อย ก็จะได้รับเงินเพิ่มมากขึ้นจากการส่งต่อของคุณ

    ความน่าสนใจของแคมเปญนี้ สะท้อนให้เห็นว่ารูปแบบแนวคิดทางธุรกิจใหม่ๆ สามารถทำให้โลกของเราสวยงามยิ่งขึ้นและยั่งยืนมากขึ้น แถมยังใช้ชีวิตได้ง่ายดายยิ่งขึ้นอีกด้วย เพราะ The Big Issue เองก็มีโอกาสในการขายที่มากขึ้น ในขณะที่ต้องจัดพิมพ์ในรูปเล่มด้วยจำนวนที่เท่าเดิม ผู้ค้าก็ได้รับผลกำไรมากขึ้นจากการส่งต่อในรูปแบบ Digital Copy หรือแม้แต่ Monzo เองก็ได้รับประโยชน์จากการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ในยุคที่ธนาคารต่างๆ ทั่วโลก ก้าวเข้าสู่ Era of Cashless

    Credit: https://www.lsnglobal.com/news/2019-04-04

    https://wersm.com/the-big-issue-becomes-worlds-first-resellable-magazine/ 

    https://eandt.theiet.org/content/articles/2019/04/the-big-issue-trials-resellable-magazines/ 

    https://lbbonline.com/news/the-big-issue-creates-the-worlds-first-resellable-magazine-with-pay-it-forward-campaign/ 

    ————

    2.[ไนจีเรีย] Wecyclers ธุรกิจรีไซเคิลที่ไม่เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือการช่วยเหลือสังคม

    Wecyclers เจ้าของธุรกิจรีไซเคิล สร้างโอกาส เพิ่มรายได้ให้กับประชาชนด้วยแนวคิดใหม่

    เป็นที่รู้กันว่า ธุรกิจรีไซเคิลนั้นก็คือการแสวงหารายได้จากการรวบรวมขยะและสิ่งเหลือใช้ที่สามารถนำไปเข้าสู่กระบวนการผลิตเพื่อย่อยสลายและผลิตซ้ำ ดังนั้น เป้าประสงค์คือการดำเนินธุรกิจโดยแสวงหารายได้จากการสร้างผลกำไรจากส่วนต่างในการดำเนินงาน กับรายรับและกำไรจากสิ่งที่ถูกผลิตขึ้นใหม่จากสิ่งของรีไซเคิล และจะดีกว่าหรือไม่ ถ้าธุรกิจของคุณได้ตอบแทนสังคมไปพร้อมๆ กัน

    ประเทศไนจีเรียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ประสบปัญหาขยะล้นเมือง และแน่นอนว่าส่วนใหญ่ขาดการปลูกฝังในเรื่องของการแยกขยะ หรือนำขยะที่เกิดขึ้นไปสร้างรายได้ ส่วนใหญ่จึงตกไปเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่เก็บขยะเหล่านั้น ส่วนประชาชนก็ยังคงใช้ชีวิตที่อัตคัด จากระดับรายได้ที่ค่อนข้างน้อย Wecyclers จึงสร้างแนวคิดใหม่ ให้คนในชุมชนรวมกลุ่มกันเพื่อคัดแยกขยะ และนำขยะที่ไปขายให้กับบริษัท เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชน ก่อให้เกิดรายได้ ทำให้ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ลดลง ไม่จำเป็นต้องปล่อยให้ ‘ขยะที่มีมูลค่า’ ตกไปเป็นของภาครัฐอีกต่อไป

    Credit: https://www.africanews.com/2019/03/22/climate-action-lagos-based-wecyclers-wins-african-development-prize-201819/ 

    ————

    3.[ยุโรป] New way of IKEA จะเกิดอะไรขึ้น ถ้า IKEA ไม่ ‘ขาย’ แต่ให้ ‘เช่า’ แทน

    IKEA เปิดบริการใหม่ให้ ‘เช่า’ เพื่อความยั่งยืน

    IKEA บริษัทยักษ์ใหญ่จากแถบสแกนดิเนเวียที่มีชื่อเสียงจากการขายเฟอร์นิเจอร์และของใช้ในบ้านหลากหลายชนิด นำเสนอบริการใหม่ที่แก้ปัญหาความสูญเสียโดยใช่เหตุจากเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ได้ใช้งาน และกลายเป็นขยะจากครัวเรือนภายหลังจากคุณค่าของมันลดลง สะท้อนให้เห็นปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่ถือว่าเป็นสิ่งที่ตระหนักกันอย่างมากในปัจจุบัน

    แนวคิดนี้จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ไปพร้อมๆ กัน คือ จากเดิมที่ต้องซื้อโต๊ะ ตู้ เตียง โซฟาชิ้นมหึมาเข้ามาในบ้าน แล้วก็ต้องมานั่งกังวลเวลาที่จะย้ายบ้าน ย้ายหอว่าจะขนไปยังไง หรือเอาไปทิ้งยังไง กลายเป็นว่า คุรลูกค้าแค่เพียงไปที่ IKEA เลือก ‘เช่า’ เฉพาะเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการ และเมื่อใช้งานจนพึงพอใจแล้วก็เพียงแค่ส่งคืนให้กับ IKEA และบริษัทก็จะนำไปปรับปรุงเพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับเช่าอีกครั้ง จนกว่าจะไม่สามารถซ่อมแซมแก้ไขได้แล้ว จึงจะนำไปสู่กระบวนการรีไซเคิลในลำดับต่อไป

    เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า IKEA ไม่เพียงแต่จะคิดเพื่อความยั่งยืนของโลกเท่านั้น แต่ถือว่าได้อุดรอยรั่วหลายๆ อย่างที่ทำให้เกิดรายได้ในรูปแบบใหม่ เช่น ลูกค้าอาจจะมีกำลังทรัพย์ไม่พอในการ ‘ซื้อ’ แต่สามารถ ‘เช่า’ แทนได้ ก็ทำให้รายได้ที่เคยหายไป กลับมาสู่บริษัทได้เหมือนเดิม ในขณะที่ลูกค้าเองก็ไม่ต้องมานั่งกังวลกับ ‘ขยะ’ ที่จะเกิดขึ้นเมื่อถึงเวลาที่เฟอร์นิเจอร์ตัวเก่งหมดประโยชน์ในภายหลัง เป็นสถานการณ์ที่ Win-Win situation และหากได้รับการตอบรับที่ดี IKEA เองก็มีแนวคิดจะขยายรูปแบบบริการนี้ไปในสาขาต่างๆ ทั่วโลกในอนาคตต่อไป

    Credit: https://www.thedrum.com/news/2019/04/04/ikea-explores-furniture-subscription-service-sustainability-drive 

    gettyimages-1048868432-e1549371702502.jpg 

    ————

    4.[ไทย] Availabel and Made By TODD เมื่อซอสต๊อดจะไม่ใช่แค่ซอส เพราะต๊อดไม่ได้ขายแค่ซอส แต่ซอสต๊อดจะพาลูกค้าซอสไปสู่โลกใหม่ในมือคุณ

    Made By TODD ซอสพริกพริก เปิดตัวบริการใหม่ในแอปพลิเคชั่นมือถือ Availabel

    แน่นอนว่า มาถึงนาทีนี้ สายกินทั่วไทยน่าจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักซอสพริกพริก ซอสที่คนรุ่นใหม่ถูกใจในรสชาติที่จัดจ้านและแตกต่างจากซอสพริกทั่วไป จนใครๆ ต่างก็เรียกกันว่า ‘ซอสต๊อด’ ซึ่งคุณต๊อด (ปิติ ภิรมย์ภักดี) ก็ได้ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ไปแล้วในเบื้องต้น ทั้งหนังปลาแซลมอนทอดกรอบรสซอสต๊อด กล้วยหอมทองทอดกรอบรสซอสต๊อด รวมไปถึงซอสต่างๆ อีกมากมายกว่า 5 ชนิด ทำให้แบรนด์ Made By TODD มีความหลากหลายและเพิ่มโอกาสในการขายได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงผลิตภัณฑ์บางประเภทของ Made By TODD ก็เหมาะกับการเป็นกับแกล้มในโอกาสที่สังสรรค์และอาจจะบริโภคเครื่องดื่มประเภทต่างๆ ในเครือของบุญรอดหรือแบรนด์ตราสิงห์ที่ตระกูลภิรมย์ภักดีเป็นเจ้าของอีกด้วย

    แต่ล่าสุด ได้มีการเปิดตัวแอปพลิเคชัน Availabel เพื่อเป็นช่องทางในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Made By TODD ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ผสานเข้ากับการแนะนำสูตรอาหารเมนูอร่อยที่ใช้ซอสของ Made By TODD ในการปรุง รีวิวร้านอาหารทั่วฟ้าเมืองไทย อีกทั้งยังสามารถร่วมสนุกกับกิจกรรมต่างๆ ที่ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง และแน่นอนที่สุด คือ ผู้ใช้งานสามารถสั่งผลิตภัณฑ์ของ Made By TODD ให้มาส่งถึงบ้านได้ง่ายดาย เรียกได้ว่าครบจบในแอปเดียวจริงๆ

    ความน่าสนใจของการขยับของบุญรอดกับ Made By TODD ในครั้งนี้ สอดคล้องกับรูปแบบทางธุรกิจที่หลายแบรนด์ก็เลือกใช้แอปพลิเคชั่นในการนำเสนอสินค้าและบริการในรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเครือ Minor Group ที่รวมบริการของร้านอาหารในเครือทั้งหมดมาไว้ในแอปพลิเคชันเดียว หรือแม้แต่ Central Restaurant Group หรือ CRG ก็ใช้โอกาสในการที่เครือเซ็นทรัลเข้าซื้อหุ้น Grab นำแอปพลิเคชั่นยอดนิยมในการจัดส่ง มาเป็น Hub รวมร้านอาหารในเครือไว้ในแอปฯเดียวเช่นกัน

    Credit: https://www.marketingoops.com/news/biz-news/availabel-app-by-made-by-todd/ 

    todd-food-fest-made-by-todd-on-tour-event-33.jpg 

    🔥 Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน 🔥 โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยคอนเซปต์แห่งอนาคตและการออกแบบ เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์ 

  • Trend Fast Track: “Brand Collab Life Experience” การร่วมมือกันระหว่างแบรนด์เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ที่ตอบวิถีชีวิต

    Trend Fast Track: “Brand Collab Life Experience” การร่วมมือกันระหว่างแบรนด์เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ที่ตอบวิถีชีวิต

    เมื่อการ Co Brand ไม่ใช่แค่ทำให้เกิดมูลค่าทางการตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เป็นในรูปแบบการสร้างประสบการณ์ร่วมกัน 🔥Trend Fast Track 🔥ประจำสัปดาห์นี้ขอเสนอหัวข้อเทรนด์เรื่อง : “Brand Collab Life Experience” (การร่วมมือกันระหว่างแบรนด์เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ที่ตอบวิถีชีวิต) เทรนด์ด้านการ Collaboration การร่วมมือกันระหว่างแบรนด์ หรือระหว่างแบรนด์กับบุคคล เพื่อสร้างประสบการณ์หรือสินค้าต่างๆร่วมกัน เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่ได้รับความสนใจ เพราะเป็นการสร้างประสบการณ์ของสินค้าหรือบริการขึ้นใหม่จากอัตลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์ และเป็นการต่อยอดชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ทั้งสองแบรนด์มีร่วมกันเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของทั้งสองแบรนด์ได้อีกด้วย
    • การ Collaboration หรือ Co-Brand เป็นวิธีการทางการตลาดที่ได้รับความนิยมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะเอื้อให้เกิดประโยชน์กับแบรนด์ในหลายมิติ นอกเหนือจากจะเป็นการประสานคุณค่าเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ที่เข้าถึงฐานลูกค้าที่กว้างกว่าเดิมแล้ว ยังเป็นการชุบชีวิตแบรนด์ขึ้นมาใหม่ ช่วยให้แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ที่แบรนด์ไม่สามารถเข้าถึงได้ภายใต้แบรนด์เดิม เช่น แบรนด์ที่มีภาพลักษณ์หรูหราและเก่าแก่ก็ยากที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่นที่มีไลฟ์สไตล์สนุกสนาน การ Co-Brand จึงเป็นวิธีการในการส่งเสริมภาพลักษณ์ใหม่ๆ ให้กับแบรนด์ภายใต้สินค้าใหม่ในเฉพาะโอกาส โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตัวแบรนด์ซึ่งอาจทำให้เสียฐานลูกค้าเดิมไปได้ • การ Collaboration มีตัวอย่างให้เห็นในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งในวงการแฟชั่น ตัวอย่างเช่น Louis Vuitton ที่ทำแบรนด์รวมกับ Supreme, Nike ที่ดึงเอาคนดังอย่าง Jordan มาร่วมออกแบบ, Adidas Yeezy ที่ได้ Kanye West มาออกแบบ ในวงการมือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิค ตัวอย่างเช่น ค่ายโทรศัพท์มือถือสัญชาติจีนอย่าง Huawei และ กล้องถ่ายรูป Leica บริษัทสัญชาติเยอรมนี ร่วมกันสร้างมือถือที่มีจุดขายด้านการถ่ายรูปอย่างโดดเด่น หรืออาจเป็นการ Cross กันข้ามอุตสาหกรรมอย่างเครื่องสำอาง Covergirl ที่ออกโปสเตอร์ในสไตล์ Star Wars ที่เป็นหนังชื่อดังจากค่าย Lucasfilm • ในช่วงสัปดาห์นี้ เราเลือกหยิบเอาข่าวคราวและกรณีศึกษาที่น่าสนใจที่เกี่ยวข้องกับการ Collaboration มาเล่าสู่กันฟังดังนี้ 1. [สหรัฐอเมริกา] Game Of Thrones Collaborationซีรีส์มหาสงครามชื่อดังกับการ Collab กับแบรนด์ต่างๆ เป็นซีรีส์ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในมหากาพย์ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของยุค และซีซันส์ที่ 8 ที่เป็นซีซันส์สุดท้ายกำลังออกอากาศในวันที่ 14 เมษายนที่จะถึงนี้ เหล่าบรรดาแฟนๆของซีรีส์ชื่อดังต่างเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ ด้วยชื่อเสียงเรียงนามที่มีผู้ติดตามทั่วโลกนี้เอง หลายแบรนด์จึงหยิบเอาไอเดียจากเรื่อง Game of Thrones มาต่อยอดออกเป็นเพื่อออกเป็นสินค้าคอลเล็กชันพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น – Adidas ที่ออกคอลเล็กชัน “Adidas Ultra Boost” ที่ได้แรงบันดาลใจจากคาแรกเตอร์ตัวละคร 6 ตัวออกมาเป็นรองเท้า 6 ดีไซน์ – Mountain Dew เปิดตัวแคมเปญ “A Can Has No Name” กระป๋องสีขาวล้วนที่เมื่อได้รับความเย็นมากขึ้น กระป๋องจะปรากฎรายชื่อที่ Arya Stark ตัวละครในเรื่องอยากล้างแค้นขึ้นมา – Johny Walker ออกสินค้า White Walker by Johny Walker ซึ่งได้แรงบันดาลใจจาก White Walker ตัวละครในเรื่อง ซึ่งสินค้ารุ่นนี้มีความพิเศษคือใช้วิธีการผลิตผ่านโรงกลั่นที่ต้องผ่านอากาศหนาวทรหดของสกอตแลนด์ตอนเหนือไม่ต่างจากตัวละครในเรื่อง และขวดของรุ่นนี้ถูกออกแบบขึ้นใหม่โดยผสมเอาตัวละคร White Walker เข้ากับตัว Johny Walker และเมื่อแช่เย็นจะปรากฏคำว่า “Winter is here” ขึ้นมาอีกด้วย – Urban Decay แบรนด์เครื่องสำอางค์ออกคอลเลคชันที่มาพร้อม Eye shadow palette ที่สามารถเปิดออกมาเป็นบัลลังก์แบบสามมิติและเครื่องสำอางอื่นๆ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากในซีรีส์อีกด้วย Credit : https://www.unlockmen.com/johnnie-white-walker/ https://www.marketingoops.com/news/biz-news/brands-collaboration-with-game-of-thrones/
    2. [ฝรั่งเศส] Airbnb x Louvre
    Airbnb และ พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ได้จับมือกันสร้างประสบการณ์ใหม่ในการเข้าพัก โดยให้ผู้โชคดีได้เข้าพักภายในพิพิธภัณฑ์ ลูฟวร์่ ร่วมกับผลงานศิลปะต่างๆ เช่น การได้นอนใต้พีระมิดแก้ว, ดินเนอร์กับประติมากรรมวีนัส, นั่งชิวกับภาพวาดโมนา ลิซ่า หรือฟังวงดนตรีในห้องนโปเลียน แคมเปญนี้ถูกจัดขึ้นในโอกาส 30 ปี ของพีระมิดแก้วที่ลูฟว์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ๆมากขึ้น จากการพบว่าการมีคนดังอย่าง Beyoncé และ Jay-Z มาถ่ายทำมิวสิควิดีโอมีผลต่อกลุ่มคนที่เข้ามากขึ้น สำหรับผู้ที่สนใจ เพียงเเค่ตอบคำถามว่าทำไมคุณถึงอยากเป็นแขกของ โมนา ลิซ่า ทางเว็บไซต์ของ Airbnb Credit :https://www.brandbuffet.in.th/2019/04/airbnb-contest-gives-winner-sleep-at-louvre-museum/
    3. [รัสเซีย] Trivial Pursuit Hotel โรงแรมหรูในรัสเซียร่วมมือกับ Trivial Pursuit บอร์ดเกมชื่อดังเพื่อสร้างประสบการณ์โรงแรมรูปแบบใหม่ โรงแรม Svezy Veter Country Hotel โรงแรมหรูในรัสเซียร่วมกับ Trivial Pursuit บอร์ดเกมชื่อดังเพื่อสร้าง Trivial Pursuit Hotel โรงแรมที่สร้างประสบการณ์พิเศษให้การเข้าพักด้วย การให้ผู้ที่สนใจได้เล่นบอร์ดเกมส์ Trivial Pursuit เพื่อเป็นการกำหนดขั้นตอนตั้งเเต่การจองห้องพักจนถึงการอำนวยความสะดวกของโรงแรมตามคำตอบที่ตอบ หากตอบถูกก็จะได้รับการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างหรูหรา แต่ถ้าตอบผิดก็จะพบกับการเข้าพักและอาหารแบบด้อยคุณภาพ โดยเปิดให้สมัครออนไลน์ ผู้ที่ชนะเกมส์จะได้เข้าพักฟรี 2 คืน แคมเปญนี้ทางโรงแรมออกมาเพื่อกระตุ้นเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ร่วมกันสนุกได้โดยไม่ต้องมีสื่อดิจิตอล Credit : https://www.thesun.co.uk/travel/8677015/luxury-hotel-trivial-pursuit-questions/   4. [มาเลเซีย] Passionation แพลทฟอร์มการตลาดที่เชื่อมต่อเหล่า Influencer เข้ากับแบรนด์ Influencer Marketing เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการ Collaboration ที่เป็นการร่วมมือกันเพื่อต่อยอดแบรนด์ของบุคคลเข้ากับแบรนด์ของสินค้าเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ให้มากกว่าเดิม อุตสาหกรรม Influencer Marketing เติบโตขึ้นเร็วมาก คาดว่าจะมีขนาด 10,000 ดอลล่าสหรัฐภายในปี 2020 แต่ Pain Point สำคัญเลยคือการตามหา Influencer ที่ใช่ที่สุด ตรงกลุ่มที่สุด เพื่อจะเข้าถึงฐาน Follower ที่แบรนด์ต้องการ �Innity บริษัท Martech (บริษัทเทคโนโลยีด้านการตลาด) เจาะตลาดการทำการตลาดแบบ Influencer Marketing ด้วยการเปิดตัว Passionation ซึ่งเป็น Influencer Marketing Platform ที่เชื่อมต่อทั้ง Influencer และ Micro Influencer เข้ากับแบรนด์ชั้นนำ Passionation ช่วยให้นักการตลาดสามารถค้นหา Influencer แบบเฉพาะด้าน (Niche) ได้จากฐานข้อมูลกว่า 2,000 ราย โดยแบ่งย่อยเป็น 11 หมวด แพลทฟอร์มใช้ AI ในการวิเคราะห์ระบบการบริหารลูกค้า, รายงานข้อมูล, ป้องกันการโกง และจับคู่คนที่โดนที่สุดให้มาเจอกันได้ นี่จะช่วยให้แบรนด์สามารถสร้าง Content ที่จริงที่สุด เชื่อมโยงกับแบรนด์ และสร้างแคมเปญปังๆ ได้ ตอนนี้ Passionation พร้อมสำหรับลูกค้าในอาเซียนรวมไปถึงในไต้หวันและฮ่องกง Credit :https://www.marketing-interactive.com/innity-brings-influencer-marketing-passionation-offering-to-kl/ https://passionation.co/th/ 🔥 Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน 🔥 โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยคอนเซปต์แห่งอนาคตและการออกแบบ เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์
  • Trend Fast Track : “Emotion Innovation” นวัตกรรมเพื่อการเติมเต็มช่องว่างทางอารมณ์ของผู้บริโภค

    Trend Fast Track : “Emotion Innovation” นวัตกรรมเพื่อการเติมเต็มช่องว่างทางอารมณ์ของผู้บริโภค

    🔥 Trend Fast Track🔥 เสิร์ฟร้อนประจำสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน 2019 ขอเสนอหัวข้อเทรนด์เรื่อง : “Emotion Innovation” นวัตกรรมเพื่อการเติมเต็มช่องว่างทางอารมณ์ของผู้บริโภค

    เปิดสัปดาห์ด้วยวัน April Fool’s Day คือวันที่ 1 เมษายน ของทุกปี ที่เราจะเห็นหลายๆ แบรนด์พยายามสร้างเรื่องโกหกที่เรียกรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะจากคนทั่วโลก มีหลายคนที่เฝ้าคอยติดตามแบรนด์ที่นำเสนอ Content สำหรับวันนี้โดยเฉพาะ คำถามคือ ทำไมแบรนด์ต้องทำขนาดนี้? ทั้งที่มันเป็นต้นทุน และไม่ก่อให้เกิดยอดขาย

    ก่อนที่จะไปดู Case อยากจะพาทุกคนย้อนไปรู้จักเทรนด์ตัวหนึ่งก่อนซึ่งเป็นเทรนด์จากสำนักเทรนด์ระดับโลกเมื่อปี 2005 ซึ่งเป็นเทรนด์แนวโน้มของผู้บริโภคชื่อว่า ‘Transitive Consumption’ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่พูดถึงบทบาทของแบรนด์ที่เข้าไปเติมเต็มช่องว่างทางอารมณ์ของผู้บริโภค เพื่อให้สามารถสร้างความสัมพันธ์กับคน สิ่งรอบข้าง และเป็นส่วนหนึ่งกับโลก ผ่านประสบการณ์ที่นำเสนอในรูปแบบของสิ่งที่มาจากโลกแห่งความฝัน ความสนุก ความขี้เล่น ที่เป็นรูปแบบการบริโภคแบบใหม่ในช่วงเวลานั้น ซึ่งผ่านมา 14 ปีแล้ว เราย้อนกลับมาดูในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าแนวโน้มด้านการบริโภคแบบ ‘Transative Consumption’ ยังไม่ได้หายไป แต่มีการพัฒนาการสร้างประสบการณ์ที่ดี และน่าสนใจมากขึ้น

    ล่าสุดถ้าทุกท่านได้ติดตามข่าว ที่ญี่ปุ่นได้ประกาศชื่อศักราชใหม่ยุค “เรวะ” ซึ่งจะเริ่มต้นในวันที่ 1 พฤษภาคมปีนี้ หลังจากที่สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะได้ทรงสละราชสมบัติ โดยมี มกุฎราชกุมารนารุฮิโตะ เสด็จขึ้นครองราชย์แทน จากเหตุการณ์นี้ ‘LINE Official’ ได้เพิ่มลูกเล่นซากุระร่วงบนพื้นหลัง ให้กับผู้ใช้งานไลน์แบบอัตโนมัติ เพื่อเป็นการต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ อีกทั้งยังเป็นการแสดงความยินดีกับศักราชใหม่ของประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นการสร้างความสดชื่นให้กับผู้ใช้งานไลน์ได้เป็นอย่างดี

    สัปดาห์นี้เราจึงพาทุกท่านไปเห็นถึงนวัตกรรมการเติมเต็มทางอารมณ์ของแบรนด์กับผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ว่าแบรนด์ระดับโลกมีการนำเสนอแนวคิดนี้อย่างไรบ้าง

    1.[สหรัฐอเมริกา] แมคโดนัลด์คิดค้นระบบเพื่อปรับปรุงเมนูอาหาร Drive Thru

    โดยใช้ AI เข้ามาคำนวนเมนูต่างๆ ให้เข้ากับสภาพอากาศในช่วงเวลานั้น เช่น ถ้าร้อนจัด จะเน้นขายเมนูที่กินแล้วสดชื่น เช่น ไอศครีม กาแฟเย็น หรือปรับโปรโมชั่นให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ วัตถุดิบที่มี และช่วงเวลาที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละสาขา ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจที่แมคโดนัลด์พยายามเข้าใจความรู้สึก และนำเสนอสิ่งที่เหมาะกับช่วงเวลานั้นๆ

    Credit : https://www.engadget.com/2019/03/26/mcdonalds-ai-drive-thru-machine-learning-dynamic-yield/

    2. [สหรัฐอเมริกา] Google

    แบรนด์ Search Engine ที่เรารู้จักกันดี ทำน่ารักรับวัน April Fool’s Day ด้วยการเสริมฟังก์ชั่นสนุกๆ ออกแบบเกมงูรถไฟ ให้ไปท่องเที่ยวในหลายเมือง และทั่วโลก โดยฟังก์ชั่นนี้จะอยู่ใน Google Map ไปอีก 1 สัปดาห์ตั้งแต่ตอนนี้

    Credit : https://www.engadget.com/2019/03/31/google-maps-snake/

    3. [ญี่ปุ่น] Google Japan ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่

    Gboard ช้อนที่สามารถพิมพ์ตัวอักษรได้ตามองศาของการงอช้อน ซึ่งถ้าเราดูแล้วจะรู้สึกว่ามันไม่มีเหตุผลเอาซะเลย เพราะมันเป็นสินค้าที่เหมือนจะเพิ่มความยุ่งยากให้กับเรามากกว่าเป็นตัวช่วย ในทุกวันที่ 31 มีนาคม Google Japan จะมีการการลง VDO ใน Youtube เพื่อในเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ทาง Google Japan ได้มีการคิดค้นขึ้นมา แท้ที่จริงแล้วเป็นการแกล้งกันเล่นกับวัน April Fool’s Day ซึ่งสามารถเรียกรอยยิ้มจากคนจำนวนมาก ปีนี้ก็เช่นกัน ซึ่งคนที่ติดตามก็จะรอวันที่ 31 มีนาคม ของทุกปีว่า Google Japan จะนำเสนออะไรใหม่ เพื่อมาเรียกรอยยิ้มอีกบ้าง

    Credit : https://www.youtube.com/watch?v=DeJY5d14qKs

    4. [สวีเดน] Clear Channel

    บริษัทโฆษณากลางแจ้ง ได้เปลี่ยนรถไฟใต้ดินของกรุงสตอกโฮล์มให้เป็นนิทรรศการศิลปะดิจิทัลที่มีความยาวที่สุดในโลก ซึ่งสถานีรถไฟใต้ดินของกรุงสตอกโฮล์มเป็นที่รู้จักในระดับสากลในฐานะหอศิลป์ที่ยาวที่สุดในโลกด้วยภาพวาดงานแกะสลักรูปปั้นและงานโมเสกที่สถานี 100 สถานีซึ่งครอบคลุมทั่วพื้นที่กว่า 110 กิโลเมตร นิทรรศการนี้ที่มีชื่อว่า The Emotional Art Gallery ที่เปลี่ยนป้ายโฆษณาดิจิทัล 250 รายการให้แสดงผลงานศิลปะดั้งเดิมหกชิ้นที่แสดงความรู้สึกในเชิงบวก เช่น ความสุข สันติภาพ และความสงบ และในขณะเดียวกันระบบอัลกอริทึมจะสแกนข้อมูลสาธารณะแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะเป็นข้อมูลจากการค้นหาของ Google, โซเชียลมีเดีย, บทความข่าว และข้อมูลการจราจร เพื่อประเมินอารมณ์ของผู้ใช้บริการและแสดงผลงานศิลปะที่เหมาะสม เพื่อที่จะลดความเครียดให้กับผู้คนที่สัญจรไปมาได้ผ่อนคลายลง

    Credit : https://lbbonline.com/news/stockholms-metro-transforms-into-digital-art-gallery-to-combat-commuter-stress/

    จากเคสที่ยกตัวอย่างที่นำเสนอมาน่าจะแสดงให้เห็นการเติมเต็มความรู้สึกของผู้บริโภค ของแบรนด์ที่มีการใช้นวัตกรรมใหม่ ที่ต่างจากสมัยก่อนเพื่อเข้าถึงคนได้มากขึ้น หลังจากนี้เรามาดูกันว่าแบรนด์จะสร้างประสบการณ์ทางอารมณ์กับผู้บริโภคต่อไปอย่างไรบ้าง?

    Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยคอนเซปต์แห่งอนาคตและการออกแบบ เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์

  • Lantau Tomorrow Vision รัฐบาลฮ่องกองวางแผนสร้างเกาะจำลองแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยขาดแคลน

    Lantau Tomorrow Vision รัฐบาลฮ่องกองวางแผนสร้างเกาะจำลองแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยขาดแคลน

    Lantau Tomorrow Vision รัฐบาลฮ่องกองวางแผนสร้างเกาะจำลองแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยขาดแคลน รัฐบาลฮ่องกงเปิดเผยแผนการสร้างเกาะจำลอง (Artificial Island หรือเกาะที่มนุษย์สร้างขึ้น ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ) ซึ่งจะกลายเป็นหนึ่งในเกาะจำลองที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งใหญ่กว่าสนามบินแห่งชาติฮ่องกงที่เป็นเกาะจำลองเช่นเดียวกัน และจะใหญ่กว่าเกาะ ปาล์ม จูไมราห์ แห่งดูไบ ถึง 2 เท่า และจะใช้ค่าใช้จ่ายในการสร้างสูงกว่าถึง 6 เท่า โครงการเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนี้มีมูลค่ากว่า 60,000 ปอนด์ ถูกคิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาพื้นที่ขาดแคลนของฮ่องกงซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ใช้ชื่อโครงการว่า Lantau Tomorrow Vision ซึ่งเคลมว่าพื้นที่ 1,000 hectares (1 เฮกตาร์เท่ากับ 100 เอเคอร์ หรือ 10000 ตารางเมตร) จะสามารถให้ที่พักอาศัยถึง 260,000 หลัง โดยวางแผนว่ากว่า 70% ของที่พักอาศัยจะเป็นในรูปแบบอสังหาริมทรัพย์ โครงการนี้ได้มีผลตอบรับที่แง่ดีในประชาชนฮ่องกง แต่ในขณะเดียวกันก็มีการประท้วงต่อต้านในประเด็นเรื่องการใช้เงินมหาศาล และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งด้านการบริหารจัดการเงินลงทุน จะใช้เงินทุนสำรองของรัฐบาลฮ่องกง และรัฐอธิบายว่าจะสามารถทำเงินจากการขายที่สุดจากเกาะแห่งนี้ สำหรับเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นักกิจกรรมเคลื่อนไหวต่อต้านแผนการสร้างเกาะนี้โดยให้เหตุผลว่ามันจะส่งผลร้ายต่อปลาโลมาสีชมพูซึ่งเป็นสัตว์หายากที่อาศัยอยู่รอบๆ Lantau และด้านองค์กรอย่าง Greenpeace ได้ยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลพัฒนาย่านเสื่อมโทรมขึ้นมาเป็นที่พักอาศัยเพื่อแก้ปัญหาด้านที่พักอาศัยขาดแคลน แทนที่จะสร้างเกาะ อย่างไรก็ตามรัฐได้ให้คำมั่นว่าจะวางเงินกองทุนสำหรับการอนุรักษ์ไว้เป็นจำนวนเงิน 96 ล้านปอนด์ นี่จึงเป็นกรณีศึกษาต่างประเทศที่น่าสนใจเกี่ยวกับนโยบายด้านโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลซึ่งใช้ค่าใช้จ่ายสูง และสมควรที่ภาคประชาชนควรมีส่วนร่วมในการให้ความเห็น เพื่อให้การตัดสินใจนั้นถูกไตร่ตรองมาอย่างรอบด้านมากที่สุด
  • Trend Fast Track: Smart Life Solutions – เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อชีวิตที่ดีกว่า

    Trend Fast Track: Smart Life Solutions – เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อชีวิตที่ดีกว่า

    Smart Life Solutions : เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อชีวิตที่ดีกว่า
    ทุกวันนี้เราปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญมากในชีวิตประจำวันของเรา ทำให้ชีวิตเราสบายขึ้น สะดวกขึ้น เร็วและแก้ปัญหาได้มากขึ้น ทั้งเรื่องการกินเราก็สามารถกดสั่งอาหารให้มาส่งถึงบ้านได้ทันทีที่ต้องการผ่าน Mobile Application เรื่องการเงินก็มี Internet Banking ที่คุณสามารถทำธุรกรรมการเงินได้แทบทุกอย่าง, จะซื้อสินค้าอะไรก็สามารถสั่งซื้อได้ทันทีผ่านระบบ E-comerce ไปจนถึงระบบ AI ที่ซ่อนอยู่ในมือถือของเราอย่างและกลายเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของเราอย่าง SIRI ซึ่งตอนนี้เทคโนโลยีเหล่านี้เริ่มแทรกซึมเข้ามาในหน่วยเล็กของชีวิตเรามากขึ้น ดูหนังหรือซีรี่ย์ หรือ ฟังเพลงก็มี AI มาช่วยเลือกการแสดงผลให้ เครื่องชั่งน้ำหนัก หรือ นาฬิกาที่เราใส่ก็มีระบบ Tracking เพื่อวิเคราะห์สุขภาพของเราและให้คำแนะนำในการทานอาหารได้ ระบบไฟฟ้าภายในบ้านที่สั่งการผ่าน Smart Phone ได้ง่ายๆ ยุคดิจิทัลจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่มันเริ่มเข้ามาใกล้เรามากขึ้น และ รอบด้านมากขึ้น

    วันนี้ Trend Fast Track ก็มีกรณีศึกษาใหม่ๆจากทั่วโลกมาให้ทุกท่านเห็นภาพของการแทรกซึมของเทคโนโลยีดิจิทัลในหน่วยเล็กของชีวิตเรามากยิ่งขึ้น

    1. [อังกฤษ] ”smarter” pedestrian crossings : ทางม้าลายอัจฉริยะเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน โดย U.K. insurance


    บริษัท U.K. insurance บริษัทประกันภัยชื่อดังจากประเทศอังกฤษที่คว้ารางวัลด้านการโฆษณามาแล้วหลายเวที โดยปีนี้บริษัทได้ออกแคมเปญใหม่ที่ชื่อว่า Smart Crossing สร้างทางม้าลายอัจฉริยะจากจอ LED ที่ระบบตอบสนองความเคลื่อนไหวต่างๆที่เกิดขึ้นบนถนนอัจฉริยะนี้ เช่น ทางม้าลายจะปรากฎขึ้นมาบนถนนอัตโนมัติเมื่อมีคนต้องการจะข้าม หรือ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินอย่างเด็กเผลอวิ่งเข้าไปในพื้นที่ถนนก็จะขึ้นเตือนให้คนขับระวังและหยุดรถ
    Credit :
    https://adage.com/creativity/work/smart-crossing/52906

    2.[จีน] Alibaba FlyZoo Hotel : โรงแรมแห่งอนาคตที่เปิดรับนักท่องเที่ยวด้วยการบริการแบบ 4.0


    โรงแรม Flyzoo แห่งนี้ ตั้งอยู่ในเมืองหางโจว ประเทศจีน Alibaba ได้ร่วมมือกับ Fliggy ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวออนไลน์ พร้อมด้วยกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ของเครือ Alibaba เอง เช่น Alibba A.I Labs และ Alibaba Clound เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวในประเทศจีน ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง อุตสาหกรรมการบริการ ให้เข้าสู่ยุคดิจิตอล เช่น ระบบ การ Face Detection แทน Keycard หรือ กุญแจห้อง หรือ การใช้ Tmall Genie ซึ่งเป็นระบบ Smart Home ที่ติดอยู่ในห้อง ช่วยในการต่างๆในห้องเช่น ปรับแสงผ้าม่าน เปิด TV หรือ ถามตอบกับระบบเพื่อขอข้อมูลและความช่วยเหลือเบื้องต้นได้
    Credit :
    https://www.alizila.com/introducing-alibabas-flyzoo-future-hotel/

    3.[อเมริกา] Checkout : ฟีเจอร์ใหม่อินสตาแกรมที่ทำให้คุณซื้อสินค้าได้ทันที


    Instagram เพิ่งปล่อยฟังก์ชั่น In-App Checkout สร้างร้านค้าออนไลน์เสมือน ให้ผู้ใช้ได้เลื่อนดูภาพสินค้าและสามารถกดสั่งซื้อได้ทันทีภาพการ Tag ราคา โดยในช่วงแรกมีแบรนด์นำร่องอย่าง Adidas Burberry Dior NARS MAC Nike Outdoor Prada Uniqlo เป็นต้น โดยฟังก์ชั่นนี้ เบื้องต้นจะเริ่มใช้งานได้ที่สหรัฐอเมริกาก่อนขยายไปยังประเทศอื่นๆ
    Credit :
    https://instagram-press.com/blog/2019/03/19/instagram-checkout/

    4.[ไทย] SC ASSET ชูทิศทาง “NEXT is NOW” ทำอนาคตให้เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน สร้าง living solutions ให้จับต้องได้ เพื่อส่งมอบสู่ผู้อยู่อาศัยหลังประกาศวิชั่นอนาคตก้าวสู่การเป็น living solutions provider ในปี 61 ที่ผ่านมา

    โดยขับเคลื่อน SC ผ่าน 3 เป้าหมายหลัก
    1. “SC ASSET Profit Growth”กำไรดี หนี้ลด
    2. “SC ASSETis Quality” เติบโตโดยรักษาระดับมาตรฐานคุณภาพสูง
    3. “SC ASSET as Living Solutions Provider”รู้ใจผู้อยู่อาศัย ประสานนวัตกรรมสู่ที่อยู่อาศัยและบริการ
    Credit :
    https://www.brandbuffet.in.th/2019/03/sc-asset-next-is-now/

    5.[จีน]Alibaba X Happy Lemon ใช้หุ่นยนต์ทำชานมไข่มุกแบบตามสั่งได้ ซึ่งใช้เวลาเพียง 90 วินาทีต่อ 1 แก้ว ลดปัญหาการรอคิวของร้านชานม

    หุ่นยนต์ดังกล่าว สามารถผลิตเครื่องดื่มได้ 8 ชนิด พร้อมกับปรับเปลี่ยนส่วนผสมได้ 40 แบบตามความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น ปริมาณน้ำแข็งและความหวาน ลูกค้าสามารถเลือกซื้อเครื่องดื่มได้ทั้งจากพนักงานประจำเคาน์เตอร์หรือจะสั่งผ่านแอป Koubei ก็ได้ เมื่อเครื่องดื่มเสร็จ จะมีข้อความแจ้งเตือนให้ไปรับสินค้าผ่านล็อกเกอร์อัจฉริยะ ที่จะเปิดขึ้นเมื่อลูกค้าแตะปุ่ม “รับ” บนแอป
    Credit :
    https://www.alizila.com/taiwanese-boba-tea-shop-sweet-on-koubei-smart-tech/

  • Attitude Trend 2019-20: เทรนด์ผู้บริโภคเพื่อการพัฒนาการออกแบบประสบการณ์

    Attitude Trend 2019-20: เทรนด์ผู้บริโภคเพื่อการพัฒนาการออกแบบประสบการณ์

    ถ้าอยากทบทวนธุรกิจว่าเราควรเดินหน้าต่ออย่างไร ยังเป็นที่ต้องการของโลกใบนี้มั้ย มีโอกาสใหม่อะไรให้เราหยิบจับมาปั้นบ้าง ต้องมองหา Mega Trend เทรนด์ที่พูดถึงภาพใหญ่ๆ ของโลกใบนี้ว่าทิศทางกำลังเดินไปทางไหน มีอะไรต้องระวัง และมีอะไรเป็นโอกาสบ้าง
    ปัญหาปัจจุบันไม่ใช่ข้อมูลเทรนด์หายาก แต่คือข้อมูลเทรนด์หาได้ง่ายและเยอะเกินไป จนทำให้เราสับสนและเลือกใช้ไม่ถูก เจ้าของแบรนด์จำเป็นต้องมี Wisdom ในการเข้าใจและเลือกใช้เทรนด์อย่างถูกต้องเพื่อเสริมศักยภาพและติดอาวุธให้การพัฒนาธุรกิจ ศูนย์วิจัยคอนเซปท์แห่งอนาคตและการออกแบบ BaramiziLab มีการวิจัยเทรนด์ผู้บริโภค Attitude Trend 2019-20 ที่เป็นประโยชน์สำหรับนักคิดในการพาตัวคุณเองออกจากคุ้นเคยเดิม ๆ ไปสู่โอกาสใหม่ที่นอนรอคุณอยู่ ยิ่งมารวมกับเทคนิคการสร้าง Scenario ของธุรกิจและเอาไปเทสต์กับลูกค้าชาวไทยแล้ว ยิ่งทำให้ได้ผลรีเสิร์ชที่แม่นยำและมีประเด็นใหม่ๆ น่าสนใจ นักคิดหลายคนเลยค่ะ ที่บอกว่า ข้อมูลชุดนี้ได้นำพาให้พวกเขาวาดภาพธุรกิจไปในทิศทางที่ไม่เคยคิดจะได้เห็นมาก่อนได้อย่างไม่น่าเชื่อ สายพันธุ์ที่ 1 Serene-Wellness: สุข สงบ ผ่อนคลาย เพื่อความสมดุลในการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน เนื่องด้วยความเจริญก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตมีความกระจ่างมากขึ้นมนุษย์เริ่มเข้าใจในตัวตนและความหลากหลายของชาติพันธุ์เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติกับมนุษย์อย่างลึกซึ้ง มีศรัทธาในแก่นแท้ธรรมชาติ อีกทั้งยังเปิดรับความเชื่อในความสามารถอันไร้ขีดจำกัดของมนุษย์ ใช้ชีวิตควบคู่ไปกับการทำงาน ความเข้าใจในการใช้ชีวิตจึงมีแนวโน้มที่จะเลือกวิถีชีวิตให้ยืนยาวรวมถึงใส่ใจในการเลือกสรร เลือกใช้สิ่งของหรืออาหารที่มีประโยชน์หรือมีคุณค่าต่อชีวิต ค้นหาความสุขจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เช่น การได้อยู่กับตัวเองเพื่อให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ และสร้างสมดุลกายและจิตใจโดยให้ความสำคัญกับการทำให้คุณภาพชีวิตต้องดีขึ้นในทุกๆ ด้าน สายพันธุ์ที่ 2 Utopia-Mindset: ลงมือทำเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโลกที่ดีสำหรับคนรุ่นต่อไป การเพิ่มของจำนวนประชากร กลับพบว่าผู้คนต่างตระหนักถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจากสภาวะการณ์ความเสื่อมโทรมเกือบถึงขีดสุด คนหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่ง เลือกดำเนินชีวิตท้าทายกับโลกโลกาภิวัตน์ที่เต็มไปด้วยความเสื่อมถอยทั้งด้านจิตใจและการทำร้ายสภาพแวดล้อม จึงดำเนินชีวิตด้วยแนวคิดและกิจกรรมที่ปฏิบัติต่อสังคมเพื่ออยู่อย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล กิจกรรมสันทนาการ, กีฬาและการศึกษาหรือการเลือกใช้วัสดุ เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตให้ความร่วมมือในการสร้างสังคมดีงามเป็นมิตรกับโลกการพัฒนาความเป็นอยู่อย่างยั่งยืน มีวิถีชีวิตที่เกื้อกูลและผสมผสานชีวิตไปกับขนบธรรมเนียมตามธรรมชาตินิยมมีช่วงเวลาที่แบ่งปันสำหรับคนในครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่มีความสนิทดุจญาติมิตร นัดร่วมตัวกันเพื่อใช้เวลาด้วยกันไม่ว่าจะเป็นการสังสรรค์ รับประทานอาหาร พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การท่องเทียว ประดิษฐ์ของใช้ส่วนตัว พืชผักสวนครัว เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มเพื่อนที่ชื่นชอบในสิ่งที่ทำด้วยใจรัก เป็นสังคมที่แบ่งปันน้ำใจ ช่วยเหลือ มีอุดมการณ์ร่วมกันในลักษณะของการร่วมมือร่วมใจเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ไลฟ์สไตล์สบายๆ ไม่เคร่งครัด รักอิสระเชื่อในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนด้วยความเรียบง่าย สายพันธุ์ที่ 3 Precilebrity: พิถีพิถัน ช่างเลือก ให้คุณค่ากับเรื่องเล่า เรื่องราว ซึ่งเข้าถึงได้ยากเป็นพิเศษ ผลกระทบจากเทคโนโลยี เศรษฐกิจใหม่โดยเฉพาะความเป็นสังคมเมืองทำให้เมืองต่างๆ ก้าวสู่มหานคร (Mega city) แม้แต่ประเทศกำลังพัฒนาอย่างไทยเมืองหลวงอย่างของกรุงเทพฯ​ ก็ตั้งใจจะเป็นมหานครเต็มรูปแบบในปี 2020ความเป็นเมืองไม่เพียงแต่ทำให้เกิดจำนวนประชากรที่หลั่งไหลเข้าสู่เมืองแต่จะเกิดความหลากหลายทางวัฒนธรรมมากขึ้นซึ่งเป็นจุดเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ ทำให้เกิดโอกาสใหม่ที่เรียนรู้ปรับตัวทั้งอาชีพใหม่ๆรวบไปถึงโอกาสสร้างสถานะทางชนชั้นสังคม นอกจากนั้นสังคมเมืองยังทำให้เราติดตามรับรู้ข่าวสารการใช้ชีวิตคนดังและรวมถึงมีโอกาสเปิดรับและแสวงหาในการชีวิตหรือท่องเที่ยวศิลปะ วัฒนธรรมใหม่เกิดความชื่นชมและเรียนรู้เข้าใจในศิลปะชั้นสูง โลกโซเชียลหรือสังคมคนดังแบ่งปั่นการใช้ชีวิตที่มีความพิเศษทางสังคมและเป็นที่น่าจดจำ ทำให้เกิดความต้องการอุทิศตนเพื่อความสำเร็จทางอาชีพและรายได้ พิถีพิถันในการเลือกของล้วนต้องมาจากสิ่งที่ถูกคัดเลือกมาแล้วว่าได้รับการออกแบบหรือแรงบันดาลใจ มีความโดดเด่นสะท้อนความเป็นผู้นำการใช้ชีวิตอย่างรสนิยม สายพันธุ์ที่ 4 Dreamolutioner: จินตนาการแล้วปฏิวัติให้โลกเป็นดั่งใจคิด มนุษย์เรามีความคิดหรือจินตนาการที่ยากหยั่งถึงมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ร่วมกันเป็นสังคมซึ่งบางคนก็ต้องการเป็นผู้นำของกลุ่มโดยกลายเป็นผู้ตั้งบรรทัดฐานเองความเจริญก้าวหน้าที่รุดหน้านั้นเป็นผลให้เหล่ากลายมาเป็นเครื่องมือที่ทำให้ภาพในความคิดของตนเป็นจริงทัศนคติของชาวDreamerคือกลุ่มคนที่มีหัวคิดก้าวหน้า มีจินตนาการไร้ขีดจำกัดโดยหลงใหลอยู่กับภาพมายา ยิ่งด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันที่เอื้อต่อการสร้างจินตภาพให้เหิดขึ้นจริง ชอบแสวงหาเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่ทันสมัยอยู่เสมอมีความอยากรู้อยากลองที่ต้องได้ลิ้มลองในการเปิดประสบการณ์หรือสิ่งใหม่ ขบถต่อกฎเกณฑ์เดิมของสังคม ชอบเป็นแนวหน้าของสังคมที่ตนอยู่ สายพันธุ์ที่ 5 Expressdemic: แบ่งปัน แลกเปลี่ยน เรียนรู้ประสบการณ์เพื่อสร้างและแสดงตัวตนของตัวเอง โลกเข้าสู่ยุคที่เทคโนโลยีนำพา Social Trends อย่าง Internet, Online, Omni channel กลายเป็นสิ่งที่ถูกใช้ดำรงชีวิต ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคและระบบเศรษฐกิจของโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด ช่วง 2014 เป็นต้นมา ก่อกำเนิดธุรกิจระบบแบ่งปันขึ้นมาหลายแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Uber, Airbnb และ Snapchat จำนวน Application และ Platform เกิดขึ้นมาไม่ใช่เพียงแค่ตอบสนองผู้บริโภคเท่านั้นแต่ยังสะท้อนให้เห็นพฤติกรรมการรับรู้และใช้สินค้าและบริการจากผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เกิดช่วงทศวรรษ 1980-1990 หรือกลุ่มหรือกลุ่มมิลเลนเนียล นักการตลาดจัดเป็น Gen Y ซึ่งถือว่าเป็นผู้บริโภคที่มีจำนวนมากบนโลกและเป็นกำลังหลักสำคัญในระบบการทำงาน รูปแบบการใช้ชีวิตที่มีเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกทำให้วิธีการตัดสินใจเลือกซื้อแบรนด์หรือสินค้าเปลี่ยนแปลงไปทำให้มีนิสัยที่นิยมความสะดวกรวดเร็ว ไม่ซับซ้อน มีแนวคิดที่ไร้ขอบเขต ไม่มีเพศ วัย สีผิว เชื้อชาติ และศาสนา พื้นที่ส่วนตัวลดต่ำลงเปิดกว้างในการเรียนรู้แลกเปลี่ยน มีอารมณ์แห่งความสนุกสนานกับทุกๆสิ่งที่ทำ มีความคิดสร้างสรรค์ระหว่างสังคมกลุ่มย่อยไปจนถึงเปิดกว้างสำหรับวัฒนธรรมอีกฟากโลก มีความสามารถจับคู่ของเก่าใหม่หรือสิ่งที่ไม่เข้ากันให้มาอยู่ด้วยกันได้เกิดเป็นลักษณะความมีตัวตนของตัวเองและยอมรับความแตกต่างในกลุ่มพวกที่มีรูปแบบพูดจาภาษาเดียวกัน
    และนี่คือมนุษย์ทั้ง 5 สายพันธุ์ ถ้าเราทำความเข้าใจกลุ่มผู้บริโภค ว่าอยู่ในสายพันธุ์ไหน เราก็จะสามารถสร้างสรรค์งานออกมาในอย่างโดนใจ ข้อมูลโดย BaramiziLab ศูนย์วิจัยแนวคิดแห่งอนาคตและการออกแบบ Future Concept and Design Research Lab
  • Trend Fast Track : “The Utopia Mindset” The Tomorrow Ethic เมื่อแนวคิดการลงมือทำเพื่อทำให้โลกดีขึ้น เป็นจริยธรรมของวันพรุ่งนี้

    Trend Fast Track : “The Utopia Mindset” The Tomorrow Ethic เมื่อแนวคิดการลงมือทำเพื่อทำให้โลกดีขึ้น เป็นจริยธรรมของวันพรุ่งนี้

    “The Utopia Mindset” The Tomorrow Ethic เมื่อแนวคิดการลงมือทำเพื่อทำให้โลกดีขึ้น เป็นจริยธรรมของวันพรุ่งนี้

    🔥 Trend Fast Track🔥 เสิร์ฟร้อนประจำสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมีนาคม 2019 ขอเสนอหัวข้อเทรนด์เรื่อง : “The Utopia Mindset” The Tomorrow Ethic เมื่อแนวคิดการลงมือทำเพื่อทำให้โลกดีขึ้นเป็นจริยธรรมของโลกในวันพรุ่งนี้ เพราะในช่วงสัปดาห์นี้เราพบเห็นว่าเริ่มมีกลุ่มคนที่เห็นความสำคัญของความยั่งยืนของสังคมและโลกกันมากขึ้น

    เริ่มต้นอยากจะขออธิบายคำนี้ให้ฟังก่อนครับ
    Utopia Mindset คือกลุ่มคนที่เลือกจะดำเนินชีวิตด้วยแนวคิดและกิจกรรมที่ปฏิบัติต่อสังคมเพื่ออยู่อย่างยั่งยืน ต่อสู้กับโลกโลกาภิวัตน์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเสื่อมถอยทั้งด้านจิตใจและการทำร้ายสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง สร้างสังคมดีงามเป็นมิตรกับโลกการพัฒนาความเป็นอยู่อย่างยั่งยืน

    ต้องพูดว่าตอนนี้กระแสที่สำคัญก็คงหนีไม่ได้กับเรื่องที่คนรุ่นใหม่ที่กล้าก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำกลุ่มคนเพื่อนำเสนอจุดยืนและเรียกร้องสิ่งที่ต้องการ หรืออาจจะเรียกได้ว่าลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อความเชื่อ คุณค่า และสร้างจริยธรรมที่คิดแต่จะสร้างสิ่งที่ดีต่อโลกกันมากขึ้น ถ้าจะมองย้อนไปถึงสาเหตุก็ปฎิเสธไม่ได้ถึงเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคโลกาภิวัตน์ที่เต็มไปด้วยความเสื่อมถอยทั้งด้านจิตใจและการทำร้ายสภาพแวดล้อม พูดแค่นี้อาจจะคิดว่า “ก็รู้อยู่แล้ว”

    📌แต่ประเด็นสำคัญคือ คนกลุ่มนี้เริ่มรู้สึกว่ายังไม่มีใครที่ออกมาแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง หรือออกมาแก้ปัญหาเรื่องต่างๆ ได้อย่างตรงจุด ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาต้องทำก็คือการเริ่มจากจุดเล็กๆ จากความเชื่อว่าต้องทำอะไรเพื่อให้ได้อยู่กับสิ่งที่ดียิ่งขึ้น ก่อให้เกิดจนเป็นจริยธรรมที่สร้างแรงกระตุ้น ความเชื่อว่าจะสร้างสังคมดีงามเป็นมิตรกับโลกเพื่อให้พัฒนาความเป็นอยู่ได้อย่างยั่งยืนไปสู่โลกอนาคต

    📌สิ่งที่เห็นได้ชัดในช่วงเวลานี้ก็คนหนีไม่พ้นกับเรื่องของนักเรียนวัยรุ่นชาวสวีเดน ชื่อ เกรตา ธันเบิร์ก (Greta Thunberg) ซึ่งโดดเรียนทุกวัน เพื่อไป “ไฮปาร์ก” ที่ด้านหน้าอาคารรัฐสภา เรียกร้องให้ผู้ใหญ่จริงจังกับการแก้ปัญหาโลกร้อน ทำให้ปลุกความสนใจในหมู่คนรุ่นเดียวกันให้สนใจกับอนาคตของโลกก่อนที่จะสายเกินการณ์ กลายเป็นขบวนการ School strike for climate ที่คาดว่าจะมีนักเรียนทั่วโลกเข้าร่วมถึง 100,000 คน อย่างที่เห็นได้ชัดในช่วงสัปดาห์นี้คือคนรุ่นใหม่ในนิวซีแลนด์-ออสเตรเลีย เปิดฉากการชุมนุมทั่วโลกเรียกร้องผู้นำแก้โลกร้อน ลุกขึ้นต่อสู้เพื่ออนาคตของตัวเอง ซึ่งตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นถึงของ Utopia Mindset ที่จะลงมือทำเพื่อสร้างจริยธรรมที่สร้างโลกให้ดีขึ้นสำหรับวันพรุ่งนี้ แล้วถ้ามุมอื่นๆ ทั่วโลกล่ะ เค้าจะมีความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้อย่างไรกันบ้างในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา….

    กลุ่มนักเรียนนักศึกษาในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เริ่มเปิดฉากการประท้วงให้ผู้นำโลกหันมาแก้ปัญหาวิกฤตภูมิอากาศหรือปัญหาโลกร้อน ซึ่งคาดหวังว่าจะจุดชนวนให้เกิดกระแสของคนรุ่นเยาว์ทั่วโลกร่วมกันประท้วงในเรื่องนี้ ในกรุงเวลลิงตัน เมืองหลวงของนิวซีแลนด์ มีคนรุ่นเยาว์หลายพันคนเดินขบวนถือป้ายระบุว่า “เวลากำลังละลายหายไป” “ทำเสียแต่ตอนนี้หรือไม่ก็ได้ลอยน้ำ” “Change the politics. Not the climate.” and “Don’t be fossil fooled,” การประท้วงในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่ต้องการให้มีการประท้วง 1,000 การประท้วงในประเทศต่างๆ มากกว่า 100 ประเทศ ในช่วงเวลาที่เรียกว่าเป็นวันปฏิบัติการรอบโลก เรียกร้องให้รัฐบาลอนุรักษ์นิยมทำอะไรให้มากขึ้นในลดการใช้เชื้อเพลิงพลังงานจากซากดึกดำบรรพ์ที่เป็นหนึ่งในสาเหตุก่อปัญหาภูมิอากาศโลก จากจุดเริ่มต้นในสองประเทศนี้ มีการคาดหมายว่าจะมีการประท้วงในที่อื่นๆ อีกไม่ว่าจะเป็น บอสตัน โบโกตา ธากา เดอร์บัน เลกอส ไปจนถึงลอนดอน
    การประท้วงเหล่านี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก เกรตา ทุนเบิร์ก นักกิจกรรมรุ่นเยาว์ชาวสวีเดนที่เคยนำการปักหลักประท้วงหน้ารัฐสภาในกรุงสต็อกโฮล์มเมื่อปีที่แล้วเกี่ยวกับเรื่องโลกร้อน เธอบอกว่าการเปลี่ยนแปลงกำลังจะมาถึงและผู้คนจะลุกขึ้นต่อสู้เพื่ออนาคตของตัวเอง
    รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการของออสเตรเลียแสดงความกังขาว่าการประท้วงของนักเรียนเหล่านี้เป็นตัวแทนของกลุ่มคนรากหญ้าจริงหรือไม่ รวมถึงวิจารณ์ในทำนองว่านักเรียนเหล่านี้หนีเรียนเพราะถูกส่งเสริมจากนักกิจกรรมทางการเมืองสายสิ่งแวดล้อม แต่นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์จาซินดา อาร์เดิร์น กล่าวชื่นชมการประท้วงของคนรุ่นเยาว์เหล่านี้ มันเป็นเรื่องสำคัญที่คนรุ่นเยาว์ต้องการจะส่งสารถึงผู้นำแม้ว่าประเทศนิวซีแลนด์ยังคงอยู่ในช่วงที่เพิ่งผ่านโศกนาฏกรรมการกราดยิงคนในมัสยิดก็ตาม อาร์เดิร์นบอกอีกว่าพวกเขารับรู้ถึงสารของคนรุ่นเยาว์และพวกเขาก็กำลังดำเนินการไปสู่การปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ และขอให้ผู้ประท้วงรุ่นเยาว์เรียกคนออกมาประท้วงให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะรัฐบาลออสเตรเลียก็กำลังเผชิญกับปัญหาการปล่อยก๊าซคาร์บอนถึงในระดับสูงทำลายสถิติเดิม ทำให้ถูกเพ่งเล็งว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ในการประชุมโลกร้อนที่กรุงปารีสเมื่อปี 2558 หรือไม่��
    Credit : https://edition.cnn.com/2019/03/15/world/climate-strike-students/index.html

    1.[เคนย่า] มีถึง 2 เรื่องราวที่น่าสนใจ


    การประชุมสมัชชาสหประชาชาติด้านสิ่งแวดล้อมที่จัดขึ้นที่กรุงไนโรบี เคนย่าเพื่อประเมินและกำหนดกฎเกณฑ์เทคโนโลยีใหม่ที่สามารถดึงคาร์บอนออกจากบรรยากาศ หรือการลดโลกร้อน ปัจจุบันมีนักวิทยาศาสตร์ที่คิดค้นเทคโนโลยีที่สามารถดึงคาร์บอนออกมาจากชั้นบรรยากาศ และ สามารถบล็อคความร้อนจากแสงอาทิตย์เพื่อให้โลกเย็นขึ้นได้แล้ว แต่เทคโนโลยีใหม่นี้ยังต้องนำมาทดลองใช้จริงจึงต้องมีการตั้งกฏร่วมกันโดยจะมีการดีเบตเกี่ยวกับ proposal ที่ถูกเขียนขึ้นในประเทศ Switzerland โดยการเริ่มต้นคือประเทศเคนย่าและประเทศแอฟริกาอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งถ้ามองภาพรวมพบว่า ปริมาณการใช้ทรัพยากรธรรมชาติพุ่งสูงขึ้นถึง 92 พันล้านตันในปี 2560 ซึ่งคิดเป็นครึ่งหนึ่งของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ร้อนจัดของโลก และเรากำลังสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพทั่วโลกถึง 90% หากการใช้ทรัพยากรเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในปี 2060 ตามที่คาดการณ์ไว้ตามแนวโน้มในปัจจุบันป่าไม้อีก 10 เปอร์เซ็นต์และที่อยู่อาศัยอีก 20 เปอร์เซ็นต์เช่นทุ่งหญ้าจะหายไป ดังนั้นหลายๆองค์กรรวมถึงWorldbank ที่มุ่งมั่นที่จะทำงานกับเคนยาและประเทศแอฟริกาอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพราะถ้าสามารถทำได้ก็น่าจะช่วยการบรรเทา และปรับตัวให้เข้ากับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่อาจจะเกิดขึ้น
    Credit : https://www.africanews.com/2019/03/15/experts-urge-use-of-greener-technologies-to-help-combat-climate-change/

    Showcase เกี่ยวกับธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมในเคนย่า ยกตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์จากหนังปลาลดการเหลือทิ้งจากอุตสาหรกรรม เพื่อชดเชยการใช้หนังวัวที่มีกระบวนการที่ใช้สารเคมีเยอะ

    ในงานการประชุมสมัชชาสหประชาชาติด้านสิ่งแวดล้อมที่จัดขึ้นที่กรุงไนโรบี เคนย่ายังมี Showcase เกี่ยวกับธูรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมในเคนย่า ที่น่าสนใจอยู่ด้วยคือ ผลิตภัณฑ์จากหนังปลา โดย Newton Owino ชาวเคนยาผู้สร้างผลิตภัณฑ์เครื่องหนังจากหนังปลายังได้แสดงผลงานของเขาที่พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการของการประชุม Owino กล่าวอีกว่า เขาเริ่มต้นธุรกิจของเขาหลังจากที่ตระหนักว่าโรงงานปลากำลังก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมด้วยของเสีย ดังนี้จึงเกิดความคิดที่จะนำหนังปลามาใช้สร้างผลิตภัณฑ์เพื่อหวังว่าจะลดการเหลือทิ้งจากอุตสาหรกรรม และชดเชยการใช้หนังวัวที่มีกระบวนการที่ใช้สารเคมีเยอะ
    Credit : https://www.africanews.com/2019/03/15/experts-urge-use-of-greener-technologies-to-help-combat-climate-change/

    2.[สิงค์โปร์] The Rain Vortex น้ำพุภายในอาคารที่สูงที่สุดในโลก (40 เมตร) เป็น Landmark ที่จะอยู่ใน Jewel Changi Airport ที่มีระบบกักเก็บน้ำเป็น Eco Systemก้าวไปไม่หยุดหย่อนจริง ๆ สำหรับนวัตกรรมใหม่ ๆ ในประเทศสิงคโปร์ โดยเฉพาะการเป็นผู้นำสนามบินที่ดีที่สุดอันดับต้น ๆ ของโลก ล่าสุดก็ได้มีการดำเนินการก่อสร้างเทอร์มินัลใหม่ของท่าอากาศยานสิงคโปร์ชางงี (Changi Airport) โดยมีชื่อว่า Jewel Changi Airport ที่จะเนรมิตน้ำตกใหญ่ยักษ์สูงกว่า 40 เมตร สวนสวยสไตล์ทรอปิคอล Highlight ที่สำคัญคือ The Rain Vortex น้ำพุภายในอาคารที่สูงที่สุดในโลก (40 เมตร) เป็น Landmark ที่จะอยู่ใน Jewel Changi Airport ซึ่งจะกลายเป็นสถานีเชื่อมต่อของสนามบินชางงี1 ออกแบบโดยบริษัทสถาปนิก Moshe Safdie (เคยออกแบบ Marina Bay Sand) ซึ่งมีแผนจะเปิดในวันที่ 17 เมษายนนี้ น้ำตกนี้จะตกลงมาผ่านความสูงของอาคาร 7 ชั้น วิศวกรออกแบบระบบโครงสร้างกระจกและเหล็กรูปทรง bagel ที่จะมีช่วงพาดกว้างถึง 200 เมตรในจุดที่กว้างที่สุด ภายในอาคารจะเป็นป่าที่มีระบบควบคุมภูมิอากาศภายในอาคาร สิงคโปร์ต้องเจอกับพายุฝนฟ้าคะนองอยู่บ่อยครั้ง Rain Vortex จึงสามารถเก็บน้ำได้ในอัตรา 10,000 แกลลอนต่อนาที กระแสน้ำที่ไหลลงมานี้จะช่วยทำให้อากาศภายในโดมเย็นขึ้น และน้ำที่ตกสู่ด้านล่างจะสามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่อีกครั้ง 

    Credit : https://www.dezeen.com/2019/03/12/moshe-safdie-worlds-tallest-indoor-waterfall-changi-airport/

    3.[ไอวอรีโคสต์] Mon Choco’s factory ธุรกิจ SME ด้านการผลิตช็อคโกแล็ต ใช้จักรยานในการบดเมล็ดโกโก้ออกแกนิคของแบรนด์ เพื่อลดการใช้พลังงานจากเครื่องจักร

    Mon Choco’s factory ธุรกิจ SME ด้านการผลิตช็อคโกแล็ตได้ผลิตช็อคโกแลตแท่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในกระบวนการผลิต ซึ่ง Dana Mroueh คือผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่เป็นเจ้าของกิจการช็อคโกแล็ต organic ได้ใช้จักรยานในการบดเมล็ดโกโก้ออกแกนิคของแบรนด์ เพื่อลดการใช้พลังงานจากเครื่องจักร ต้องการให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดและการใช้ไฟฟ้าน้อยที่สุด เพราะอุตสาหกรรมโกโก้ถูกผลกระทบจากภาวะโลกร้อนแบบเต็มๆ และนอกจากนี้การบดเมล็ดโกโก้ด้วยจักรยานยังใกล้เคียงกับการบดโกโก้แบบ ดั้งเดิมที่ใช้มือบด ซึ่งทำให้ได้รสชาติของโกโก้แท้ๆที่ดีกว่าเพราะมันมาจากธรรม ชาติ และอยากจะให้กลุ่มอุตสาหกรรมช็อคโกแล็ตหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมเพราะอุตสาหกรรมนี้ได้กำลังคุกคามต่อสิ่งแวดล้อมทั้งการทำลายป่า การใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลง ซึ่งเป็นผลให้เมล็ดโกโก้ออร์แกนิกนั้นหาได้ยากในไอวอรี่โคสต์

    Credit : https://www.africanews.com/2019/03/14/entrepreneur-uses-bicycle-to-make-organic-chocolate/

    4.[อินเดีย] Bournvita กับเเคมเปญที่หวังจะเตือนสติเหล่าผู้ปกครองทั้งหลาย ให้เห็นความสำคัญของเด็กๆที่มีความฝัน และความมุ่งมั่นที่จะไปสู่อนาคตแต่กลับถูกพ่อแม่หรือผู้ปกครองกีดกันความฝันเหล่านั้น

    Bournvita ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มช็อกโกแลตมอลต์ ที่เข้าใจ Insight ของเด็กๆในอินเดียที่มีความฝัน และความมุ่งมั่นที่จะไปสู่อนาคต แต่กลับถูกพ่อแม่หรือผู้ปกครองกีดกันความฝันเหล่านั้น แล้วบังคับให้เป็นในสิ่งที่ผู้ปกครองอยากให้เป็น Bournvita จึงได้ทำเเคมเปญที่หวังจะเตือนสติเหล่าผู้ปกครองเหล่านั้น โดยแคมเปญนี้ถูกถ่ายทอดผ่านโฆษณาสั้นๆ โฆษณาชิ้นนี้มีความยาวเกือบ 3 นาที เมื่อผู้ปกครองเดินเข้ามาที่ร้าน Bournvita แต่กลับพบว่ามีแต่เสื้อยืดสีดำ ไม่มีสินค้าที่พวกเขาต้องการ จนผู้ปกครองเหล่านี้เริ่มทนไม่ไหวกับการกระทำของพนักงาน จึงได้เรียกผู้จัดการร้านมาคุย แต่ก็ต้องประหลาดใจ เพราะเมื่อผู้จัดการร้านออกมากลับเป็นลูกๆของพวกเขาเอง ที่มาอธิบายให้ฟังว่า การที่ผู้ปกครองเดินเข้ามาในร้านแล้วไม่มีเสื้อผ้าที่ตัวเองชอบให้เลือกซื้อ ก็เหมือนกับที่พวกเขาบังคับให้เด็กๆเหล่านี้ เป็นในสิ่งที่พวกเขาไม่ได้อยากเป็น
    Credit : https://www.campaignindia.in/video/weekend-watch-bournvita-stocks-black-clothes-to-score-during-exams/450494?fbclid=IwAR2cqB175bQy1wP5ocs1UfkrtSTvDzUHnErke5YIhAif_XPFkpRcZY4YMoY

    5.[อังกฤษ] carling ได้ออก แคมเปญ made local ที่เป็นการชูเอกลักษณ์ของเมืองและสิ่งแรกที่จะถ่าทอดออกไปคือ ทีม Black Country Fusion FC ซึ่งเป็นทีมที่รวมความหลากหลายทางเพศเอาไว้ ด้วยการฉายเรื่องราวของพวกเขาเเละสนับสนุนชุดเเแข่งชุดใหม่ในฤดูกาลหน้าอีกด้วย

    แบรนด์เบียร์ Carling ได้เปิดตัวแคมเปญระยะที่สองของ Made Local (แคมเปญที่นำเสนอความหลากหลายความแตกต่างกันของคนและเชื้อชาติของเมือง Carling และอยากจะชูเอกลักษณ์นี้ออกไป)โดยมีสปอตทีวีและสารคดีที่มีรูปแบบยาวขึ้นโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ทีมฟุตบอล Black Country Fusion FC ซึ่งเป็นทีมที่รวมความหลากหลายทางเพศ LGBTQ+
    แคมเปญโซเชียลนี้จะนำผู้ชมไปสู่สารคดีที่นำเสนอความน่าสนใจของทีม Black Country Fusion FC ซึ่ง Skye Stewart ประธานของ Black Country Fusion FC ก่อตั้งสโมสรฟุตบอลในปี 2559 เนื่องจากไม่มีทีมที่รวม LGBTQ + ไว้เลย จึงทำให้ Fusion เป็นสโมสร LGBTQ + แห่งแรกในมิดแลนด์ เรื่องราวน่าจะสร้างความนาสนใจและเป็นแรงบันดาลใจให้คาร์ลิ่งลุกขึ้นออกมาช่วยสนับสนุนทีมผ่าน Made Local Fundation ซึ่ง Miranda Osborne ผู้อำนวยการฝ่ายแบรนด์ของ Carling กล่าวว่า “เรายินดีอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุน Black Country Fusion FC ถ่ายทอดเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจ เป็นสาเหตุที่ Made Local และเรากระตือรือร้นที่จะทำให้สโมสรประสบความสำเร็จทั้งในและนอกสนาม” ซึ่งทาง Carling ได้สนับสนุนชุดเเข่งชุดใหม่ในฤดูกาลหน้าอีกด้วย
    Credit : https://lbbonline.com/news/carlings-latest-made-local-campaign-shines-spotlight-on-lgbtq-football-team/?fbclid=IwAR1UApoV67Z3oDcgiV4IDDauYbm1seBW5iMlBO-R4EQFuhLM_vYodEgibdk

    จากเคสที่ยกตัวอย่างที่นำเสนอมาก็พอน่าจะแสดงให้เห็นภาพของกลุ่มคนที่มีแนวคิดแบบ Utopia Mindset ที่พร้อมที่จะลงมือทำเพื่อสร้างจริยธรรมที่สร้างโลกให้ดีขึ้นสำหรับวันพรุ่งนี้ แล้วคุณพร้อมที่จะเป็นคนที่มีแนวคิด Utopia Mindsetแล้วหรือยัง ?

    Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยคอนเซปต์แห่งอนาคตและการออกแบบ เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์

  • Trend Fast Track: Just Drone It!

    Trend Fast Track: Just Drone It!

    Trend Fast Track ประจำสัปดาห์นี้ขอเสนอหัวข้อเทรนด์เรื่อง : “Just Drone It” (เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย) อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่กำลังได้รับการจับตามอง และเริ่มแพร่หลายในบ้านเรา แต่โดรนไม่ใช้เพียงแค่การบันทึกภาพหรือวีดีโอเพียงเท่านั้น แต่ยังสามารถทำอะไรได้อีกหลายอย่างด้วยกัน • UAV (Unmanned Aerial Vehicle) หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า “โดรน “ หมายถึง อากาศยานที่ไม่มีคนขับที่สามารถควบคุมได้จากระยะไกล และสามารถนำมาใช้ใหม่ได้ บ้างสามารถควบคุมจากระยะไกล และบ้างก็บินได้ด้วยตนเองโดยอาศัยการโปรแกรม แรกเริ่มเดิมที โดรนเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาในวงการทหารใช้เพื่อทำหน้าที่สอดแนมและภารกิจโจมตี มักถูกใช้ในภารกิจที่ยากและอันตรายเกินกว่าที่จะใช้เครื่องบินที่มีคนขับมาทำ • ในปัจจุบันโดรนเริ่มถูกนำมาใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรมมากขึ้นทั้งการบันทึกภาพหรือเหตุการณ์จากมุมสูง การเก็บข้อมูลสภาพอากาศ, การสำรวจพื้นที่การเกษตรและชลประทาน, สภาพการจราจร คุณสมบัติที่โดดเด่นของโดรนคือสามารถทำงานแทนมนุษย์ในหลากหลายด้าน ทั้งการสำรวจ ประมวลผล ประหยัดเวลา และลดความเสี่ยงในหลายๆ ด้าน ตามรายงานของ PwC การใช้งานของโดรนจะเป็นไปในเชิงพาณิชย์มากขึ้น โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีระหว่างปี 2558 ถึง 2563 อยู่ที่ 19% เทียบกับทางทหารมีเพียง 5% เท่านั้น • ในบ้านเราเองเริ่มเห็นการใช้โดรนอย่างแพร่หลายในหลากหลายงาน ทั้งการถ่ายภาพมุมสูงเพื่อใช้เป็นอีกเครื่องไม้เครื่องมือการเก็บภาพของช่างภาพมืออาชีพ, ใช้ถ่ายรูปมุมสูงเพื่อเก็บภาพการแปรอักษรขององค์กร, ใช้แปรขบวนเพื่อเล่าเรื่องราวประกอบการแสดงโชว์เปิดห้างสรรพสินค้า หรือจะใช้ในการแข่งขันความเร็วในโดรนเรซซิ่งที่เด็กไทยเพิ่งไปขว้ารางวัลชนะเลิศบังคับโดรนชิงแชมป์โลกแห่งปี
    ในช่วงสัปดาห์นี้ เราเลือกหยิบเอาข่าวคราวที่น่าสนใจที่เกี่ยวข้องกับโดรนมาเล่าสู่กันฟังดังนี้ 1. [รวันดา] ในงาน Design Indaba 2019 ซึ่งเป็นงานที่ส่งเสริมด้านความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบเพื่อพัฒนากลุ่มประเทศแอฟริกา Keenan Wyrobek Co-Founder ของบริษัท Zipline ได้ประกาศว่า Wakanda สามารถเป็นเรื่องจริงได้? (Wakanda คือเมืองสมมุติที่ปรากฏใน Black Panther ภาพยนตร์ในเครือ Marvel โดย Black Panther เป็นตัวละคร Super Hero ที่อาศัยในประเทศ Wakanda ประเทศในแอฟริกันที่มีเทคโนโลยีอันล้ำสมัย) Wyrobek เชื่อว่าด้วยพลังแห่งเทคโนโลยีจะสามารถช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ในประเทศแอฟริกันได้ Zipline เป็นบริษัท Startup ใน Silicon Valley ที่ออกแบบและผลิตโดรนให้รัฐบาลรวันดารัฐบาล เพื่อใช้ในการลำเลียงเลือดและวัคซีนมาส่งให้โรงพยาบาลท้องถิ่น ขนส่งอาหาร และน้ำดื่มสะอาด ลดความเสี่ยงของคนในพื้นที่ที่ต้องไปหาอาหารหรือตักน้ำในทะเลสาบที่มีทั้งจระเข้และพยาธิอาศัยอยู่ และลดระยะเวลาในการขนส่งลำเลียงอุปกรณ์ทางการแพทย์เดิมที่ต้องใช้เส้นทางธุรกันดาร ใช้เวลานาน และตัวยาบางอย่างที่ต้องเก็บในที่เย็นต้องสูญเสียสภาพไป นี่จึงเป็นการปฏิวัติการเข้าถึงด้านการแพทย์ด้วยเครือข่ายโดรนส่งของที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายลงไปได้   2. [แอฟริกา] โดรนได้รับความสนใจอย่างมากจากหลายๆประเทศในทวีปแอฟริกา ที่ Juma เกาะที่อยู่ในประเทศแทนซาเนีย ซึ่งอยู่ห่างไกลจากความเจริญ ถูกตัดขาดจากถนน เนื่องจากก่อนหน้านี้วิธีการขนส่งสินค้าต่างๆ จะใช้เรือ Ferry ที่ช้าและสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Speed Boat ที่ราคาแพงเกินไป การใช้โดรนจึงเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาในจุดนี้ ประเทศในกลุ่ม East-Africa คือผู้นำในการผลักดันกฏหมายเกี่ยวกับโดรนที่มีแนวคิดก้าวหน้า รัฐบาลแทนซาเนียที่อนุญาตให้สามารถบินโดรนใกล้ๆสนามบินได้ และจะผลักดันให้แอฟริกากลายเป็นประเทศ Drone-friendly โดยที่อากาศยานยังปลอดภัยอยู่ ในประเทศมาลาวีก็มีการทดลองเพื่อนำมาใช้เพื่อการช่วยเหลือเชิงมนุษยธรรม โดยความร่วมมือระหว่าง Unicef และรัฐบาล นำโดรนมาใช้ในกิจการของรัฐ และมีการสร้างโดรนจากไม้ไผ่ลำแรกที่เจ้าของเป็นแอฟริกา และ สามารถผลิตในพื้นที่ได้โดยง่ายด้วย 3D Printing มีการวางแผนที่จะสร้าง Droneport ในเมือง เชื่อว่าปี 2035 จะมีโดรนบินอย่างหนาแน่นในประเทศนี้ 3. [ออสเตเลีย] บริษัทอากาศยานสัญชาติอเมริกัน โบอิ้ง เปิดตัวโบอิ้ง โคออส (Boeing CoÕs) ตัวต้นแบบของเครื่องบินขับไล่แบบไร้คนขับ ในเมืองเอวาลอน ของออสเตรเลีย เครื่องบินขับไล่แบบไร้คนขับโบอิ้ง โคออส ถูกพัฒนาให้บินร่วมกับเครื่องบินรบของกองทัพอากาศ ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าเครื่องบินรบแบบดั้งเดิม เครื่องบินต้นแบบรุ่นนี้ มีขนาด 38 ฟุต และบินในรัศมีทำการ 2,000 ไมล์ทะเล หรือราว 3,700 กิโลเมตร ซึ่งทางโบอิ้งสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบตามความต้องการได้ และพร้อมจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในปีหน้าทั้งนี้ ออสเตรเลีย ถือเป็นประเทศแรกที่โบอิ้งเข้าไปลงทุนพัฒนาเครื่องบินรบไร้คนขับนอกสหรัฐอเมริกา แต่ทางบริษัทไม่เปิดเผยว่าทุ่มงบประมาณเพื่อกิจการดังกล่าวไปมากน้อยแค่ไหน ขณะที่ก่อนหน้านี้คู่แข่งของโบอิ้ง อย่าง Lockheed Martin ได้พัฒนาโดรนพิฆาตแบบไร้คนขับ Loyal Wingman ขึ้นมา เพื่อบินขนาบกับเครื่องบินขับไล่ F-35A เช่นกัน ซึ่งเป็นการสะท้อนทิศทางการลงทุนด้านการทหาร ที่หลายประเทศทั่วโลกมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติ ที่ต้นทุนต่ำลงและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น 4. [ตะวันออกกลาง] ตลาดโดรนใน Middle East เริ่มมีการแข่งขันสูงขึ้นโดยมีผู้เล่นสำคัญอยู่ 3 เจ้าคืออเมริกา จีน และ UAE โดยนวัตกรรมในการผลิตโดรนติดอาวุธแบบไร้คนขับนั้นถูกพัฒนาแบบก้าวกระโดด โดยตอนนี้จีนกำลังเป็นผู้นำด้านนี้อยู่เมื่อเทียบกับอมเริกา โดยโดรนของจีนสามารถควบคุมผ่านระบบดาวเทียมได้(เฉพาะดาวเทียมในประเทศ) ทำให้ระยะควบคุมนั้นกว้างไกลมากกว่า และไม่ได้มี Paperwork ที่วุ่นวายผ่านหลายขั้นตอนเหมือนของอเมริกา โดยทางฝั่ง UAE เองก็ต้องการผลิตโดรนของตนเองภายในประเทศเช่นกัน เช่นเดียวกับทุกเทคโนโลยีที่สามารถนำไปต่อยอดเพื่อใช้ได้ในหลายอุตสาหกรรม โดรนเองก็สามารถถูกนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างหลากหลายเช่นเดียวกัน ทั้งการรักษาชีวิต ความมั่นคง หรือเพื่อศึกสงคราม. 🔥 Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน 🔥โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยคอนเซปต์แห่งอนาคตและการออกแบบ เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์
  • Trend Fast Track: “The Consumption of Life Lifted”

    Trend Fast Track: “The Consumption of Life Lifted”

    Trend Fast Track ประจำสัปดาห์นี้ขอเสนอหัวข้อเทรนด์เรื่อง : “The Consumption of Life Lifted” (การบริโภคเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต) ขณะที่ผลกระทบจาก Key Impact ต่างๆ มีผลต่อการใช้ชีวิตของคนมากขึ้นสำหรับเทรนด์นี้เรามาลองดูกันว่าแบรนด์ต่างๆ จะเข้ามามีบทบาทอย่างไร • ‘Brand as HERO’ คือสิ่งที่หลายๆ แบรนด์ในปัจจุบันพยายามที่จะเป็น คือ ฮีโร่ที่จะคอยช่วยผู้บริโภคในช่วงเวลาที่มีปัญหา หรือต้องการผู้ช่วยที่ทำให้ชีวิตดีขึ้น ง่ายขึ้น และสะดวกมากยิ่งขึ้น • เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคน แบรนด์มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าในความต้องการของผู้บริโภค รวมไปถึงแนวโน้มของคนว่าจะเปลี่ยนไปในทิศทางใด และออกแบบนวัตกรรมใหม่ เพื่อรองรับ หรือแก้ไขปัญหาให้ตอบโจทย์ให้ตรงใจผู้บริโภค เพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต และเข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภค • สำหรับกรณีศึกษาในสัปดาห์นี้มีหลายแบรนด์จากทั่วทุกมุมโลกมีแนวคิดที่น่าสนใจ ที่จะช่วยยกระดับการใช้ชีวิตของคนในยุคปัจจุบัน เราลองมาดูกันว่าในแต่ละประเทศนั้นมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง 1. [ฝรั่งเศส] citroën บริษัทรถยนต์จากฝรั่งเศษได้ออกรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ami one ในงาน มอเตอร์โชว์ที่เจนีวา สิ่งที่น่าสนใจคือการรณรงค์ว่ารถที่จะออกมานี้ คนที่ไม่มีใบขับขี่ก็สามารถใช้ได้ เพื่อกระตุ้นกระเเสในการใช้งานฟังค์ชั่นต่างๆเกี่ยวกับ การเดินทางมากขึ้น โดยรถรุ่นนี้จะใช้งานร่วมกับ สตาร์ทอัพ FREE2MOVE ที่เป็นธุรกิจ Car Sharing ในฝั่งอเมริกาและยุโรป ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของการจารจร และปริมมาณของรถยนต์ในเมืองรวมไปถึงอุบัติเหตุบนท้องถนนอีกด้วย credit: https://www.designboom.com/technology/citroen-ami-one-concept-mini-ev-02-20-2019/https://www.designboom.com/technology/citroen-ami-one-concept-mini-ev-02-20-2019/ 2. [อังกฤษ] BLOND Design บริษัทออกแบบในอังกฤษ ได้ออกแบบขวดนมที่ปรับการใช้งานให้เข้ากับอายุของเด็กในแต่ละช่วงอายุ เน้นที่ทำการออกแบบโดยเน้นที่ผู้ใช้งานหลักคือพ่อเเม่และพฤติกรรมของเด็กในแต่ละช่วงวัย โดยเเต่ละชิ้นส่วนผลิตจากซิลิโคนมาตรฐานทางการแพทย์ ที่สามารถใช้ได้นานข้าม Generation เลยทีเดียว และเเต่ละชิ้นส่วนทางบริษัทยังมีนโยบายที่จะรับเปลี่ยนคืนอีกด้วย ซึ่งในส่วนนี้จะทำให้การใช้ขวดนมเป็นเรื่องที่ง่ายมากยิ่งขึ้น และแบรนด์พยายามเข้าใจเรามากขึ้น credit: https://www.dezeen.com/2019/02/20/blond-design-hygienic-borrn 3. [สวีเดน] IKEA แบรนด์เฟอนิเจอร์ที่เรารู้จักกันดี ประกาศเปิดตัวสินค้าใหม่ Gunrid เป็นม่านที่สามารถฟอกอากาศได้ เป็นการลดมลพิษทางอากาศได้ แถมยังช่วยประหยัดพื้นที่ภายในบ้านได้อีกด้วย ม่านกรองอากาศ Gunrid ตัวนี้ได้มีกระบวนการทำงานแบบ mineral-based photocatalyst ซึ่งสามารถแยกมลพิษออกจากอากาศได้เมื่อม่านสัมผัสกับแสง ม่านนี้สามารถทำงานได้ทั้งในแสงธรรมชาติ และแสงประดิษฐ์ทั่วไป เป็นการนำผ้าสิ่งทอต่างๆ มาใช้งานในบ้าน และเมื่อเปิดม่านก็จะทำให้อากาศบริสุทธิ์ มีโซลูชั่นในการฟอกอากาศ แถมยังประหยัดพื้นที่ในบ้าน ทำให้สวยงามขึ้นได้ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มการการรับรู้ของผู้คนในเรื่องของมลพิษทางอากาศภายในอาคารมากขึ้น ซึ่ง Gunrid เป็นสินค้าตัวแรกที่มีการใช้เทคโนโลยีกับสิ่งทอ แต่ในอนาคตจะมีการพัฒนาไปกับสิ่งทอตัวอื่นๆ มากขึ้น เชื่อว่าจะได้ผลในระยะยาวในการเปลี่ยนพฤติกรรมในเชิงบวก ให้ผู้คนมีสุขภาพที่ดีขึ้น และมีความยั่งยืนมากขึ้น 4. [เดนมาร์ก] หมู่เกาะแฟโร เป็นหมู่เกาะในทวีปยุโรป ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติก หมู่เกาะแฟโรเป็นเขตการปกครองตนเองของเดนมาร์ก เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ไม่มีมลพิษและไร้มลทินมากที่สุดในโลก ที่ National Geographic เคยยกให้เป็น Readers’ Choice Winner สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวปี 2015 และตอนนี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 10% ต่อปีในช่วงห้าปี แต่การที่จะเปลี่ยนหมู่เกาะให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นกระแสหลักเป็นเรื่องยาก และคนในเกาะก็ไม่ต้องการให้นักท่องเที่ยวเข้ามาอย่างล้นหลามจะทำให้ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติ Guðrið Højgaard ผู้อำนวยการคณะกรรมการการท่องเที่ยวของเกาะได้สร้างแคมเปญหนึ่งขึ้นมา ที่มีชื่อว่า CLOSED FOR MAINTENANCE, OPEN FOR VOLUNTOURISM คือ จะปิดเกาะไม่รับนักท่องเที่ยว ตั้งแต่ 26 – 28 เมษายน แต่จะรับอาสาสมัครท่องเที่ยว 100 คนสำหรับโครงการพัฒนาท้องถิ่นเพื่อปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการรองรับนักท่องเที่ยว คือนักท่องเที่ยวที่เป็นอาสาสมัครและคนในพื้นที่ร่วมมือกันในการทำเครื่องหมายเส้นทาง สร้างสัญญาณ และปรับปรุงสภาพแวดล้อม โดยจะได้รับที่พัก และอาหารฟรีตลอดที่เข้าโครงการนี้ ซึ่งแคมเปญใหม่นี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการช่วยให้ชาวแฟโรได้อยู่เบื้องหลังการท่องเที่ยว เช่นเดียวกับก็ทำให้นักท่องเที่ยวทำสิ่งที่มีประโยชน์เมื่อพวกเขาไปเยี่ยมชม และคนในเกาะต้องการให้ผู้คนสัมผัสกับวัฒนธรรมที่แท้จริงของ Faroes และสิ่งสำคัญคือ ไม่ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงเพราะบุคคลภายนอกจำนวนมากแต่อยากให้ทุกคนมาสัมผัสกับสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติและไม่ถูกทำลาย ตามแนวคิด ‘Unspoiled, Unexplored, Unbelievable’ credit: https://visitfaroeislands.com/closed/ 5. [สิงคโปร์] Green Architecture หรือสถาปัตตยกรรมสีเขียวเป็นสิ่งที่เราได้ยินมานานแล้ว แต่สิงคโปร์เพิ่งเปิดตัว The School of Design & Environment 4 (SDE4) ซึ่งประกาศว่าเป็นอาคารที่ใช้พลังงานรวมเป็นศูนย์ (net-zero-energy building) แห่งแรกในสิงคโปร์ ผู้ออกแบบกล่าวว่าเขาได้ผสานเอาเป้าหมายเชิง net-zero เข้ากับการทบทวนรูปแบบทางการออกแบบตามแนวทาง Tropical Architecture ตัวอาคารครอบคลุมพื้นที่กว่า 8,5000 ตร.ม. ประกอบไปด้วยสตูดิโอออกแบบ, พื้นที่พลาซ่า, สำนักวิจัย คาเฟ่ และห้องสมุด พื้นที่ Open-Air ในหลายๆ พื้นที่ถูกใช้สำหรับการเรียนการสอนแบบไม่เป็นทางการ องค์ประกอบหลักที่ทำให้โรงเรียนนี้เป้น Net Zero ได้แก่ Solarcell 1200 units บนหลังคา, พื้นที่สวนที่ช่วยทำให้น้ำบริสุทธิ์ขึ้น, แผง Perfolated Aluminiam ที่แสงและอากาศผ่านได้ ทั้งหมดนี้นอกจากจะช่วยโลกแล้วยังกลายเป็นสื่อการสอนชั้นดีในการสอนเรื่อง Sustainable Design อีกด้วย credit: https://www.dezeen.com/2019/03/01/university-of-singapore-sde4-building-serie-architects-multiply-architects/https://www.dezeen.com/2019/03/01/university-of-singapore-sde4-building-serie-architects-multiply-architects/ Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยคอนเซปต์แห่งอนาคตและการออกแบบ เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์