Author: admin

  • TREND FAST TRACK : Brand New Eating : เรื่องกิน เรื่องใหม่

    TREND FAST TRACK : Brand New Eating : เรื่องกิน เรื่องใหม่

    TREND FAST TRACK : Brand New Eating : เรื่องกิน เรื่องใหม่

    TREND FAST TRACK เสิร์ฟร้อนประจำสัปดาห์ที่ 4 ของเดือนกันยายน 2019

    ในภาคธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มถือเป็นอีกอุตสาหกรรมนึงที่มีความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว มีเทรนด์ใหม่ๆ เข้ามาตลอดเวลาเพื่อจับความสนใจผู้บริโภค ทั้งอาหารเมนูใหม่ๆ ที่ถือกำเนิดขึ้นมาครั้งแรกบนโลก บ้างเป็นการผสมผสานเมนูต่างๆ เข้าด้วยกันเกิดเป็นเมนูใหม่ หรือเป็นการถ่ายโอนวัฒนธรรมการกินข้ามชาติกันแบบง่ายๆ บ้างเป็นลูกเล่นง่ายๆ อย่างการหยิบจับเอากลิ่น และรสชาติที่เราคุ้นหน้าคุ้นตาเข้ามาใส่เข้ากับอาหารจานหลักอย่างผิดฝาผิดตัว ดูไม่น่าจะเข้ากันได้ แต่กลับอร่อยลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ

    แต่ “ความใหม่” ไม่ได้มีแค่เรื่องรสชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นการออกแบบวิธีการกินในรูปแบบใหม่ๆ ที่ง่ายขึ้น เร็วขึ้น สะดวกขึ้น ตลอดจนสร้าง Mindset ใหม่ๆ ในการกิน เพื่อล้อไปกับทัศนคติที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค อย่างการคำนึงและใส่ใจด้านสุขภาพมากขึ้น เมื่อความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปรวมเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ มาตอบโจทย์ ความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่เข้ามาเปลี่ยนวิธีการกินจึงเกิดขึ้น

    Trend Fast Track วันนี้เราจะพาไปดูว่า มีไอเดียและนวัตกรรมอะไรใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับอาหาร และวิธีการกินกันบ้าง ลองไปดูกันครับ

    1. Yuka

    Application สแกนอาหารเพื่อตรวจสอบความเหมาะสมของสารเติมแต่ง

    เมื่อผู้บริโภคมีความ Concern ต่อสุขภาพทั้งภายใน-ภายนอก มากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคเริ่มมีความกังวลว่าสิ่งที่เราบริโภคจะส่งผลอย่างไรต่อร่างกายของเรา เพราะฉะนั้นข้อมูลบนฉลากบนบรรจุภัณฑ์อาจไม่เพียงพออีกต่อไป แอพ Yuka แอปพลิเคชั่นยอดนิยมที่มีผู้ใช้ 11 ล้านคนในฝรั่งเศสเพื่อสแกนผลิตภัณฑ์และค้นหาปริมาณสารเติมแต่งที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยผู้บริโภคสามารถให้เรทคะแนนเครื่องสำอาง หรืออาหารว่าดีต่อสุขภาพมากน้อยแค่ไหน และปลอดภัยต่อการบริโภคหรือไม่ ซึ่งส่งผลให้อุตสาหกรรมอาหารฝรั่งเศสต้องเร่งปรับปรุงผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อให้สินค้ามีคุณภาพยิ่งขึ้น      

    2. Durian Lava Chicken Nuggets at KFC China

    เคเอฟซี จีน ออกนักเก็ตไส้ “ทุเรียนลาวา”

    เรียกว่า จับกระแส ‘ทุเรียน ฟีเวอร์’ ในประเทศจีนแบบสุด ๆ เพราะล่าสุด เคเอฟซี จีนได้พัฒนาเมนูใหม่ นักเก็ตไก่ Durian Lava (Durian Lava Chicken Nuggets) มาเอาใจผู้บริโภคชาวจีนโดยเฉพาะ ก่อนหน้านี้ทาง เคเอฟซี จีน ได้มีการวางขาย ‘ทาร์ตทุเรียน’ (บ้านเราเป็นทาร์ตไข่) ส่วนเมนูใหม่ที่เพิ่งวางจำหน่ายอย่าง นักเก็ตไก่ Durian Lava เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นเดือนกันยายน 2562 โดยได้ปรากฏขึ้นครั้งแรกบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียดังของจีนอย่าง  Weibo จากการที่มีคนบางกลุ่มได้ทดลองชิมแล้วมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์

                               

    3. LG’s HomeBrew machine

    LG เปิดตัวเครื่องทำเบียร์สดระบบแคปซูล

    LG Electronics ประกาศเปิดตัว “เครื่องทำเบียร์สด” (HomeBrew machine) สอดรับกับกระแสของการทำเบียร์สดด้วยตนเองทั่วโลก โดยได้จับมือกับ Muntons บริษัทผลิตมอลต์สัญชาติอังกฤษเพื่อพัฒนาแคปซูลเบียร์ วิธีการใช้งานเครื่องทำเบียร์สดของ LG คล้ายกับเครื่องชงกาแฟสดที่เรารู้จักกัน โดยนำเอาแคปซูลเบียร์ใส่ลงในเครื่อง หลังจากนั้นเติมน้ำตามปริมาณที่กำหนด และเครื่องจะทำเบียร์โดยอัตโนมัติ ซึ่งในแต่ละครั้งจะสามารถผลิตเบียร์สดได้ถึง 5 ลิตร โดยแคปซูลเบียร์สดจะมีทั้งหมด 5 ชนิดให้เลือก ได้แก่ India pale ale, pale ale, stout, wheat และ pilsner (คอ craft beer น่าจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว) อย่างไรก็ตาม ในการทำเบียร์ผ่านเครื่องนี้ จะมีขั้นตอนในการหมักที่ต้องใช้เวลาตั้งแต่ 9 -21 วัน (ขึ้นอยู่กับชนิดของเบียร์ อย่าง Pilsner จะใช้เวลาหมักนานสุด) โดยลูกค้าสามารถติดตามผลการหมักได้ตลอดเวลาผ่านทางแอพพลิเคชั่นของทางแบรนด์ราคาของเครื่องทำเบียร์สดในเกาหลีใต้อยู่ที่ 3,390 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1 แสนบาท (ราคานี้รวมบริการหลังการขาย 3 ปี และการันตีอุปกรณ์ต่างๆ ถึง 10 ปี) LG ประกาศว่าจะส่งเครื่องทำเบียร์สดไปขายในตลาดสหรัฐอเมริกาในปี 2020

     

    4. Bagel That by Philadelphia

    เครื่องทำทุกอย่างให้เป็นเบเกิล

    https://www.youtube.com/watch?time_continue=43&v=Y8p93bJZpu0

    โดยปกติครีมชีส เป็นสินค้าที่มักนิยมไว้ใช้กินกับขนมเบเกิลเท่านั้น ฟิลาเดลเฟียครีมชีสจึงเพิ่มโอกาสในการขายด้วยการออกเครื่องทำ “ทุกอย่างให้เป็น เบเกิล” ซึ่งสามารถเจาะรู ขนมปัง วัฟเฟิล ฮอทด็อก แพนเค้ก ออมเล็ท พิซซ่า ให้กลายเป็นเบเกิลได้ง่ายๆ งานนี้เป็นไอเดียอารมณ์ดีที่ไม่ใช่แค่สร้างอารมณ์ขันน่ารักๆ แต่เครื่องเจาะรูเบเกิลมีขายจริงๆ แบบ limited ที่ราคาประมาณ 10$ ทิ้งท้ายด้วยคำโปรย “If it looks like a bagel put philly on it” ก็ถ้ามันหน้าตาเหมือนเบเกิล ก็ทาครีมชีสกันได้ดิ!

    🔥 Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน 🔥 โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยเทรนด์ และคอนเซปต์แห่งอนาคต เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์ เพื่อให้ภาคธุรกิจรู้เห็น เป็นโอกาสในการสร้างประสบการณ์ให้กับแบรนด์ตัวเองต่อไป 

    #FutuerLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch

    #TrendFastTrack2019 #WisdomDrivetheFuture

  • TREND FAST TRACK: Pumpkin Pumpkin, Fall.

    TREND FAST TRACK: Pumpkin Pumpkin, Fall.

    Pumpkin Pumpkin, Fall.

    ฟักทองจงออกมา ได้เวลาของเจ้าแล้ว! (ตอนที่ 1)

    ที่จั่วหัวมาแบบนี้ ไม่ได้ต้องการจะสื่อว่ามีฟักทองร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าหรือที่ไหนแต่อย่างใด แต่สัปดาห์นี้ ‘บารามีซี่ แล็บ’ จะนำเสนอเรื่องราวที่เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของการบอกเล่าความเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาและประเทศในแถบทวีปใกล้เคียง นำมาสู่การนำไปใช้ในการออกแบบการสื่อสารทางการตลาดที่น่าสนใจ โดยผ่านเจ้าผักผลไม้ลูกสีส้มเหลืองหน้าตาน่ารักอย่าง ‘ฟักทอง’ และแน่นอนว่า การที่ฟักทองเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่ถูกนำไปปรุงอาหารได้หลากหลายทั้งคาวหวาน อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย โดยเฉพาะ ‘เบต้าแคโรทีน’ ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่รู้จักกันดี จึงเกิดเมนูใหม่ๆ ที่ต้อนรับฤดูใบไม้ร่วงจากแบรนด์ต่างๆ เป็นประจำทุกปี

    ในปี 2019 นี้ เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว หรือ ฤดูใบไม้ร่วง (Fall) แล้ว แบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับอาหารการกินก็เริ่มขยับตัวทันที โดยเราจะยกตัวอย่างมาให้ชมกันสัก 3 แบรนด์ก่อนที่เริ่มทำแคมเปญตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคม ซึ่งถือเป็นช่วงแรกของฤดูนี้จริงๆ (เชื่อว่าหลังจากนี้น่าจะมีแบรนด์ต่างๆ นำฟักทองมาทำกิจกรรมอีกแน่นอน โดยเฉพาะช่วงเดือนตุลาคมที่เป็นเทศกาลฮัลโลวีน) ซึ่งทั้งสามแบรนด์ เราชาวไทยน่าจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี แต่น่าเสียดายที่แคมเปญเหล่านี้มาไม่ถึงบ้านเรา ไม่งั้นคงได้กระแสตอบรับอย่างล้นหลามน่าดูเลยทีเดียว

     

    สตาร์บัคส์กับเมนูใหม่สไตล์ฟักทอง

    16 ปีก่อน สตาร์บัคส์ในสหรัฐฯ ออกเมนูเครื่องดื่มในธีมฟักทองที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากอย่าง ‘Pumpkin spice latte’ และเวียนวนเป็นเมนูของสตาร์บัคส์ในเทศกาลนี้เรื่อยมา รวมถึงยังเป็นเมนูที่แผ่ขยายไปยังร้านที่จำหน่ายเครื่องดื่มต่างๆ ทั่วทุกมุมโลกอีกด้วย

    แต่ในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ สตาร์บัคส์เตรียมนำเสนอเมนูใหม่ที่ไม่จำเจอีกต่อไป นั่นก็คือ Pumpkin Cream Cold Brew ที่รังสรรค์ขึ้นจากกาแฟสกัดเย็น ปรุงรสหวานบางเบาด้วยน้ำเชื่อมวานิลลา (Vanilla base) ด้านบนคลุมด้วยโฟมครีมฟักทอง และปิดท้ายด้วยผงเครื่องเทศที่มีส่วนผสมของฟักทอง กลายเป็นเมนูใหม่ที่ได้รสกาแฟที่เข้มขึ้นกว่า และหวานน้อยกว่าเมนูดั้งเดิมในเทศกาลอย่าง Pumpkin spice latte ที่เป็นพระเอกมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา

    ข้อสังเกตที่น่าสนใจจากการออกเมนูใหม่นี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากสภาพอากาศที่มีความเปลี่ยนแปลง เมนูดั้งเดิมอย่าง Pumpkin spice latte นั้นเป็นเมนูร้อน ในขณะที่ Pumpkin Cream Cold Brew นั้นเป็นเมนูเย็น ซึ่งมีส่วนผสมมาจาก Cold Brew Coffee ที่ก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเช่นกัน

    นอกจากเมนูกาแฟที่มีส่วนผสมของฟักทองแล้ว สตาร์บัคส์ยังมีเมนูของหวานและของกินเล่นที่มีฟักทองเป็นตัวชูโรงในช่วงเทศกาลนี้อีกด้วย

     

    ดังกิ้นไม่น้อยหน้า พาฟักทองมาในหลากหลายเมนูไม่แพ้กัน

    ร้านดังกิ้น (DUNKIN’) ในสหรัฐฯ ที่ถอดคำว่า DONUTS ออกจากแบรนด์มาพักใหญ่เพื่อการปรับเปลี่ยนทิศทางของแบรนด์ก็ไม่รีรอที่จะฉวยโอกาสนี้เหมือนกัน เปิดตัวด้วยโฆษณาแนะนำเมนูใหม่ในปีนี้อย่าง Cinnamon Sugar Pumpkin Signature Latte ที่ปรุงขึ้นจากกาแฟกลิ่นฟักทองและอบเชย ผสมเข้ากับวิปครีม คาราเมล และน้ำตาลกลิ่นอบเชย พร้อมเสิร์ฟทั้งแบบร้อนและแบบเย็น แต่ถ้าไม่ชอบเมนูนี้ ดังกิ้นก็ยังมีกาแฟกลิ่นฟักทองที่มาในรูปแบบต่างๆ ทั้งกาแฟร้อน กาแฟเย็น กาแฟสกัดเย็น เอสเปรสโซช็อต กาแฟปั่น หรือแม้แต่ช็อกโกแลตปั่นกลิ่นฟักทองก็มี 

    ยังไม่หมด! เพราะนอกจากเมนูเครื่องดื่ม ยังมีโดนัทและมัฟฟินที่มีฟักทองเป็นส่วนผสมมาให้ลิ้มลองตลอดเทศกาลนี้ด้วยเช่นกัน

    แต่ดังกิ้นไม่ได้ปรับแค่เมนู แต่ยังมีแคมเปญเสริมที่เริ่มเดินหน้าไปแล้วตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นั่นก็คือการแจกกาแฟกลิ่นฟักทองให้กับลูกค้า 250 คนแรกของแต่ละสาขา รวมถึงยังมีลิปบาล์มกลิ่นฟักทองแจกให้ในจำนวนจำกัดอีกด้วย

     

    แดรี่ควีนพักให้อาหารปาก แต่รังสรรค์สิ่งใหม่ให้อาหารจมูกบ้าง

    แดรี่ควีน เชนร้านไอศครีมที่มีชื่อเสียงระดับโลก กับเมนูยอดฮิต ไอศครีมปั่นที่คว่ำได้ ‘บลิซซาร์ด’ มาแปลกกว่าร้านอื่นๆ ที่เล่ามา ขอหยิบ 5 รสชาติยอดนิยมมานำเสนอในรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนจากให้รับประทานเพื่อลิ้มรส เป็นจุดไฟเพื่อให้ได้กลิ่น กับเทียนกลิ่นหอมละมุนในถ้วยสีน้ำเงินที่เป็นเอกลักษณ์ของร้าน

    ทั้งสนิกเกอร์ส สนิกเกอร์ดูเดิ้ลคุกกี้โด ฮีธคาราเมลบราวนี่ ฮาร์เวสต์เบอรี่ และรสชาติพิเศษที่เข้ากับเทศกาลฤดูใบไม้ร่วงอย่างพัมป์กิ้นพาย (พายฟักทอง) ถูกนำมาผสานอยู่ในเทียนสีขาวในชื่อแคมเปญ Fall Blizzard Candle Collection กับคำโปรยที่ว่า ‘Finally, a Blizzard Treat for your nose’ (บลิซซาร์ดนี้เพื่อจมูกเท่านั้น) ซึ่งถือเป็นเทียนที่ได้แรงบันดาลใจจากไอศครีมบลิซซาร์ดที่ถูกผลิตขึ้นเป็นครั้งแรกของโลกอีกด้วย

    ยิ่งไปกว่านั้น เทียนทั้ง 5 กลิ่นนี้ ถูกผลิตขึ้นเพื่อแจกฟรีให้กับแฟนคลับของแดรี่ควีนในสหรัฐอเมริกาผ่านช่องทางออนไลน์ในจำนวนจำกัดอีกด้วย … น่าเสียดายที่ผมได้ลองเข้าไปในเว็บไซต์ DQCandleCollection.com แล้วพบว่า เทียนลิมิเต็ดอีดิชั่นได้ถูกแจกไปหมดเกลี้ยงเสียแล้ว ซึ่งก็ถือเป็นมิติใหม่ของกาบอกเล่าแบรนด์ไอศครีมที่ฉีกไปจากกรอบเดิมๆ และนำเอาฟักทองซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ร่วงมาเป็นส่วนหนึ่งในการทำแคมเปญอีกด้วย

    ใครอยากลองลิ้มชิมรสหรือสูดกลิ่นจากผลิตภัณฑ์ของทั้งสามร้าน คงต้องตีตั๋วไปเมืองลุงแซมแล้วล่ะครับ เพราะแม้ทั้งสามร้านจะมีสาขาย่อยอยู่ในเมืองไทย แต่เรื่องราวของฟักทองคงบินมาไม่ถึงบ้านเราอย่างแน่นอน

    แอบทิ้งท้ายไว้นิดนึงว่า นี่คือ ‘ฟักทองจงออกมา ได้เวลาของเจ้าแล้ว!’ แค่ตอนแรกเท่านั้น พบกันอีกครั้งในเดือนหน้ากับ ‘เทศกาลฮัลโลวีน’ ที่เรื่องของ ‘ฟักทอง’ จะกลับมาหลอกหลอนคุณอีกครั้ง เตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดีละกัน … แล้วพบกันครับ

     

    หมายเหตุเพิ่มเติม: ขณะที่ผมกำลังเขียนบทความนี้อยู่ มีข่าวว่า Krispy Kreme ร้านโดนัทชื่อดังในสหรัฐฯก็เตรียมที่จะออกเมนู Pumpkin Spice Original ทั้งแบบมีไส้และไม่มีไส้อีกด้วย 

     

     Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน   โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยคอนเซปต์แห่งอนาคตและการออกแบบ เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์

    #FutureLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch

    #TrendFastTrack2019 #WisdomDrivetheFuture

    เครดิตภาพ: https://www.msn.com/en-za/foodanddrink/foodnews/is-pumpkin-a-fruit-yes—and-strawberries-arent-berries/ar-AAEdHYq

    ที่มาเนื้อหาข่าว:

    https://www.quora.com/Why-does-fall-always-relate-to-pumpkins-Is-this-only-common-in-america

    https://www.thrillist.com/news/nation/starbucks-psl-2019-pumpkin-spice-latte-release-date

    https://www.youtube.com/watch?v=ThwsLJl9bGs

    https://www.cnbc.com/2019/08/26/starbucks-is-introducing-its-first-new-pumpkin-beverage-since-the-pumpkin-spice-latte.html

    https://www.adsoftheworld.com/media/ambient/dairy_queen_fall_blizzard_candle_collection

    https://en.wikipedia.org/wiki/Pumpkin_Spice_Latte

    https://www.businessinsider.com/starbucks-pumpkin-spice-lattes-early-2019-launch-explained-2019-8

    https://news.dunkindonuts.com/news/taste-for-fall-fulfilled-dunkins-pumpkin-menu-arrives-august-21

    https://www.foxbusiness.com/retail/krispy-kreme-pumpkin-spice-autumn

    https://www.dqcandlecollection.com

  • สรุปเนื้อหางาน SACICT Craft Trend Talk 2019 สัมมนาด้านเทรนด์และการออกแบบในวงการคราฟต์จากผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงในระดับโลกแห่งปี

    สรุปเนื้อหางาน SACICT Craft Trend Talk 2019 สัมมนาด้านเทรนด์และการออกแบบในวงการคราฟต์จากผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงในระดับโลกแห่งปี

    จากประสบการณ์การทำงานแต่ละท่านที่คร่ำหวอดในวงการงานหัตถศิลป์ หรืองาน Craft ที่แต่ละท่านได้นำเรื่องราวมาถ่ายทอดให้เราได้เห็นตั้งแต่แนวคิด วิธีการทำงาน และเห็นถึงคุณค่าสิ่งที่เรียกว่า ‘หัตถศิลป์’ การจัดงานนี้ต้องขอขอบคุณ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT  โดยขอนำสรุปเนื้อหาของ Keynote Speaker แต่ละท่านมาให้ได้อ่านดังนี้

    Keynote Speaker : Rolf von Bueren

    Topic : “Preserving the heritage”

    คุณรอล์ฟเป็นชาวต่างชาติที่อยู่เมืองไทยมา 57 ปี ในวัยหนุ่มได้เดินทางไปหลายประเทศ เมื่อมาถึงประเทศไทย ชอบเมืองไทยมาก จึงตัดสินใจอาศัยอยู่ที่ไทย   รู้สึกชื่นชมหน่วยงาน SACICT และดีใจมากที่มีหน่วยงานที่เชื่อมโยงกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมกับการพัฒนา คุณรอล์ฟเดินทางบ่อยมากมากเพื่อค้นหาแรงบันดาลใจจากศิลปะวัฒนธรรมและวัสดุใหม่ที่แตกต่างกันทั่วโลก อีกทั้งยังได้รับรู้มาตราการของรัฐ และสถานการณ์ด้านหัตถศิลป์ในประเทศต่าง ๆ จึงให้มุมมองเปรียบเทียบแนวทางการอนุรักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ ตัวอย่างเช่น ญี่ปุ่นอนุรักษ์และให้การยกย่องความเชี่ยวชาญของช่างฝีมือประเทศจีนมีการอนุรักษ์น้อย มีการก๊อปปี้กันเอง จะเห็นงานหัตถศิลป์ที่ดีถูกทำก๊อปปี้โดยคอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็ว เพื่อหวังผลในการขายจำนวนมาก ส่งผลให้ราคาถูกลงมาก อินโดนีเซียไม่มีการสนับสนุนแต่ยังมีช่างฝีมืออยู่ ซึ่งกำลังค่อยๆหายไป อินเดียเคยโดดเด่นเรื่องสิ่งทอ เช่น งานสิ่งทอประเภทผ้าลายอย่างของไทยในสมัยก่อน ต้องส่งไปให้ช่างฝีมือในประเทศอินเดียทำการแกะไม้และพิมพ์บนผ้าด้วยความเชี่ยวชาญ ปัจจุบันยังคงเหลืออยู่บ้างแต่น้อยลงมาก ประเทศไทยเราโชคดีมากที่มีหน่วยงานอย่างศิลปาชีพ และ SACICT ที่ให้ความสำคัญให้การสนับสนุนทุกสาขาอย่างต่อเนื่อง ข้อคิดที่คุณ Rolf ให้แก่ผู้เข้าร่วมสัมมนา
    • กระแส Globalization เป็น Linear world ที่คนวิ่งไล่ตามกัน เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ โดยปัจจุบันคนให้ความสำคัญกับ Experience-Based แทน Shopping Base ซึ่งพฤติกรรม Shopping-Based ของคนรุ่นก่อนเป็นพฤติกรรมการสะสม Asset ให้ความสำคัญกับการเป็นเจ้าของสินทรัพย์ ส่วน Experience-based ไม่เน้นความเป็นเจ้าของ จึงมีแนวโน้มที่ซื้อเพื่อครอบครองงานศิลปะหัตถกรรมลดลง รัฐบาลจึงเป็นกลไกสำคัญที่ควรต้องสนับสนุน ด้วยมาตรการต่างๆ
    • Perfection vs Soul : คุณ Rolf ยกตัวอย่างโรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งมีการออกแบบตกแต่งด้วยคอมพิวเตอร์ มีความสมบูรณ์แบบ แต่เมื่อใช้เวลาอยู่ในบรรยากาศนั้น พบว่าภายนอกมันดู Perfect แต่ข้างในมันไม่มี Soul มัน Empthy จึงมีคำถามขึ้นว่า จะทำอย่างไรให้จิตวิญญาณกลับมาอยู่ในงานออกแบบได้ คำตอบคือการนำวัฒนธรรมท้องถิ่นกลับมาเติมเต็มให้กับเทคโนโลยี โดยดึงอัตลักษณ์ซึ่งเป็นส่วนผสมของภาษาและวัฒนธรรมมาเสริมกัน
    • การส่งเสริมกิจกรรมทางวัฒนธรรมนานาชาติ : มีความสำคัญต่อการสืบสานวัฒนธรรม เกิดการแลกเปลี่ยน ตัวอย่างเช่น การจัดงานเทศกาล Ramayana Festival ซึ่งเคยมีการจัดแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมจากหลายประเทศที่มีวรรณกรรมเรื่องรามเกียรติ์เหมือนกัน แต่รายละเอียดแตกต่างกันตามเชื้อชาติ 
    • การท่องเที่ยว : คือการเดินทางไปที่อื่นเพื่อดูสิ่งที่บ้านตัวเองไม่มี นักท่องเที่ยวมาเที่ยวไทยคาดหวังว่าจะเจอกับ Exotic City คาดหวังความพิเศษที่หาจากที่อื่นไม่ได้ ความเป็นเอกลักษณ์เช่น ปากคลองตลาด ตลาดน้ำ street food เริ่มหายไป ทำให้ความพิเศษหายไปด้วย แต่ปัจจุบันไทยมีของไม่ต่างจากเมืองใหญ่ทั่วๆไป การดำเนินการควรเป็นการ Regulate (จัดระเบียบ) ไม่ใช่การ (Band) สั่งห้าม
    น่าดีใจที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ได้รื้อฟื้นประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ซึ่งมีหลายอย่างที่หน่วยงานนี้ (SACICT) ทำได้ เราทุกคนควรต้องช่วยกัน เพราะ  Culture has the Value

    Keynote Speaker : Alexander Lamont

    Topic : “Craftsmanship matters – One Story from Thailand”

    งานหัตถศิลป์มีความสำคัญมาก และพร้อมกันนั้นก็มีความท้าทายในเรื่องการทำเป็นธุรกิจให้เติบโตด้วยเช่นกัน ทั้งความท้าทายจากสภาพตลาด การใช้วัสดุใหม่ๆ การค้นหาอัตลักษณ์ของวัสดุที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ที่ไม่หยุดนิ่ง ความตื่นตาตื่นใจกับความเป็นศิลปะ ตลอดจนความแม่นยำของงานฝีมือ (precision) ที่สร้างให้ผลงานเป็นของล้ำค่า (precious) คุณ Lamont เล่าประวัติในวัยเด็กของตนเองที่ส่งผลถึงแนวทางการสร้างงานในปัจจุบัน โดยให้ความสำคัญกับประสบการณ์ตรงที่เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความคิดและทักษะฝีมือ คุณพ่อของคุณ Lamont ทำงานที่เกี่ยวข้องกับศิลปะทำให้เขาได้ติตตามไปในหลายประเทศ อีกทั้งยังได้ทำงานเป็นพนักงานขายในร้านขายวัตถุโบราณตอนวัยหนุ่ม จึงมีโอกาสเห็น ได้จับ ได้ดมกลิ่นงานศิลปะหัตถธรรมของหลายชนชาติทั่วโลก ซ้ำแล้วซ้ำอีก ประสบการณ์ตรงเหล่านี้สะสมเป็นคลังข้อมูลงานหัตถศิลป์ที่ฝังอยู่ลึกในตัว (deep library) ทำให้เกิดความเข้าใจและดื่มด่ำในงานศิลปะ เขาสนใจในมนุษยศาสตร์ เพื่อศึกษาความเชื่อและวัฒนธรรมที่มีรายละเอียดต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับงานหัตถศิลป์ วิถีชีวิตของคนคือส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม ทั้งการกิน แต่งตัว การเกิด และการตาย ทำให้เขาพบว่าวัสดุต่างๆนั้นเป็นวัฒนธรรม (Material Culture) บอกเล่าเรื่องราวของคนว่ามาจากที่ไหน Accident beauty – คุณ Lamont กล่าวถึงประสบการณ์การสร้างสรรค์งานใหม่ๆ ซึ่งมักเกิดจากเหตุบังเอิญที่ไม่คาดคิดของการทำชิ้นงานซ้ำแล้วซ้ำอีกกับวัสดุ จนกลายเป็นเหตุบังเอิญที่สวยงาม งานมือที่ทำซ้ำๆ แตกต่างจากงานอุตสาหกรรม มือเป็นที่มาของความคิดสร้างสรรค์ของคน งานมือที่เพียรทำซ้ำๆสืบต่อกันมาก่อเกิดพื้นผิววัสดุและชั้นของวัสดุที่แตกต่างบอกเล่าเรื่องราวที่เป็นบุคลิกที่เป็นลักษณะเฉพาะของแต่ละประเทศ Hands vs Industrialize – การขยายตัวของธุรกิจทำให้ การขนส่งรวดเร็ว มีการสื่อสาร เกิด Trade Fair ต่างๆ ขึ้น ความต้องการสินค้าที่มีมาตรฐานเดียวกัน ทุกชิ้นเหมือนๆกันในปริมาณมากเป็นความท้าทายอย่างมากของผู้ทำงานหัตถกรรม เพราะวัสดุและวัตถุดิบแต่ละชิ้นที่นำมาใช้สร้างงานมีลักษณะเดิมที่แตกต่างกันตามฤดูกาล ประกอบกับการนำเทคนิคใหม่ๆและเครื่องมือที่ทันสมัย ทำให้ทักษะฝีมือสูญหายไป การรักษางานหัตถศิลป์จึงเป็นการส่งเสริมจิตวิญญาณและแนวคิดใหม่ๆ ผ่านทักษะการใช้มือ Thailand rich in style – คุณ Lamont พบความท้าทายเมื่อมาถึงประเทศไทย มีความรักในประเทศไทย แต่เลือกแนวทางการพัฒนางานฝีมือในประเทศไทยโดยไม่ต้อง “ดูไทยไทย” (Look Thai) แต่เป็นงานที่มีคุณภาพสูงและงดงามในสายตาและการสัมผัสของเขา ทำให้ชิ้นงานเข้ากันได้กับชีวิตคน (Relevent to life) มีความร่วมสมัยในวัสดุดั้งเดิม  Learning craft skill take a lifetime แนวคิดการพัฒนาของคุณ Lamont เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาแล้วพัฒนาอีก การสอนงานจากรุ่นสู่รุ่นให้ดีขึ้นเรื่อยๆ การเรียนการสอนงานหัตถศิลป์ ไม่ใช่การยืนดูครูอาจารยทำให้ดู และเป็นการลงมือทำ คำแนะนำให้แก่คนทำงานหัตถกรรม ให้เลือกทำงานที่รัก ฝึกฝนความเชี่ยวชาญในวัสดุ ทุ่มเท อ่านทุกอย่าง ทดลองทุกอย่าง จนมีหลายเป็นผู้เชี่ยวชาญ ให้ Craft เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ใช้มือ ใช้สายตา เชื่อมโยงกับธรรมชาติ เรียนรู้ประสบการณ์ต่อด้วยประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง จนเกิดนวัตกรรม และสามารถสร้างสรรค์งาน Masterpiece ของตนเองได้

    Chen Liang

    Topic : “Enhancing the cultural Identity through craft”

    การนำความดั้งเดิมมาสร้างเป็นแรงบันดาลใจซึ่งเป็นการที่เราจะศึกษาวิจัยองค์ประกอบต่างๆมาสร้างเป็นแรงบันดาลใจ เช่น การศึกษาเรื่องราวของมังกร แนวคิดวัฒนธรรม และวิธีการผลิตดั้งเดิมมาต่อยอดเป็นแนวทางในการออกแบบสมัยใหม่ ดังนั้นวิธีการที่เราจะรักษาองค์ประกอบและใช้องค์ประกอบวัฒนธรรมดั้งเดิมให้กลายเป็นของใหม่ได้อย่างไรนั้น สามารถทำได้ ดังนี้
    1. การให้ความสำคัญกับคุณค่าทางวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก เช่น ชาวจีนจะมาความเชื่อว่าตนเองเป็นลูกหลานจากมังกร จึงจะให้ความสำคัญเป็นแนวคิดนี้ที่มีมาตั้งแต่ดั้งเดิม ถ้าสมัยใหม่จะเป็นแนวคิดการนำหมีแพนด้าที่สื่อถึงการเชื่อมความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรซึ่งเป็นแนวคิดในยุคสมัยใหม่
    2. การควบคุมออกกฎหมายและการวางมาตรการในการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรม ดังเช่นที่ จีนมีสถาบันที่มองเห็นและให้ความสำคัญกับคุณค่าของวัฒนธรรมจีนมาช่วยในการกำกับดูแลในเรื่องนี้
    3. การหาคนมาสืบทอดการทำงานด้านวัฒนธรรมและการให้พื้นที่ในการแสดงออก ศิลปินได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล การให้ความรู้ที่มีฐานการฝึกอบรมเพื่อสืบทอดให้กับคนรุ่นใหม่ และคนหนุ่มสาว อีกทั้งรัฐบาลยังสร้างเครือข่ายที่ทำให้คนกลุ่มนี้ได้มีพื้นที่ในการแสดงออก เช่น การสร้างเครือข่าย E-Commerce เป็นต้น
    4. องค์กรเอกชนต่างๆต้องร่วมให้ความสำคัญและสนับสนุนการอนุรักษ์งานหัตถกรรมดั้งเดิมให้คงอยู่
    5. การใช้เทคโนโลยีมาสร้าง Data base ในการเก็บข้อมูลงานหัตถศิลป์ให้คงอยู่ ทำเป็นฐานข้อมูลให้สามารถเข้าไปศึกษา เช่น การใช้เทคโนโลยี VR 360 องศา ที่ทำให้ทุกคนสามารถมาศึกษารูปแบบและลักษณะงานได้ด้วยตนเอง
    6. การสร้างช่องทางแบบ O2O (Offline to Online) ซึ่งในจีนบางร้านได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ซึ่งบางเว็บไซต์จะเป็นเวทีที่ให้ศิลปินมาโปรโมท ในการขาย หรือเป็นช่องทางในการพบปะที่จะพูดคุยเรื่องงานหัตถศิลป์
    โดยสรุปแล้วการนำเสนองานหัตกรรมแบบดั้งเดิมแสดงถึงรากวัฒนธรรม แสดงถึงความเป็นหัวใจของประเทศ ทุกคนจึงควรให้คุณค่า เพราะไม่สามารถหาอะไรอย่างอื่นมาแทนที่ในหัวใจของเราได้  

    Namhee Lee

    Topic : “Millennials’ consumption of arts and craft in Korea : New ways of thinking”

    ลักษณะของคน Gen Millenial ของเกาหลี คนเกาหลีจะมีความแตกต่างที่เป็นเอกลักษณ์ เริ่มที่จะเป็นเจ้าของทรัพย์สินต่างๆ เช่น การเป็นเจ้าของรถ เป็นเจ้าของบ้าน เริ่มที่จะเดินทางไปต่างประเทศอย่างเสรี มีความเป็นครอบครัวเดี่ยว ไม่มีลูก ครองความเป็นโสด หรืออยู่เป็นครอบครัวเล็กๆที่ดูแลพ่อแม่ของตนเอง จะเป็นคนมองโลกในความเป้นจริง มองโลกอย่างยืดหยุ่น ด้วยการอยู่ในยุคดิจิตอล ทำให้คนกลุ่มนี้เน้นการทำงานอยู่ที่บ้าน อยากทำงาน Parttime หรืองาน Freelance มากกว่างาน Fulltime ทางด้านทัศนคติจะให้ความสำคัญกับตนเอง มีความเป็นปัจเจค และมองรสนิยมเป็นสิ่งสำคัญ  ด้วยเหตุนี้ Trend เกาหลีตอนนี้จึงเน้นการให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตแบบคนเดียวเป็นหลัก ซึ่งเป็นเศรษฐกิจใหม่ของเกาหลีที่คนชอบการอยู่บ้าน ไปเที่ยวไหนคนเดียว จึงทำให้หลาย ๆ บริษัทคิดริเริ่มในการออกผลิตภัณฑ์ที่เน้นการใช้งานคนเดียวมากขึ้น อีกทั้งการใช้ชีวิตของคน Gen Millenial เริ่มการมองหาความสมดุลระหว่างการทำงานและการงานอดิเรกจึงทำให้เกิดหลักสูตร Online มากขึ้น ในราคาประหยัดที่เน้นการผสมผสานกับเทคโนโลยีที่เน้นความสามารถในการใช้งานด้วยตนเอง ใช้งานคนเดียวมากขึ้น จึงทำให้ธุรกิจลักษณะนี้เกิดขึ้นในหลายๆ Studio  Mega Trend ที่เกิดขึ้นในเกาหลี Yolo life (You only live one) คือการใช้ชีวิตได้แค่ครั้งเดียว Trend นี้ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวเติบโตมากขึ้น เกิด Platform ที่พัก กิจกรรม และแนะนำในการเที่ยวโดยมียอดขายเติบโตมากขึ้น เกิดการร่วมมือกันสร้าง Experience ให้คนออกมาเที่ยวมากขึ้น Home Ludens ในเกาหลีขนานนาม Trend นี้โดยให้ความหมายว่าเป็นคนที่อยากอยู่บ้านเล่น ๆ ซึ่งผลวิจัยพบว่าคนกลุ่มนี้รักความสบายในการอยู่บ้าน อยากลดค่าใช้จ่าย อยากหลีกหนีจากการติดต่อกับผู้คน ทำให้เกิดแนวคิด Home Escape หนีจากนอกบ้านมาอยู่ในบ้าน เติบโตมากขึ้นในเกาหลี ทำให้เกิดธุรกิจที่เอื้อประโยชน์ให้คนสามารถอยู่ติดบ้านได้เติบโตมากขึ้น เช่น ธุรกิจการส่งอาหารที่แต่ละแบรนด์สร้างรู้แบบความน่าสนใจ สร้างวัฒนธรรมด้วยอารมณ์ขันและการสื่อสารมากขึ้น Petconomy เป็นการเกิดเศรษฐกิจใหม่ที่ธุรกิจสัตว์เลี้ยงกำลังเติบโดอย่างมากในเกาหลี ทำให้เกิดรูปแบบของธุรกิจที่รองรับคนที่เลี้ยงสัตว์ เช่น ธุรกิจการออกแบบของเล่นให้สัตว์เลี้ยง สร้างความแตกต่างของการออกแบบในแต่ละเดือนโดยให้นักออกแบบได้ใช้ Platform crowdfunding ที่แชร์แนวคิดการออกแบบร่วม กัน หรือ Platform Comestay ที่ให้ข้อมูลและแนะนำร้านค้าโรงแรมที่สามารถนำสัตว์เลี้ยงได้ Newtro แนวคิดการรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมมาผสมผสานกับยุคสมัยใหม่ นำเทคนิคดั้งเดิมมาปรับใช้ในรูปแบบที่ทันสมัย นำแนวคิดเก่าของคนยุคก่อนมาทำให้เกิดความหวนรำลึก เชื่อมโยงอดีตเข้าไปสู่ปัจจุบัน และนำเอามูลค่าของวัฒนธรรมกลับคืนมาเช่น การออกแบบร้าน Cafe ที่ใช้บ้านแบบโบราณ และการใช้ 3d Printing ที่ออกแบบของเล่นดั้งเดิม Customized การออกแบบที่จะต้องสอดคล้องกับความต้องการเฉพาะบุคคล สร้างความรู้สึกว่าผลิตภัณฑ์นี้เป็นของที่ออกแบบมาให้เฉพาะคนๆนั้นโดยเฉพาะ Mega Trend ที่กล่าวมานั้นเป็น Trend ที่เกิดขึ้น แต่จะทำอย่างไรให้ที่จะทำให้งานหัตถศิลป์เข้ากับคน Gen Millenial ได้  1 การใช้ Crowdfunding ให้เกิดประโยชน์สำหรับการแชร์ไอเดียสร้างสรรค์  2 การสังเกตุปัญหาในสังคมโดยเริ่มต้นจากปัญหาที่สำคัญและสร้างเป็นไอเดียที่จับต้องได้จริง  3 การใช้ Channel Online หรือ การใช้ SMS ในการพูดคุยกับลูกค้า เช่น การใช้ Youtube โปรโมทสินค้าของตนเองอย่างน่าสนใจ  4 การออกแบบให้น่าสนใจจะต้องดึงดูดใจได้  5 การเป็น Influencer ที่แสดงความจริงใจจะสามารถสร้าง Impact และเข้าถึงคน Gen Millenial ได้มากขึ้น   6 การสร้าง Brand ต้องเกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ที่ไม่ใช่ได้ประโยชน์แต่ฝ่ายเดียว  7 การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาผสมผสานกับความดั้งเดิม เอามรดกทางวัฒนธรรมมาใช้ในการออกแบบจะสร้างความแปลกใหม่และคงความยั่งยืน 8 คน Gen Millenial เป็นคนที่มีรสนิยมสูง การออกแบบจะต้องปรับให้เข้ากับคนกลุ่มนี้ให้เหมาะสมตามรสนิยมของแต่ละคน คำแนะนำ
    1. Crowdfunding เป็นแหล่งทุนที่ดี และความเสี่ยงต่ำ เหมาะสำหรับแนวคิดของศิลปินที่ยังไม่มีทุน 
    2. Internet ใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อการสื่อสาร และขยายธุรกิจของตนเองอย่างสม่ำเสมอ และต้องทำอย่างจริงใจ
    3. Authentic สร้างงานที่เป็นของต้นฉบับ เป็นของแท้ของตัวเองอย่าไปลอกเลียนใคร 
    4. Needs around you ศึกษาความต้องการจากคนใกล้ ๆ ตัว ทำความเข้าใจความต้องการที่แท้จริง และสร้างงานที่เป็นคำตอบให้คน
     

    Natalia Bredin

    Topic : “Thai Arts & Crafts at a Crossroads”

    ทุกวันนี้เราเผชิญกับ Crisis 3 ด้าน ทั้ง – Identity Crisis จาก Demographic ที่เปลี่ยนแปลงไป เพศสภาพเปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆ กับการยอมรับของสังคม – Economical Crisis เทคโนโลยี AI ที่เข้ามา Disrupt ชีวิต ทำให้วิธีการทำงานเปลี่ยนแปลงไป  – Environmental Crisis  สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นวิกฤติกำลังเกิดขึ้นทั่วโลก Consumer Context  กลุ่มเป้าหมายแต่ละช่วงวัยที่มีลักษณะที่แตกต่างกัน – Gen Z คนรุ่นใหม่ที่มีความเชื่อมโยงถึงกัน ตื่นตัวกับความห่วงใยด้านสิ่งแวดล้อม และศีลธรรม ค่านิยมที่ต่างออกไป มีความต้องการที่แตกต่างออกไป – Gen M กระจายไปทั่วโลก มองเห็นความเป็นตัวเอง  ต้องการความโปร่งใส ความไว้ใจ – Gen Boomer  มีอยู่ทั่วโลก ไม่ควรเมินเฉย เพราะมีรายได้มากกว่าทุกกลุ่ม  เหตุผลที่ผู้บริโภคซื้องาน Craft มีหลายเหตุผล ทั้งความต้องการ Authentic ความมีวัตถุประสงค์ มีความยั่งยืน  From Local to Global แนวโน้มจากท้องถิ่นขยายไประดับโลกกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว สินค้าเหล่านี้เติบโตมากในยุโรป  ความน่าเชื่อถือเป็นมาตรฐานใหม่ที่คนต้องการ  บัญญัติ 5 ประการของการอยู่รอด
    1. Desirability ทำให้มีความปรารถนา ใส่ Creativity Inspiration และ Singularity เข้าไป
    2. Agility ความคล่องตัว สร้างความเชื่อมโยงระหว่างงานหัตถกรรกับเทคโนโลยี การพัฒนางานแบบที่ customized เข้าหาลูกค้า ให้บริการเป็นรายบุคคล รวมถึงการใช้เครือข่าย Social Network เพื่อโต้ตอบกับลูกค้าแบบฉับพลัน รวมถึงการเครือข่ายผู้นำทางความคิดและสังคม
    3. Commitment การสร้างคำมั่นสัญญาเพราะลูกค้ากำลังมองหาสิ่งนี้ โดยการปฏิบัติจริง การกระทำดีกว่าแค่คำพูด รวมถึงการเป็นผู้ให้ความรู้ ถ่ายทอดสิ่งดีๆอย่างจริงใจ
    4. Transparency ต้องการความโปร่งใส ใคร ทำอะไร ทำจากอะไร ที่ไหน สิ่งเหล่านี้สำคัญมาก รวมไปถึงการตามหาร่องรอยได้ สามารถรวบรวมข้อมูลเพื่อแบ่งปันและส่งต่อได้
    5. Experimental การสร้างประสบการณ์ที่สร้าง Connection ไม่มีขอบเขต ไม่จำกัดเวลา ด้วยการใช้ VR  รวมถึงการสร้างภาวะ Immersive  เข้าไปมีประสบการณ์ร่วม สร้างความทรงจำและความฝันต่างๆ เพื่อสร้างประสบการณ์การมีส่วนร่วมจริงๆ ได้ ทั้งหมดนี้ช่วยส่งเสริมประสบการณ์ของผู้ซื้อ
    New World, New Rules for Crafts  หัตถกรรมของไทยก็มีโลกใหม่ ที่สามารถเชื่อมโยงกับผู้ชมและผู้ซื้อทั่วโลกได้ ที่สำคัญคือต้องระมัดระวังในการสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ และนี้คือบทสรุปที่เราได้จากผู้เชี่ยวชาญและคร่ำหวอดในวงการหัตถศิลป์ระดับโลก ท่านใดสนใจ SACICT Craft Trend Book 2020 สำหรับเนื้อหาฉบับเต็ม สามารถดาวน์โหลดไฟล์ e-book SACICT Craft Trend Book 2020 ได้แล้ววันนี้ที่ https://www.sacict.or.th/th/listitem/2150 หรือดาวน์โหลดไฟล์ e-book โดยเข้าที่ https://www.sacict.or.th/th ไปที่คลังข้อมูลหัตถศิลป์ และเลือกทิศทางหัตถศิลป์ หากต้องการเข้าเยี่ยมชมสินค้าต้นแบบที่สอดรับกับทิศทางเทรนด์ SACICT Craft Trend 2020 สามารเข้าชมได้ที่ Innovation Craft Gallery ณ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ ชั้น 2
  • SACICT Craft Trend 2020 เทรนด์เพื่อการพัฒนาธุรกิจในแวดวงหัตถศิลป์ ที่ไม่ควรพลาด!

    SACICT Craft Trend 2020 เทรนด์เพื่อการพัฒนาธุรกิจในแวดวงหัตถศิลป์ ที่ไม่ควรพลาด!

    เปิดตัวอย่างเป็นทางการ  “SACICT Craft Trend 2020” ภายในงาน SACICT Craft Trend Talk 2019

    SACICT Craft Trend 2020 จัดทำโดยทีมวิจัย มีกระบวนการจัดทำตั้งแต่การ Spot กรณีศึกษาจำนวนมาก ศึกษาเทรนด์ผู้บริโภค และข้อมูลจากสำนักวิจัยเทรนด์ชั้นนำของโลก นำผลสรุปเข้าสู่กระบวนการ Craft Trend Guru Panel ทำการระดมสมองจากผู้เชี่ยวชาญสหสาขา เพื่อวิเคราะห์โอกาสและแนวทางการพัฒนาต่อยอดจากทิศทางเทรนด์ของโลก ให้เชื่อมโยงกับผู้บริโภคไทย แล้วจึงพัฒนาเป็น SACICT Craft Trend 2020

    โดยผู้วิจัยได้การประเมินปัจจัยระดับมหภาคต่างๆ ที่กระทบผู้บริโภคในด้านอารมณ์ ทัศนคติและการดำเนินชีวิต ผลสรุปได้พบทัศนคติการใช้ชีวิตที่สำคัญในผู้บริโภคจำนวน 4 กลุ่ม ซึ่งประเมินว่าจะส่งอิทธิพลทางความคิดต่อผู้บริโภคในวงกว้างอย่างมีนัยสำคัญ และสังเคราะห์เป็นแนวทางในการออกแบบงานหัตถศิลป์ 4 แนวทางได้แก่ Serenergy, Utopioneer, Anti-boring และ Precidealist มีรายละเอียดโดยสังเขป ดังนี้

    1. Serenergy คือ กลุ่ม ผู้บริโภคที่มองหาบางอย่างเพื่อ เติมเต็ม คุณค่า ค้นหาวิถีชีวิตใหม่ที่มีสติ ยั่งยืน ปรับตัวเข้าหาธรรมชาติ เพื่อสร้างความสมดุลให้ชีวิต สงบ ผ่อนคลาย คนกลุ่มนี้นำไปสู่แนวทางการออกแบบ

    True Value ตระหนักในคุณค่าแท้ มี Keywords สำคัญได้แก่ NOWNESS (มีสติรู้ทันปัจจุบัน), CIRCULAR ECONOMY (เศรษฐกิจหมุนเวียน), SANCTUARY (พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ภายในจิตใจ)

    2. Utopioneer คือ กลุ่มผู้บริโภคที่มองหาความท้าทายของโลกสมัยใหม่ ทะเยอทะยานที่จะเรียนรู้และทดลองกับเทคโนโลยีใหม่ เพื่อบุกเบิกเส้นทางสู่อนาคตสร้างสังคมที่ดีกว่า สร้างโลกที่ดีขึ้น เพื่อเข้าใกล้โลกในอุดมคติให้มากที่สุด คนกลุ่มนี้นำไปสู่แนวทางการออกแบบ

    TECHNICAL CRAFT นวัตกรรมแห่งงานหัตถศิลป์ Keywords สำคัญได้แก่ BEYOND LIMIT (ก้าวข้ามข้อจำกัด), BIOMIMICRY (นวัตกรรมเลียนแบบธรรมชาติ), UTILITARIAN (ถือประโยชน์เป็นสำคัญ)

    3. Anti-boring ใช้ชีวิตอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ช่างคิด ช่างฝัน เปี่ยมจินตนาการ สนุกสนาน ชอบผจญภัย เปิดใจให้กับโลกรอบตัว เพื่อผสมผสานให้เกิดความเป็นตนเอง คนกลุ่มนี้นำไปสู่แนวทางการออกแบบ

    HAPPINESS PLAY เล่นอย่างสร้างสรรค์ Keywords สำคัญได้แก่ EXPERIMENT (กล้าทดลอง), POSITIVE (มองโลกในแง่ดี), FANTASY (จินตนาการเพ้อฝัน), TRIBAL (อัตลักษณ์ชนเผ่า)

    4. Precidealist คือ กลุ่มคนมีอุดมการณ์อันแรงกล้า เป็นผู้นำทางความคิด มีจุดยืนที่ชัดเจน มีชื่อเสียงในสังคม น่าหลงใหล ลึกซึ้ง สนใจรากและที่มา คนกลุ่มนี้นำไปสู่แนวทางการออกแบบ

    HERITAGE  FUSION หลอมรวมรากทางศิลปะอันล้ำค่า Keywords สำคัญได้แก่ LIBERAL (เสรีนิยม), MYSTERY (ลึกลับน่าค้นหา), GLAMOROUS (มีเสน่ห์ น่ามอง)

    สำหรับเนื้อหาฉบับเต็ม สามารถดาวน์โหลดไฟล์ e-book SACICT Craft Trend Book 2020 ได้แล้ววันนี้ที่ https://www.sacict.or.th/th/listitem/2150

    หรือดาวน์โหลดไฟล์ e-book โดยเข้าที่ https://www.sacict.or.th/th ไปที่คลังข้อมูลหัตถศิลป์ และเลือกทิศทางหัตถศิลป์

    หากต้องการเข้าเยี่ยมชมสินค้าต้นแบบที่สอดรับกับทิศทางเทรนด์ SACICT Craft Trend 2020 สามารเข้าชมได้ที่ Innovation Craft Gallery ณ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ ชั้น 2

  • TREND FAST TRACK : Flip Telling Flip Mindset เล่าเรื่องมุมแปลกใหม่ แต่กลับมุมมองที่แตกต่าง


    TREND FAST TRACK : Flip Telling Flip Mindset เล่าเรื่องมุมแปลกใหม่ แต่กลับมุมมองที่แตกต่าง


    TREND FAST TRACK : Flip Telling Flip Mindset เล่าเรื่องมุมแปลกใหม่ แต่กลับมุมมองที่แตกต่าง เมื่อการเล่าเรื่องไม่ได้อยากเล่าเรื่องแบบธรรมดาทั่วไป แต่อยากเล่าเรื่องเปิดมุมมองให้ กลับเรื่องราวให้น่าสนใจจนคนต้องร้อง “WOW!!!!!! คิดได้อย่างไรเนี่ย

    🔥 Trend Fast Track🔥 เสิร์ฟร้อนประจำสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกรกฎาคม 2019 สัปดาห์นี้  ธุรกิจจำเป็นที่จะต้องเริ่มแบ่งปันเรื่องราวต่างๆเพื่อสื่อสารถึงของแบรนด์ ซึ่งการที่แบรนด์ได้นำเสนอเรื่องราวที่มีความน่าสนใจ ก็จะเกิดการเชื่อมต่อกับผู้คน สร้างความไว้วางใจ ส่งผลให้เกิดการสร้างมูลค่าให้แก่แบรนด์ แต่ในพื้นที่บนโลกออนไลน์ที่มีการผลิตคอนเทนต์จำนวนมหาศาลอย่างต่อเนื่อง เป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นในทุกๆวัน การเล่าเรื่องหรือนำเสนอต่างๆนั้นก็ต้องแย่งชิงความสนใจจากผู้ชม จึงเป็นการแข่งขันที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ละแบรนด์ก็จะสร้างเอกลักษณ์น่าสนใจ และแตกต่างในการเล่าเรื่อง แต่พอนานๆ ไปก็วนอยู่ในอ่างเดิมๆ เพราะการเล่าเรื่องหรือการนำเสนอทั้งหมดนั้นไม่ได้ปรับรูปแบบวิธีคิดของผู้บริโภค ผู้บริโภคยังคงเข้าใจตามแบบที่ควรเป็น แต่ถ้าเกิดแบรนด์นั้นสามารถที่จะเล่าเรื่องหรือนำเสนอในมุมมองที่ใหม่ แปลก และแตกต่าง โดยกลับเรื่องราวในเล่าเรื่องหรือนำเสนออีกรูปแบบ โดยเน้นในการปรับวิธีคิดของคนให้เข้าใจอีกแบบ แต่เกิดความเข้าใจและเกิดประโยชน์ในลักษณะแบบเดียวกัน ก็จะสร้างความสำเร็จและคุณค่าของแบรนด์ที่ไม่มีแบรนด์ใดจะสามารถลอกเลียนแบบได้ ทีนี้มาดูกันว่าแต่ละแบรนด์ทั่วโลกได้นำเสนอการเล่าเรื่องไม่ได้อยากเล่าเรื่องแบบธรรมดาทั่วไป แต่อยากเล่าเรื่องเปิดมุมมองให้ กลับเรื่องราวให้น่าสนใจจนคนต้องร้อง “WOW!!!!!! ” ได้อย่างไร

    1.NZ Transport Agency นำเสนอโฆษณาที่แสดงให้ผู้บริโภคมองเห็นว่าเห็นรถยนต์ของพวกเขาเป็นที่หลบภัยที่เหมาะสมสำหรับอุปกรณ์ดิจิตอล

    https://youtu.be/H_W2Y5LXNJg

    [ New Zealand ] NZ Transport Agency ประเทศนิวซีแลนด์ ต้องการนำเสนอโฆษณาลดการใช้ SmartPhone ในขณะขับขี่แต่ต้องการเล่าเรื่องที่ไม่เหมือนใคร ดังนั้นจึงนำเสนอโฆษณาที่แสดงให้ผู้บริโภคมองเห็นว่าเห็นรถยนต์ของพวกเขาเป็นที่หลบภัยที่เหมาะสมสำหรับ SmartPhone แทน เพราะ  43% ของผู้ขับขี่คนรุ่นใหม่ชาวออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ พยายามที่จะไม่ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถแต่ท้ายที่สุดด้วยการติดต่อสื่อสารที่มีตลอดเวลาและแรงดึงดูดเมื่อมีเสียงเข้าหรือข้อความขึ้นก็จะไม่สามารถต้านแรงความอยากรู้ของพวกเค้าไม่ได้ เพื่อแก้ไขปัญหานี้ NZ Trasnport Agency และ Clemenger BBDO ได้สร้างภาพยนตร์รณรงค์เปลี่ยนวิธีการเล่าเรื่อง นำเสนอว่ารถนี้แหละที่สามารถดึงให้พวกเค้าออกจากโลกของมือถือและการสื่อสารออนไลน์ ซึ่งการนำเสนอแสดงให้เห็นข้อแตกต่างของการเล่าเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องนำเสนอความอันตรายของการใช้โทรศัพท์มือถือแต่เล่าเรื่องว่ารถนี้แหละเป็นสถานที่สำหรับเริ่มฝึกการยับยั้งชั่งใจ สามารถผ่อนคลาย และค้นหาความพึงพอใจที่หลบหนีจากชีวิตดิจิตอลที่ไม่หยุดนิ่ง

    Source : 1

    2. เสา Totem รูปทรงเรขาคณิตที่ได้รับแรงบันดาลใจและให้ผู้คนตระหนักถึงสภาวะการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลก

    Credit ภาพ: Alicja Biała, Iwo Borkowicz and Dominik Pazdzior.

    [ Poland ] เมื่อเสา Totem ที่แสดงถึงสัญลักษณ์อนุสรณ์ที่บอกเล่า วัฒนธรรม และจิตวิญญาณ ถูกนำมาเล่าเรื่องใหม่ให้ผู้คนเห็นความสำคัญและตระหนักถึงสภาวะการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลก 2 ดีไซน์เนอร์ที่มีชื่อว่า Alicja Biała และ Iwo Borkowicz ได้ร่วมกันสร้างเสาโทเท็ม 6 ต้นขึ้นที่ The Bay of Art ใน Poznań ประเทศโปแลนด์ เพื่อเป็นตัวแทนสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพลังแห่งธรรมชาติหรือที่เราเรียกว่ากลุ่มบรรพบุรุษลึกลับ โดยเสา Totem นี้จะมีรูปทรงเรขาคณิตที่ตัดทอนรูปทรงจากเสา Totem ทั่วไป ผสมผสานกับรับแรงบันดาลใจที่ได้จากสถิติที่แต่ละส่วนของแผนภูมิแท่งที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของสภาวะการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลกถูกเล่าใหม่ด้วยสัดส่วนรูปทรงที่แตกต่างกันของเสาแต่ละต้น โดยจะมีการวาง QR Code ไว้แต่ละต้นของเสา เมื่อสแกนโค้ดจะปรากฏผลรายงานทางวิทยาศาสตร์ในรูปแบบสถิติที่แต่ละส่วนจะอิงกับรูปแบบเสาแต่ละต้นแสดงผ่านทางสมาร์ทโฟน เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันทั้ง 6 แบบ เช่น รายงานผลมลภาวะทางอากาศเปรียบเทียบผลแต่ละประเทศในยุโรป มลภาวะจากพลาสติก หรือแม้แต่รายงานสถิติการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ในโปแลนด์ทุกๆปีที่เพิ่มขึ้นถึง 51% เป็นต้น

    3. Red Bank the bank of blood bank

    [ Brazil ] เมื่อบริษัทประกันไม่ได้แต่ทำหน้าที่ประกันชีวิตของลูกค้า แต่อยากเปลี่ยนมุมองให้ลุกค้าใหม่ว่าการบริจาคเลือดของคุณจะมีประโยชน์ต่อตัวคุณและคนอื่นๆอีกมาก ซึ่ง Unimed บริษัทประกันสุขภาพในบราซิลออก campaign การบริจาคเลือดในรูปแบบของธนาคาร (Red Bank the bank of blood bank) โดยบอกว่าผู้ฝากเลือดในหน่วยงานที่ RedBank ระบุไว้นั้นหมายถึงการลงทุนเพื่อชีวิต สำหรับคุณและสำหรับอีก 4 คน นั่นเป็นเพราะการบริจาคเลือดของคุณนั้น แต่ละครั้งหมายถึงคุณสามารถช่วยได้มากถึง 4 คน ในฐานะที่เป็น RedBank การลงทุนของคุณก็จะได้รับผลตอบแทนที่รวดเร็วปลอดภัยและรับประกันกว่าบริษัทประกันอื่นๆว่า 100% ของเลือดที่คุณถ่ายโอนไปยัง Red Bank จะกลับคืนสู่ร่างกายของคุณในเวลาน้อยกว่า 24 ชั่วโมง เมือเกิดอันตรายที่คุณต้องการเลือด นอกจากนี้การลงทุนการบริจาคเลือดของคุณยังแสดงผลประโยชน์อย่างรวดเร็วที่ทุกครั้งที่คุณบริจาคคุณสามารถรับแต้มการบริจาคเพื่อเป็นส่วนลดร้านอาหารและร้านค้าต่างๆด้วย

    Credit ภาพ: Advertising Agency: Bronx, Curitiba, Brazil

    4. ธุรกิจรถเช่าในญี่ปุ่น ปิ๊งไอเดียปรับรถคันเล็กให้เป็นที่พักค้างคืนได้

    [ Japan ] ธุรกิจรถเช่าในญี่ปุ่น ปิ๊งไอเดียทำไมนักท่องเที่ยวราคาประหยัดต้องนอนโรงแรมเสมอไป ไหนๆก็ต้องนอนแล้ว ปรับรถคันเล็กให้เป็นที่พักค้างคืนได้ สามารถเที่ยว เดินทาง นอนได้ เพราะหนึ่งในปัญหาที่เกิดขึ้นคือสถานที่พัก สำหรับนักท่องเที่ยวที่ราคาโดนๆ มักเต็มเร็วมาก จึงทำให้ Niconnico Rentalcar ผู้ให้บริการเช่ารถ มองเห็นโอกาสมามองรถอย่าง Camping Car ที่สามารถปรับเปลี่ยนรถให้สามารถนอนได้ แต่ด้วยรถที่มีขนาดใหญ่ตามแบบที่เราเห็นกันในประเทศฝั่งยุโรปคงจะเป็นไปได้ยากเหมือนเทียบกับขนาดของถนนในญี่ปุ่น จึงดัดแปลงรถเดิมๆ Eco และรถที่มีขนาดเล็กทรงสี่เหลี่ยมที่มีอยู่ทั่วไปในประเทศญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้ โดยพื้นที่ห้องโดยสารสามารถปรับเป็นเตียงซึ่งมีความยาวประมาณ 185 Cm และเข้าไปนอนได้ 2 คนพอดี แต่ถ้าใครสูงกว่านั้นอย่างพวกฝั่งยุโรป ก็ต้องงอเข่ากันหน่อย และเพื่อให้สามารถนอนหลับได้จริงๆ จะมีม่านปิดกระจกหน้า กระจกหลัง และกระจกข้างได้ บริการนี้เหมาะมากกับคนที่ไปเที่ยวต่างจังหวัแล้วหาที่พักยาก อย่างการไปทำกิจกรรม ไต่เขา ตกปลา เที่ยวชมธรรมชาติในญี่ปุ่น เป็นต้น โดยทางบริษัทเปิดราคามาที่ 93 เหรียญสหรัฐ สามารถนำรถไปใช้ได้ 2 วัน 1 คืน ไม่เพียงคุณจะได้ที่พัก คุณยังสามารถเดินทางได้อย่างอิสรถอีกด้วย

      จากเคสที่ยกตัวอย่างที่นำเสนอมาน่าจะทำให้เห็นได้ว่าแต่ละแบรนด์ต่างก็เปลี่ยนวิธีการเล่าเรื่องที่ไม่ได้อย่างเล่าเรื่องหรือนำเสนออะไรแบบเดิมๆ แต่เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้มันแตกต่างไม่เหมือนใครนั้นอาจจะต้องปรับเปลี่ยนมุมมองให้คนนั้นเห็นความสำคัญในมุมมองที่แตกต่างออกไป ไม่เพียงแค่มันจะฉีกกฎการขายแบบเดิม ซึ่งแบรนด์ยุคใหม่ที่อยากจะสร้างความแตกต่าง และไม่อยากเล่าและนำเสนอที่เหมือนใคร ก็จะสร้างโอกาสเรียกให้คนมาสนใจธุรกิจของคุณมากขึ้น และที่นี้พร้อมจะหาไอเดียที่จะเล่าเรื่องใหมุมมองที่แตกต่างไม่เหมือนใครหรือยังครับ

    🔥 Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน 🔥 โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยคอนเซปต์แห่งอนาคตและการออกแบบ เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์

    #FutuerLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch

    #TrendFastTrack2019 #WisdomDrivetheFuture

    Cover Credit: DANIEL ROZIN

  • TREND FAST TRACK : Uninhibited Goodwill

    TREND FAST TRACK : Uninhibited Goodwill

    “แบรนด์ที่ดี” มีตัวอย่างและกรณีศึกษาให้เราดูมากมายในปัจจุบัน นิยามของแบรนด์ที่ดีนั้นมีหลากหลายแนวทาง ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ที่ช่วยเหลือสังคม ทำ CSR อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รณรงค์ต่อต้านสงคราม หรือ สนับสนุนความเท่าเทียมของสิทธิมนุษยชน เป็นต้น ซึ่งจากที่กล่าวมาทุกแบรนด์ล้วนมีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนในประเด็นที่ยิ่งใหญ่ แต่แบรนด์ที่จะเอาชนะใจผู้บริโภคในยุคใหม่ได้ ต้องลงไปที่ปัจเจกบุคคลให้มากขึ้น การสนับสนุนหรือรณรงค์จึงไม่ใช่แค่การบอกว่า “แบรนด์เราต้องการให้โลกใบนี้สวยงาม” หรือ ตั้งเป้าในเรื่องที่ยิ่งใหญ่จับต้องยาก หรือ ไกลตัวเกินไป แต่แบรนด์ในยุคใหม่นี้จะบอกว่า…

    “คุณ”นั่นแหละที่ผู้จะต้องลงมือทำอะไรซักอย่างเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ดี เริ่มจากหน่วยเล็กที่สุด แล้วส่งผลกระจายไปสู่วงกว้างให้ได้ เปลี่ยนจากยุค “แบรนด์ที่ดี” ไปสู่ยุค”แบรนด์ที่สนับสนุนให้เราทำความดี หรือ เป็นคนที่ดีขึ้น”

    ผู้บริโภค Generation ใหม่ที่โตมากับการเข้าถึงสื่อและข่าวสารต่างๆได้โดยง่าย พวกเขามองเห็นปัญหา เห็นผลกระทบที่เกิดขึ้น แล้วเริ่มตระหนักและตั้งคำถามว่า “ถ้าพวกเขาไม่ลงมือทำอะไรซักอย่างกับปัญหาที่เกิดขึ้น อนาคตของพวกเขาจะเป็นอย่างไร ?” ทำให้แบรนด์ที่ออกตัวว่าจะสนับสนุนพวกเขาในการลงมือเปลี่ยนแปลงตนเองให้ดีขึ้นในทุกๆวัน จึงกลายเป็นแบรนด์ที่ชนะใจผู้บริโภค Generation ใหม่ไปโดยปริยาย มาดูกรณีศึกษาจากทั่วโลกที่เรารวบรวมมาให้ดูกันดีกว่า [สหรัฐอมเริกา] ลาสเวกัสออกแนวคิดใหม่ จ่ายค่าปรับจราจรด้วยเครื่องเขียน สภาเทศบาลในลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ยอมให้นักขับที่โดนใบสั่งจ่ายค่าปรับได้ด้วยเครื่องเขียน เพื่อบริจาคให้กับ Teachers’ Exchange องค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ทำร่วมกับมูลนิธิเพื่อการศึกษาสาธารณะ แต่เป็นแคมเปญสั้นๆ ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เด็กๆกำลังเริ่มจะเปิดเทอม Credit : cnn.com [นิวซีแลนด์] PEDIGREE DENTASTIX STUDIOS แพลตฟอร์มใหม่ที่สร้างสังคมออนไลน์สำหรับน้องหมา Pedigree และ Colenso BBDO Auckland ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียสำหรับสุนัข โดยมีจุดประสงค์อยากให้หน้าฟีดของเรามีแต่เรื่องดีๆ สิ่งที่ดีอย่างภาพน่ารักๆของน้องหมา กลับสู่ฟีดข่าวของเรา แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้เจ้าของสามารถจับภาพสุนัขอันเป็นที่รักของพวกเขาและแชร์ลงในบัญชีโซเชียลมีเดียของพวกเขาผ่านเครื่องมือสามตัวด้วยเครื่องมือแต่ละชิ้นที่กระตุ้นให้ผู้ใช้ซื้อ Pedigree DentaStix ให้มากขึ้น โดย GoodLens จะแปลง DentaStix และ Mapping วัตถุ 3 มิติให้เจ้าของสามารถถ่ายทำสุนัขของพวกเขาได้สนุกกับสิ่งต่าง ๆ เช่น ไม้กายสิทธิ์ ดอกไม้ หรือกีตาร์ไฟฟ้า DogDays ช่วยให้เจ้าของ trackใบหน้าของสุนัขเพื่อดูการเติบโตได้ด้วย และภาพเหล่านั้นจะเป็นส่วนหนึ่งของฐานข้อมูลสำหรับสถาบัน Waltham Institute เพื่อช่วยในการวิจัยเกี่ยวกับตัวชี้นำด้านสุขภาพของสุนัขอีกด้วย Credit : campaignbriefasia.com [บราซิล] AACD ออก campaign เพื่อสร้างความตระหนักถึงความลำบากของผู้พิการผ่านการออกแบบสิ่งของเพื่อจำลองผลกระทบที่เกิดในชีวิตประจำวันของผู้พิการ AACD และเอเจนซี่โฆษณา Z+ นำเสนอแคมเปญ“ Empathy Objects” เพื่อสร้างการตระหนักและกระตุ้นให้ผู้คนบริจาคให้กับสถาบันปฏิบัติการเกี่ยวกับศัลยกรรมกระดูก 5 แห่งในบราซิลที่ผลิตผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับศัลยกรรมกระดูกเพื่อช่วยเหลือคนพิการ โดยการทำให้อุปกรณ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันของผู้คนปกติที่มาใช้บริการในร้านอาหารบางแห่งในเซาเปาโลนั้นผิดแปลกไปและใช้ได้ยากลำบากขึ้น เป็นการจำลองผลกระทบที่เกิดในชีวิตประจำวันของคนพิการ  เพื่อกระตุ้นให้คนทั่วไปเกิดความเห็นอกเห็นใจคนพิการมากขึ้น Credit : musebycl.io [อิตาลี] Coke แปลงเอาสัญลักษณ์ของแบรนด์ กลายเป็นป้ายบอกทางไปสู่ “ถังขยะรีไซเคิล” Coke แปลงเอาสัญลักษณ์ของแบรนด์ กลายเป็นป้ายบอกทางไปสู่ “ถังขยะรีไซเคิล” อินไซต์เบื้องหลังก็คือ มีงานวิจัยเผยว่าจริงๆ แล้วผู้บริโภคเองก็อยากเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยโลกและช่วยรีไซเคิลขยะเช่นกัน ถ้าหากว่าพวกเขาเข้าถึงขยะได้ง่าย ดังนั้น “โค้ก” ก็เลยจัดให้! ติดตั้งป้ายและถังขยะให้จุดที่พบเห็นได้ง่ายสุดๆ แคมเปญนี้เกิดขึ้นในยุโรปตะวันออกและยุโรปตอนกลาง รวมทั้งในงานคอนเสิร์ต Bulgarian music ซึ่งปีที่แล้วมีผู้ร่วมงาน 200,000 คน ผลปรากฏว่า 85% ของกระป๋องที่ใช้ในงานถูกทิ้งอย่างถูกที่ถูกทาง และในปีนี้ก็คาดว่าจะมีจำนวนมากขึ้น Coca-Cola ต้องการจะเป็นส่วนหนึ่งของการลดขยะ โดยมีเป้าหมายว่าปี 2025 จะทำให้แพ็กเกจจิ้งของตัวเองสามารถรีไซเคิลได้ 100% และปี 2030 จะสร้างระบบที่คืนขวดทุกขวด กระป๋องทุกใบได้ อย่างไรก็ตามก่อนที่จะไปถึงจุดนั้น “โค้ก” ได้ทำเรื่องที่ง่ายดายกว่าจะลงมือได้เลยตอนนี้ นั่นก็คือ ให้ป้ายโฆษณาเป็นสื่อกลางเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคเข้าถึงกระบวนการรีไซเคิลได้ง่ายขึ้นแถมพลังครีเอทีฟยังทำให้เกิดการปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์อีกด้วย

    🔥 Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน 🔥 โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยคอนเซปต์แห่งอนาคตและการออกแบบ เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์

    #FutuerLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch

    #TrendFastTrack2019 #WisdomDrivetheFuture

    Cover Photo Credit : gettyimages
  • 40 TECH TREND #4 VR (Virtual Reality) อนาคตแห่งโลกเสมือนจริง

    40 TECH TREND #4 VR (Virtual Reality) อนาคตแห่งโลกเสมือนจริง

    เทรนด์ ในปี 2018 ที่ผ่านมา มี application และ platform ใหม่ๆ เกิดขึ้นและเกิดการแผ่ขยายความนิยมออกเป็นวงกว้าง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างรูปแบบพฤติกรรมใหม่ในการใช้ชีวิต โดยหนึ่งในนั้นคือเทคโนโลยี Virtual Reality หรือ VR ที่จะสร้างอนาคตแห่งโลกเสมือนจริงและเปลี่ยนแปลงการรับประสบการณ์ไปอีกขั้น กับ Tech Predictions ข้อที่ 4

    4. “Killer app” จะปรากฏขึ้น และกระตุ้นการยอมรับของผู้บริโภคในตลาด VR

    เทคโนโลยี VR เริ่มจับตลาดผู้บริโภคในปี 2018 ซึ่งได้มีฮาร์ดแวร์ VR ใหม่แบบสแตนด์อโลนเกิดขึ้น และแบรนด์ที่เป็นผู้เล่นหลักในตลาด เช่น Oculus และ HTC ได้ตัดราคาของชุดหูฟังที่มีอยู่เดิม ทำให้โดยเฉลี่ยแล้วเทคโนโลยีนี้เป็นที่พอใจของผู้บริโภค อย่างไรก็ตามการพัฒนาที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้ก็ยังไม่เท่ากับการได้รับการยอมรับจำนวนมากจากผู้บริโภคในปี 2018 ตลาดยังขาดแอพที่น่าดึงดูดพอที่จะมาพลิกเกมและเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคไปสู่การสวมหูฟัง VR แม้ว่านักพัฒนากำลังสร้างเนื้อหาสำหรับระบบนิเวศ VR นำเสนอเนื้อหาที่หนักแน่นที่แบบเฉพาะของ VR เช่น VR โซเชียล ซึ่งจะดึงดูดผู้บริโภคในปี 2019 และกระตุ้นการรับรู้ของผู้บริโภคเกี่ยวกับชุดหูฟัง VR และได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายขึ้นอีกมาก ข้อมูลอ้างอิงจาก 40 BIG TECH PREDICTIONS FOR 2019 by Business Insider Intelligence
  • TREND FAST TRACK : .. Out of the box ( เมื่อแบรนด์ไม่อยากเหมือนใคร ทำไมล่ะ! )

    TREND FAST TRACK : .. Out of the box ( เมื่อแบรนด์ไม่อยากเหมือนใคร ทำไมล่ะ! )

    พวกเราต่างคุ้นเคยกับการนำเสนอแบรนด์ในรูปแบบต่างๆ เพื่อมุ่งไปสู่สินค้าและบริการอย่างชัดเจน แต่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีบางสิ่งบางอย่างที่ต่างออกไป นั่นคือ หลายต่อหลายแบรนด์ปรับเปลี่ยนวิธีคิดไปจากเดิม นำเสนอสินค้าและบริการของตัวเองด้วยวิธีการใหม่ๆ บางแบรนด์แทบจะไม่บอกเล่าเรื่องราวของสินค้าและบริการตรงๆ เพราะอะไร ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?

    นั่นก็เพราะในยุคสมัยที่ข้อมูลข่าวสารกระจายไปได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับเทคโนโลยีที่เอื้อต่อการสร้างสินค้าและบริการใหม่ๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น การขายของสิ่งเดิมที่มีคู่แข่งในตลาดเป็นจำนวนไม่น้อย จำเป็นจะต้องปรับเปลี่ยนการนำเสนอเพื่อชักจูงให้กลุ่มเป้าหมายพุ่งเป้าและให้ความสนใจเป็นพิเศษ

    Trend Fast Track สัปดาห์นี้เราจะพาไปดูว่า มีแบรนด์ไหนที่ออกมานำเสนอตัวตนที่ไม่เหมือนใคร ลองไปดูกันครับ

    1.(Malaysia) Manulife ไม่โฆษณาเหมือนก่อน แต่ยกป้ายให้เป็นพื้นที่ศิลปะ

    Manulife บริษัทให้บริการประกันรายใหญ่ในประเทศมาเลเซีย ที่เป็นเจ้าของพื้นที่สื่อ OOH (out-of-home media) ในสถานีรถไฟฟ้า ยกพื้นที่ของตัวเองให้กับศิลปินท้องถิ่นใช้นำเสนองานศิลปะ พลิกมุมกลับปรับมุมมองให้สถานีรถไฟฟ้ากลายเป็นแกลลอรีที่สามารถผ่อนคลายสายตาให้กับผู้ที่สัญจรไปมาได้

    ความน่าสนใจของแคมเปญนี้ อาจจะเป็นการแฝงความตระหนักรู้ในแบรนด์ให้เกิดขึ้นกับ Manulife จากกลุ่มศิลปินในท้องถิ่น เพราะเป็นที่รู้กันว่า ศิลปินต่างๆ มักจะเป็นอาชีพอิสระหรือ Freelance ที่ไม่ค่อยมีหลักประกันเหมือนกับพนักงานบริษัทหรือข้าราชการที่มีสิ่งเหล่านี้รองรับ อาจทำให้ศิลปินที่รับรู้การมีอยู่ของแบรนด์จากพื้นที่แสดงงานศิลปะเหล่านี้ กลายเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ของแบรนด์ได้เช่นกัน

    Credit ภาพ: Manulife-Malaysias-CEO-with-the-artist-Emila-Yusof-e1561519647981-768×461.jpg

     

    2.(Sweden) DOCONOMY บัตรเครดิตที่ตระหนักต่อโลก มีวงเงินก็รูดไม่ได้ถ้าทำลายโลกมากเกินไป

    DOCONOMY ออกบัตรเครดิตรักษ์โลกที่ชื่อ DO Black เพื่อสร้างการตระหนักในทุกการใช้จ่ายของคุณ โดยทุกครั้งที่คุณรูดสินค้าอะไรก็ตาม จะปรากฏข้อมูลในแอปพลิเคชันว่าสิ่งของที่คุณซื้อมานั่น มีค่า Carbon Footprint เท่าใด และเมื่อคุณช้อปจนถึง ‘ขีดจำกัดคาร์บอน’ ที่ตั้งไว้ในแต่ละเดือน ต่อให้คุณยังมีวงเงินเหลือมากเท่าใดก็ตาม คุณก็ไม่สามารถรูดได้อีกต่อไป โดยที่ตัวบัตรเองถูกผลิตจากวัสดุชีวภาพ และพิมพ์ด้วย Air Ink ที่เป็นหมึกจากอนุภาคมลพิษทางอากาศที่นำมาใช้ใหม่

    Credit ภาพ: doconomy-carbon-credit-card-design_dezeen_2364_col_3.jpg

     

    3.(Thailand) นันยางมาเหนือเมฆ ขายรองเท้าแบบ Unlimited limited Edition

    หลังจากที่ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกสมัยที่ 6 นันยางก็ใช้โอกาสนี้ ในฐานะแฟนบอลของทีม ประกาศจำหน่ายรองเท้านันยาง ‘สีแดงล้วน’ ในรูปแบบใหม่ที่ไม่มีใครเหมือน คือ จำหน่ายแบบ Pre-order เพียง 90+6 นาทีในช่องทางออนไลน์เท่านั้น ที่เป็นกิมมิกที่แฟนหงส์คุ้นเคย

    แต่แน่นอนว่า หากคุณเป็นแฟนของวงการรองเท้า Limited Edition ทั้งหลายจะพบว่ามักจะเกิดปัญหาการแย่งชิงต่อคิวเพื่อคว้าโอกาสในการครอบครอง นันยางจึงอยากจะอุดรอยรั่วเหล่านี้ โดยยังคงคุณค่าของแบรนด์ได้ และลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ทุกคน (ที่สั่งในช่วงเวลาที่กำหนด) ด้วยวิธีการที่ง่ายดายที่สุด

    และขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่ต้องการครอบครองในตอนนี้ คุณหมดสิทธิ์แล้วนะครับ อย่างที่บอกไปว่านันยางได้นำเสนอวิธีการในการจำหน่าย ดังนั้น แม้มันจะเคย Unlimited แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แบบนั้นแล้วครับ

    Credit ภาพ: https://www.facebook.com/NanyangLegend/photos/a.10150131045532376/10157522231032376/?type=3&theater

     

    4.(China) บอกลาบรรจุภัณฑ์ขวดพลาสติก ด้วยขวดที่ทำจากสบู่

    บรรจุภัณฑ์ชนิดใหม่ที่เรียกว่า Soapack ทำมาจากสบู่ก้อนนำมาหล่อขึ้นเป็นขวด ส่วนของเหลวภายในก็เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในการทำความสะอาดเช่นกัน ก็สามารถทยอยใช้สิ่งที่อยู่ในขวด จากนั้นจึงจะใช้ขวดที่มีสีสันสดใสในภายนอกให้หมดไปได้เช่นกัน

    Credit ภาพ: 6.jpg

     

    5.(Africa) Black & Abroad เปลี่ยนความเกลียดให้กลายเป็นโอกาสของการท่องเที่ยว Africa ด้วย Campaign “Go Back to Africa”

    Black & Abroad บริษัทการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ที่อุทิศตนเพื่อสร้างนิยามของประสบการณ์แห่งโลกใหม่ให้กับนักเดินทางผิวสีที่เป็นคนรุ่นใหม่ ด้วยการเปลี่ยนข้อความที่เหยียดเชื้อชาติและสร้างความเสื่อมเสียให้กลายเป็นมุมบวก คำว่า “กลับไปแอฟริกาซะ” (#GoBackToAfrica) มักจะพบในโลกออนไลน์เมื่อมีคนบางกลุ่มไม่พอใจคนผิวสีก็จะถูกขับไล่ด้วยข้อความที่ว่า “กลับไปแอฟริกาซะ” Black & Abroad จึงใช้ข้อความนี้เป็นเหมือนข้อความเชิญชวนให้คนมาเที่ยวแอฟริกาซะเลย ให้คนเห็นถึงความสวยงามและความหลากหลายทางธรรมชาติ และรับรู้ว่าแอฟริกาคือประเทศที่สมควร  “กลับไปแอฟริกา” มากๆ

    Credit ภาพ: Go Back To Africa

    6.(UK) ของเหลือในตู้เย็นกลายเป็นเมนูระดับภัตตาคารได้ด้วยมือเรา

    Hellmann’s สร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ไม่เหมือนใคร โดยเชิญผู้คนให้นำสิ่งที่เหลืออยู่ในตู้เย็นมาที่ห้องอาหาร เชฟผู้มีชื่อเสียงของเราจากนั้นเปลี่ยนส่วนผสมที่ถูกลืมของพวกเขาให้กลายเป็นอาหารระดับห้าดาว พิสูจน์ให้เห็นว่า Hellmann’s สามารถผสมผสานอะไรได้เกือบทุกอย่าง และแทนที่จะเรียกเก็บเงิน ก็สร้างแปลกใจผู้คนอีกครั้งด้วยสูตรอาหารของพวกเขา นอกจากนี้ยังมีบันทึกส่วนผสมหลายพันรายการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนมองเห็นอาหารในตู้เย็นของพวกเขาในมุมมองใหม่

    Credit ภาพ: HellmannsThe Restaurant With No Food_SPLASH_02.jpg

    7.(Brazil) เมื่อจักรยานภาษีมันแพง ก็ขายจักรยานในแบบที่ไม่ใช่จักรยานสิ

    จักรยานเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ต้องเสียภาษีสูงสุดในบราซิล กว่า 70% ของราคาจักรยาน Bicycling Magazine จึงตัดสินใจทำ The Outlaw Bike ขึ้น ซึ่งเป็นจักรยานที่แกล้งทำเป็นเฟอร์นิเจอร์เพื่อที่จะได้จ่ายภาษีน้อยลง โดยถ้าขายในกลุ่มสินค้าที่เป็นเฟอร์นิเจอร์จะเสียภาษีเพียง 12% และเมื่อซื้อมาสามารถนำมาประกอบเป็นจักรยานได้ โดยจักรยานนี้สร้างขึ้นจากชิ้นส่วนและวัสดุเดียวกันกับจักรยานปกติ แต่เพียงแค่วิธีการประกอบ ซึ่งการเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยนี้ช่วยสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าชนิดนี้เป็นอย่างมาก

    Credit ภาพ: bicycling-magazine-the-outlaw-bike-direct-marketing-design-414626-preview-adeevee.jpg

     

    8.(Brazil) Corona บิดวิธีคิด ด้วยกระป๋องรักษ์โลก แถมสะดวกพกพา

    ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม มีหลายแบรนด์ที่ช่วยลดการใช้พลาสติกมานานแล้ว แต่ปัญหาก็คือถ้าไม่ใช่พลาสติก ก็ต้องไปให้วัสดุอื่นเข้ามาแทนที่อยู่ดี Corona จึงได้มีการคิดค้นกระป๋องแบบใหม่ที่ตัวกระป๋องเองกลายเป็นที่จับให้ลูกค้าถือเบียร์ปริมาณมากๆ ได้เอง โดยที่ไม่ต้องอาศัยสิ่งอื่นเข้ามาช่วย ซึ่งเป็นผลงานของ Leo Burnett Mexico ทริกอยู่ที่การดีไซน์ให้พื้นที่ด้านบนของกระป๋องเป็นสกรูที่มีพื้นที่พอจะขันเชื่อมต่อกับส่วนท้ายของตัวกระป๋องเบียร์กระป๋องอื่น ทำให้สามารถเชื่อมต่อกันเรื่อยๆ โดยสามารถถือต่อกันได้มากถึง 6 กระป๋อง

    Credit ภาพ: 190624_FOOD_Beer2.jpg

     

    อย่างที่นำเสนอไป จะเห็นได้ว่าแต่ละแบรนด์ต่างก็เปลี่ยนวิธีคิดเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ และฉีกไปจากกฎการขายแบบเดิม ซึ่งแบรนด์ยุคใหม่ที่อยากจะไปต่อได้ในโลกที่หมุนเร็ว ควรจะหาโอกาสปรับตัวให้เท่าทันคู่แข่งและความต้องการของลูกค้านะครับ

    🔥 Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน 🔥 โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยคอนเซปต์แห่งอนาคตและการออกแบบ เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์

    #FutureLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch

    #TrendFastTrack2019 #WisdomDrivetheFuture

    Cover Credit: shutterstock_732336775.jpg

  • TREND FAST TRACK : Gender diversity : เมื่อความเข้าใจความหลากหลายทางเพศคือจุดยืนที่แบรนด์ให้ความสำคัญ

    TREND FAST TRACK : Gender diversity : เมื่อความเข้าใจความหลากหลายทางเพศคือจุดยืนที่แบรนด์ให้ความสำคัญ

    ในปัจจุบัน LGBTQ (Lesbian – Gay – Bisexual – Transgender – Queer) หรือ กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ถูกยกเป็นประเด็นทางสังคมที่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ พวกเขาคือกลุ่มคนที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมและมีประวัติศาสตร์การต่อสู้เรียกร้องความเท่าเทียมจากสังคมและสิทธิทางกฏหมายมาอย่างยาวนาน การทำความเข้าใจความหลากหลาย เคารพและยอมรับในตัวตนของคนเหล่านี้กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญ นำไปสู่การสร้างกติกาทางสังคมที่คนทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเท่าเทียม

    สำหรับภาคธุรกิจ จุดยืนด้านการทำความเข้าใจความหลากหลายทางเพศคือจุดยืนที่แบรนด์ชั้นนำต่างให้ความสำคัญเพราะมันเป็นการแสดงจุดยืนว่าแบรนด์มีความเข้าใจคุณค่าร่วมสมัย และในอีกด้านกลุ่มคน LGBTQ เองก็เป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่ธุรกิจเองควรแสดงจุดยืนเพื่อเปิดรับพวกเขาเข้าเป็นหนึ่งในลูกค้า และอาจไปถึงขั้นการสร้างสรรค์สินค้าและบริการบางอย่างเพื่อตอบโจทย์คนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ และสำหรับเดืิอนมิถุนายนที่ผ่านมาคือ Pride Month หรือเดือนที่คนออกมาเฉลิมฉลองให้กับกลุ่ม LGBTQ รวมถึงระลึกถึงประวัติศาสตร์ของคนกลุ่มนี้

    Trend Fast Track วันนี้เราจะพาไปดูว่า มีแบรนด์ไหนที่ออกมาแสดงจุดยืนด้านความเข้าใจ LGBTQ กันบ้าง ลองไปดูกันครับ

    1. #UntoldPride

    IG ปล่อยฟีเจอร์ใหม่รับเทศกาล Pride Month 2019

    Instagram ปล่อยฟีเจอร์ใหม่ที่ครอบคลุมและเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศ เพื่อต้อนรับเทศกาล Pride Month 2019! โดยมีทั้งการเปิดให้เปลี่ยนแปลงเพศภายในแอปฯ สร้างแฮชแท็กสีรุ้ง เปิดให้ใช้ฟิลเตอร์ใหม่ เป็นเอฟเฟกต์สำหรับการใช้กล้องในช่วง Pride อีกด้วย โดยเอฟเฟกต์ดังกล่าวได้รับการออกแบบจากศิลปิน LGBT+ ที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีภาพเสมือน (Augmented Reality) Instagram ยังร่วมมือกับเดอะเทรเวอร์โปรเจ็กต์ องค์กรที่ทำงานให้ความช่วยเหลือกลุ่มเยาวชน LBGT+ จากภาวะฆ่าตัวตาย เพื่อสร้างคู่มือออนไลน์เพื่อสุขภาวะและการดูแลตัวเองสำหรับวัยรุ่น จับมือกับแอคเคาท์ @lgbt_history สร้างจิตรกรรมฝาผนัง 10 ภาพรอบนิวยอร์กซิตี้ในจุดสำคัญๆ ทางประวัติศาสตร์ของกลุ่มเควียร์

    2. Edinburgh Pride march

    เมืองเอดินบะระเปลี่ยนสัญลักษณ์ไฟจราจรให้แสดงถึงความหลากหลายทางเพศ

    ในช่วงเดือน Pride Month นี้ ผู้คนในหลายๆ ประเทศก็ได้ออกมาเดินขบวนแสดงความหลากหลายทางเพศอย่างเต็มที่ ด้วยความภาคภูมิใจ สก็อตแลนด์เองก็เป็นหนึ่งในนั้น ได้ตัดสินใจเปลี่ยนสัญลักษณ์ไฟจราจรให้แสดงถึงความหลากหลายทางเพศเพื่แ สัญลักษณ์ที่ว่านี้มีทั้งหมด 4 แบบ ตั้งแต่ความสัมพันธ์แบบเกย์ เลสเบียน ทรานส์ ไปจนถึงแบบชายหญิง แสดงให้เห็นถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใส่ใจกับความหลากหลายในสังคม เป็นมิตรต่อ LGBT และสัญลักษณ์ไฟจราจรที่แสนพิเศษนี้ ทำให้สิ่งที่เราอยากจะสื่อชัดขึ้นไปอีก เรายินดีต้อนรับทุกคนเข้าสู่เมืองนี้ สัญลักษณ์ไฟจราจรแบบพิเศษนี้ จะถูกเปลี่ยนกลับไปเป็นแบบปกติเมื่อขบวนสิ้นสุดลง

    3. Mastercard’s Acceptance Street

    มาสเตอร์การ์ดติดตั้งป้ายสนับสนุน LGBT

    มาสเตอร์การ์ดยังคงสนับสนุน World Pride อย่างต่อเนื่องด้วยการติดตั้งป้ายถนน ‘Acceptance Street’ ที่เขียนป้ายเป็น gay, lesbian, bisexual, trans, queer, intersex, asexual, non-binary, pansexual, two spirit, and + การติดตั้งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทุกคนที่เข้ามาที่ถนนเกย์รู้สึกว่าได้รับการยอมรับโดยไม่คำนึงถึงเพศ ได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนในนครนิวยอร์กและร่วมสร้างโดยมาสเตอร์การ์ด และยังเสนอริเริ่มโครงการ ‘True Name’ เปิดโอกาสให้ชาว LGBTQ และ Non-binary เลือกใช้นามสมมติหรือชื่อที่ตัวเองต้องการ แทนที่จะใช้ชื่อจริง บนบัตรเครดิตและเดบิตได้ เพื่อให้พวกเขาสะท้อนตัวตนที่แท้จริงได้อย่างเต็มที่มากขึ้น โดยไม่ต้องยึดติดตามเพศกำเนิด

    https://www.youtube.com/watch?time_continue=12&v=CpE0D0hsErk

    4. The Axel LGBTQ-Friendly Hotels

    โรงแรมที่เข้าใจความหลากหลายทางเพศ

    เครือโรงแรมของ AXEL มุ่งกลุ่มเป้าหมายใหม่ไปที่กลุ่ม LGBT โดยมีแนวคิดคือการสร้างพื้นที่สำหรับต้อนรับและส่งเสริมความหลากหลายทางเพศ ตั้งอยู่ที่ “El Barrio de Las Letras” เป็นที่ใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่าAxel Hotel Madrid อาคารสมัยศตวรรษที่ 19 โดยมีเป้าหมายของทีมออกแบบคือการสร้างโรงแรมที่ “ปลดปล่อยบรรบากาศแห่งเสรีภาพ” ผ่านเอกลักษณ์ของการใช้สีและตกแต่งด้วยโปสเตอร์หนังภาพยนต์ ป้ายนีออน รวมถึงหุ่นต่างๆ

    จะเห็นได้ว่าในแต่ละแบรนด์ต่างพาเหรดกันออกมาแสดงจุดยืนเรื่องนี้กันอย่างชัดๆ เพื่อเข้าใจและเปิดรับกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้ และยังเป็นการสื่อสารว่าแบรนด์เข้าใจความเป็นมนุษย์ และเข้าใจคุณค่าร่วมสมัย

    🔥 Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน 🔥 โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยคอนเซปต์แห่งอนาคตและการออกแบบ เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์

    #FutuerLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch

    #TrendFastTrack2019 #WisdomDrivetheFuture

  • 40 TECH TREND #3 T-Mobile-Sprint อนาคตเครือข่ายมือถือที่มีอำนาจมากที่สุดใน US

    40 TECH TREND #3 T-Mobile-Sprint อนาคตเครือข่ายมือถือที่มีอำนาจมากที่สุดใน US

    ในการใช้เครื่องมือสื่อสารไร้สายนั้น สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้อีกสิ่งหนึ่งคือผู้ให้บริการเครือข่าย ในวันนี้จะเป็นอย่างไร หากผู้ให้บริการเครือข่ายในประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกากำลังจะมีการเปลี่ยนแปลง !?! กับ Tech Predictions ข้อที่ 3

    การควบรวมกิจการของ T-Mobile-Sprint จะทำให้ตลาดผู้ให้บริการไร้สายของสหรัฐสั่นคลอน

    ผู้ให้บริการมือถือรายใหญ่อันดับสามและสี่ของสหรัฐอเมริกาได้บรรลุข้อตกลงเมื่อปลายเดือนเมษายนเพื่อรวมกิจการภายใต้นิติบุคคลใหม่ที่ควบรวมกันซึ่งจะใช้ชื่อว่า New T-Mobile นี่เป็นครั้งที่สามในรอบสี่ปีที่องค์การโทรคมนาคมได้ร่วมการผนึกกำลังกัน อย่างไรก็ตาม คาดว่าความพยายามครั้งนี้จะผ่านไปได้แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วผู้ควบคุมจะไม่เต็มใจที่จะลดขนาดตลาดผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือในสหรัฐอเมริกาจากผู้เล่น Big Four เป็น 3 รายเนื่องจากความกังวลในเรื่องของการแข่งขัน ในความเป็นจริงเราเชื่อว่าการควบรวมกิจการจะช่วยเพิ่มการแข่งขันในการส่งมอบที่ดีที่สุด เนื่องจากจะเปลี่ยนตลาดจากผู้เล่นที่แข็งแกร่ง 2 เจ้า เป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่ง 3 เจ้าแทน • T-Mobile ใหม่จะใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของทั้งสองบริษัท เพื่อเสนอแผนราคาที่ต่ำลงสำหรับผู้บริโภค อ้างอิงจาก Mike Sievert COO ของ T-Mobile นอกจากนี้การรวมเนื้อหาพิเศษของ Sprint’s และ T-Mobile เข้าด้วยกันซึ่งรวมถึง Netflix, Hulu, Amazon Prime, Tidal และ Pandora จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ทั้งคู่สามารถแข่งขันกับ AT&T ได้ดีขึ้น ซึ่งขณะนี้กำลังเตรียมพร้อมที่จะเปิดตัวบริการวิดีโอในหน่วย WarnerMedia ด้วยราคาที่ต่ำกว่าและมูลค่าที่เพิ่มขึ้นให้กับผู้บริโภค จะช่วยให้บริษัทที่ควบรวมกิจการสามารถโน้มน้าวลูกค้าจาก Verizon และ AT&T ได้ ซึ่งจะทำให้การแข่งขันดำเนินไปตามความเหมาะสมโดยมีจุดประสงค์เพื่อรักษาความภักดีของลูกค้า • บริษัทที่ควบรวมกันนี้จะสามารถสร้างเครือข่าย 5G ทั่วประเทศเร็วขึ้นในช่วงเวลาการแข่งขัน การควบรวมเครือข่าย 5G สามารถใช้ประโยชน์จากการถือครอง 2.5 GHz ของ Sprint และสเปกตรัมของ T-Mobile ที่ 600 MHz เพื่อสร้างเครือข่ายมือถือที่มีความจุสูงสุดในสหรัฐอเมริกาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถนำไปสู่การปรับใช้ 5G ได้และทำให้สหรัฐอเมริกาก้าวไปข้างหน้าก่อนการแข่งขัน 5G ในระดับโลก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายบริหารของ Trump ต้องการเป็นผู้นำ นอกจากนี้ยังจะสร้างให้เกิดการกระตุ้น Verizon และ AT&T ในการสร้างนวัตกรรมเนื่องจากพวกเขามีความเสี่ยงที่จะสูญเสียลูกค้าไปยังเครือข่าย 5G ของ T-Mobile ใหม่เนื่องจากราคาที่ถูกลง ข้อมูลอ้างอิงจาก 40 BIG TECH PREDICTIONS FOR 2019 by Business Insider Intelligence