Author: admin

  • TREND FAST TRACK: ENERGIZE THE GREEN ENERGY

    TREND FAST TRACK: ENERGIZE THE GREEN ENERGY

    จากการติดตามข่าวสารใหม่ๆ ทั่วโลก พบว่าประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ทั้งไฟป่าครั้งใหญ่ในออสเตรเลีย พายุเฮอริเคนที่ถล่มฟิลิปปินส์ หลากหลายหน่วยงานในประเทศไทยจึงออกมาแสดงพลังด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น (หลังจากที่เราเอื่อยเฉื่อยกับเรื่องนี้กันมานาน)โดยแคมเปญใหญ่ๆ ที่เราเห็นได้ชัดคือการรณรงค์งดแจกถุงพลาสติกในห้างและร้านค้าที่เริ่มแพร่กระจายเป็นวงกว้างและผู้คนเริ่มปรับตัวกับมันได้ แต่ข่าวในช่วงหลังมานี้เราพบว่ามีประเด็นอนุรักษณ์สิ่งแวดล้อมอีกรูปแบบที่กำลังมาแรง คือเรื่องของธุรกิจที่นำพลังงานสะอาดมาใช้ในกระบวนการผลิตมากขึ้นในหลากหลายวงการ ทั้งธุรกิจระดับยักษ์ใหญ่ ไปจนถึงสตาร์ทอัพรายใหม่ที่เพิ่งเกิด
    คำว่า  พลังงานสะอาด หรือที่เรียกอีกอย่างว่า Green Energy หมายถึง พลังงานที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะหรือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สามารถนำมาใช้ไม่มีวันหมด และไม่ก่อให้เกิดมลภาวะเป็นพิษอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่นพลังงานสะอาดที่เกิดจากชีวภาพได้แก่การหมัก จนก่อให้เกิดเป็นพลังงานทดแทนอย่างไบโอเอทานอล เกิดจากกระแสลม เช่นกังหันลม เกิดจากความร้อนใต้พื้นโลก เกิดจากกระแสน้ำ ซึ่งบางประเทศนำไปผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าได้ หรือเกิดจากพลังงานที่มาจากแสงอาทิตย์ ตัวอย่างก็ได้แก่ แผงโซล่าเซลส์นั่นเอง – ขอบคุณข้อมูลจาก Facebook : อาคาร-อนุรักษ์พลังงานเฉลิมพระเกียรติ
     Trend Fast Track เสิร์ฟร้อนประจำสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนธันวาคม ปี 2019 จึงขอนำเสนอหัวข้อเรื่อง ENERGIZE THE GREEN ENERGY : ธุรกิจยุคใหม่กำลังจุดไฟให้พลังงานสะอาด โดยรวบรวมกรณีศึกษาใหม่ๆ จากทั่วโลกมาเล่าสู่กันฟัง [Sweden] McDonald’s ในสวีเดนเพิ่มที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า McCharge ในสาขา Drive-Thru McDonald’s ในประเทศสวีเดน ปิ๊งไอเดียสร้างทางเลือกให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้มีสถานีชาร์จในสาขา Drive-Thru รวม 55 สาขาทั่วประเทศ ต้องบอกว่าเทรนด์ของรถยนต์ไฟฟ้ากำลังเป็นที่นิยมกันทั่วโลก เพราะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการใช้รถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ไม่ต้องการพึ่งพาพลังงานน้ำมัน ซึ่งเทรนด์นี้ก็เป็นที่นิยมอย่างมากในโซนยุโรปเช่นกัน ในประเทศสวีเดนได้มีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่จากการสำรวจก็พบว่า 48% ปัญหาของผู้ขับขี่ส่วนใหญ่จะบอกว่าหาสถานีชาร์จไฟฟ้ายาก ถ้ามีจุดชาร์จไฟฟ้าที่เยอะมากกว่านี้น่าจะทำให้มีคนใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นแน่นอน ที่นี้ทาง McDonald’s อยากของมีส่วนร่วมกับการแก้ปัญหานี้บ้าง โดยที่ได้ติดตั้งจุดชาร์จไฟฟ้าภายในสาขา โดยเริ่มต้นแห่งแรกตั้งแต่ปี 2009 จนถึงปัจุบันมีสถานีชาร์จไฟฟ้ารวม 55 แห่งทั่วประเทศในเขตสแกนดิเนเวีย โดยเป็นการติดตั้งในสาขาที่เป็นโมเดล Drive-Thru เป้าหมายต่อไปคือติดตั้งในทุกสาขาที่เป็น Drive-Thru นั่นเอง แต่ที่น่าสนใจไม่ใช่แค่การติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว McDonald’s ยังได้ดีไซน์ป้ายขึ้นมาใหม่ โดยที่มีช่องที่บอกอัตราค่าบริการชาร์จไฟเท่าไหร่/นาที และยังมีราคาเมนู Big Mac และชุด Happy Meal ทางด้านล่าง แสดงราคาโปรโมชั่นดึงดูดลูกค้าได้โดยไม่ต้องเปลี่ยน Print AD บ่อยเกินไปอีกด้วย Credit : trendhunter.com [Sweden] ภาพรวม IKEA ปีที่ผ่านมา รายได้เพิ่มขึ้น แต่กำไรหด 10% เหตุเพราะลงทุนออนไลน์และพลังงานสะอาด IKEA Group เปิดเผยผลประกอบการประจำปี 2019 (สิ้นสุดที่เดือนสิงหาคม) ดังนี้ รายได้เพิ่มขึ้น 5.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า มูลค่ารวม 3.91 หมื่นล้านยูโร (ประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท) ผลกำไรจากการดำเนินงานลดลง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า มูลค่ารวมอยู่ที่ 2.03 พันล้านยูโร ลดลงจากปีก่อนที่มีมูลค่า 2.25 พันล้านยูโร ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ IKEA แม้ว่าจะมีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น แต่กำไรหดตัวลง เป็นเพราะใช้เงินลงทุนทุ่มไปกับการขยายออนไลน์ในปีที่ผ่านมา นอกจากนั้น IKEA ยังได้ลงทุนในพลังงานสะอาด ไม่ว่าจะเป็นพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ โดย IKEA มองว่าการลงทุนในพลังงานสะอาด นอกจากจะได้ภาพลักษณ์ของการรักษ์โลกแล้ว ยังทำให้ในอนาคตบริษัทจะมีต้นทุนของการผลิตสินค้าที่ลดต่ำลงด้วย ในผลประกอบการระบุว่า ยอดขายจากช่องทางหน้าร้านของ IKEA มีการเติบโต 0.7% ส่วนออนไลน์มีการเติบโตสูงถึง 50% ในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ยอดขายออนไลน์ของ IKEA ยังคิดเป็นเพียง 10% ของยอดขายทั้งบริษัท Credit : REUTERS [Germany] บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ประกาศเตรียมปลดพนักงานจ่อลดพนักงานหลายหมื่นคน เกาะกระแสบุกธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจะเข้ามาแทนที่รถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงอย่างแน่นอน หลายบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จึงต้องเตรียมปลดพนักงานเพื่อลดรายจ่ายด้านแรงงานที่ไม่จำเป็น พร้อมทั้งเพิ่มเงินทุนอีกจำนวนมากในการลุยธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า ยกตัวอย่าง Audi บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ประกาศเตรียมปลดพนักงานจำนวน 9,500 ตำแหน่งในเยอรมนี โดยจะเริ่มตั้งแต่ปีนี้ไล่ไปจนถึงปี 2025 การปลดพนักงานเกือบหมื่นตำแหน่งในครั้งนี้ จะทำให้ Audi ประหยัดต้นทุนไปได้มากถึง 6 พันล้านยูโร หรือเกือบ 2 แสนล้านบาท Volkswagen บริษัทแม่ของ Audi ระบุว่า การบุกธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าจะทำให้เกิดการจ้างงานใหม่ๆ กว่า 2,000 ตำแหน่ง Credit : BBC Audi E-tron [South Africa] สตาร์ทอัพรายใหม่ประดิษฐ์รถเข็นเคลื่อนที่ที่ให้บริการชาร์ตมือถือด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ นาย Henri Nyakarundi ผู้คิดค้นไอเดียธุรกิจนี้ พบว่าคนแอฟริกาใต้ประสบปัญหาเรื่องการชาร์ตมือถืออย่างมาก โดยปริมาณ 80%ของคนแอฟริกาใต้นั้นมีมือถือใช้ แต่มีเพียงแค่ 18% ที่เข้าถึงไฟฟ้าได้ จึงออกไอเดียทำธุรกิจรถเข็นเคลื่อนที่ให้บริการชาร์ตมือถือจากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อให้คนแอฟริกาสามารถเชื่อมโยงตนเองกับโลกโซเชียลได้อย่างไม่ขาดตอน และตั้งเป้าหมายว่าธุรกิจนี้จะช่วยสร้างงานให้ชาวแอฟริกาทั้งประเทศได้ โดยรถเข็น 1 คันนั้นสามารถชาร์ตมือถือได้พร้อมกันถึง 80 เครื่อง Credit : CNN In a recent development, Nyakarundi has decided to make the franchising opportunity free for women and those with disabilities. "They are the most vulnerable group in Africa," said the businessman.The bulk of ARED's revenue comes from advertising on the side of the kiosks, which can also be rented out to charities such as the Red Cross, pictured. [Africa] นักศึกษาชาวแอฟริการวมตัวกันก่อตั้ง Start Up เพื่อทำบ้านที่ทำจากตู้คอนเทนเนอร์รีไซเคิล และสามารถผลิตพลังงานได้ในตัว เป็นกลุ่มนักศึกษาที่นำไอเดียการประกวดที่ได้รับรางวัลชนะเลิศมาเมื่อปี 2017 มาทำให้เกิดขึ้นจริง โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาคนไร้บ้านสำหรับชนชั้นกลางในแอฟริกา และลดค่าใช้จ่ายจากการที่ต้องพึ่งพาน้ำมันดีเซลในการปั่นไฟใช้ที่ตอนนี้ราคาสูงขึ้นมาก ตัวบ้านได้แรงบันดาลใจมากจาก African architecture ดูไม่ออกเลยว่าทำจากตู้คอนเทนเนอร์ มีลมและแสงแดดผ่านเข้ามาได้เป็นอย่างดี ปัจจุบ้นกำลังอยู่ในขั้นตอนการคิดเรื่องการทำการตลาดและการผลิตที่ช่วยลดต้นทุนได้ Credit : CNN The Jua Jamii house's exterior finishing.The interior design of the Jua Jamii house. [Thailand] บ้านปูฯ จับมือ ไปรษณีย์ไทย เปิดตัวรถขนส่งไปรษณียภัณฑ์ไฟฟ้า กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจพลังงานแบบครบวงจรแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สมาร์ทซิตี้ พร้อมเปิดเกมรุกธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เพื่อรองรับเทรนด์การใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ซึ่งถือเป็นเมกะเทรนด์ด้านพลังงานสะอาด (Clean Energy) โดยหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย เริ่มมีการผลักดันให้ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนหันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้น “บ้านปูฯ (BANPU)” มุ่งมั่นให้บริการยานยนต์ไฟฟ้าและขนส่งแบบครบวงจร (Integrated Electric Vehicle Fleet Management) โดยเป็นรายแรกของประเทศไทยที่มอบบริการตั้งแต่การให้คำปรึกษา นำเสนอยานยนต์ไฟฟ้าที่เหมาะกับการดำเนินงาน ตลอดจนบริการหลังการขายด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยในราคาที่เหมาะสม โดยได้เดินหน้าผนึกความร่วมมือกับ “บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด” (ปณท) ใน “โครงการบริหารจัดการยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจรเพื่อขนส่งสินค้า-พัสดุไปรษณีย์” เพื่อยกระดับการขนส่งพัสดุให้ประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดต้นทุนค่าใช้จ่าย ค่าซ่อมบำรุง และค่าเชื้อเพลิงในระยะยาว โดยนำยานยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังไฟฟ้า 100% มาใช้ในการขนส่งพัสดุ นำร่องด้วยรถตู้ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่สะท้อนศักยภาพด้านการพัฒนานวัตกรรม และเทคโนโลยีพลังงานสะอาดเพื่ออนาคต รวมถึงการบริหารจัดการพลังงานแบบครบวงจรของบ้านปูฯ ได้เป็นอย่างดี Credit : marketingoops.com [England] เชลล์ (Shell) หันมาเริ่มธุรกิจแบตเตอร์รี่สำหรับครัวเรือนเพื่อพลังงานที่ยั่งยืน Royal Dutch Shell บริษัทธุรกิจพลังงานน้ำมัน ได้ซื้อ Sonnen สตาร์ทอัพเยอรมันในการทำแบตเตอร์รี่สำหรับเก็บพลังงานจากแผงพลังงานแสงอาทิตย์ การซื้อกิจการเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ “พลังงานใหม่” เชลล์วางแผนที่จะใช้จ่ายมากถึง 2 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปีสำหรับโอกาสทางการค้าภายในพลังงานที่ยั่งยืน โดยเริ่มระดมทุมไปแล้วกว่า 60 ล้านเหรียญ เยอรมนีเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกโดยมีแบตเตอรี่บ้าน 70,000 เครื่องตามมาด้วยออสเตรเลีย 60,000 เครื่อง และมี 20,000 เครื่องในสหรัฐอเมริกา ส่วนใหญ่ติดตั้งโดย Tesla, LG และอีกหนึ่งบริษัทอย่างซัมซุงอีกด้วย ซึ่งน่าจับตาว่าการกระโดดเข้าไปเล่นกับคู่แข่งยักษ์ใหญ่อย่างนั้นเชลล์จะปรับตัวอย่างไร Credit : CNN [Morocco] หมู่บ้านที่ให้พลังงานจากแสงอาทิตย์แบบ 100% แห่งแรกของโลก Id Mjahdi หมู่บ้านที่ใช้พลังงานจากโซลาร์เซลล์แบบ 100% แห่งแรกของโลกในโมรอคโคซึ่งเป็นประเทศผู้นำทางด้านพลังงานทดแทน (Renewable Energy) โดยปัจจุบันได้มีการใช้พลังงานทดแทนในการผลิตไฟฟ้าได้ถึง 35% ของความต้องการทั้งประเทศ และมีเป้าว่าจะทำให้ถึง 52% ในปี 2030 และโมรอคโคยังเป็นประเทศที่มี Solar Farm ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่ชื่อว่า Noor-Ouarzazate Complex จึงได้มีการทำการทดลองนำพลังงานที่ได้จากโซลาร์เซลล์ไปใช้ที่หมู่บ้าน Id Mjahdi โดยการควบคุมการทำงานจากระยะไกลได้สำเร็จ โดย Id Mjahdi เป็นหมู่บ้านที่ห่างไกลจากเมือง ไฟฟ้าเข้าไม่ถึงและใช้ต้นทุนในสูงในการนำระบบไฟฟ้าเข้าสู่หมู่บ้าน Thirty-two solar panels power the village of Id Mjahdi, in Morocco.Around 20 homes are connected to the solar grid.

     Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน   โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยคอนเซปต์แห่งอนาคตและการออกแบบ เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์

    #FutureLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch

    #TrendFastTrack2019 #WisdomDrivetheFuture

     
  • TREND FAST TRACK: FUNCTION SHOUTING

    TREND FAST TRACK: FUNCTION SHOUTING

    ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดจะต้องมี Function หน้าที่ใช้สอยที่กำหนดถูกต้องตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือสามารถตอบสนองประโยชน์ใช้สอยตามที่ผู้บริโภคต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ Function มันเป็นการแข่งขันที่ใครๆ ก็อาจจะสามารถทำตามกันได้ ยิ่งมีแบรนด์เยอะขึ้นๆ ก็ทำให้การแข่งขันเรื่องการทำสินค้าที่มี Function ที่ตอบสนองความต้องการของคนก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น  ดังนั้นปัญหาใหญ่ของการทำแบรนด์ในยุคนี้ก็คือ ทำอย่างไรให้แบรนด์ของเราเป็นแบรนด์ที่ผู้คนให้ค่าและจดจำได้ ดังนั้น Product ที่มีเอกลักษณ์ของFunction ที่เฉพาะตัวพร้อมทั้งสามารถสร้างคุณค่าและการแก้ปัญหาที่มีอยู่ในปัจจุปันให้ผู้ใช้สามารถเติมเต็มคุณภาพของตัวเองและสร้างประสบการณ์ที่ดีลงไปได้สินค้า เมื่อศึกษาเคสต่างๆ ก็พบว่า หลายๆ แบรนด์ก็พยายามก้าวข้ามประโยชน์ใช้สอยแบบพื้นฐาน (Basic Function) ของสินค้าที่หาได้ทั่วไป พยายามหาคุณค่าของของสินค้าว่าตอบสนองการใช้งานของผู้บริโภคได้มากน้อยแค่ไหนและจะสามารถเจาะอยู่ในใจเขาได้หรือเปล่า

    🔥 Trend Fast Track🔥 เสิร์ฟร้อนประจำสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤศจิกายน 2019 สัปดาห์นี้ ของนำเสนอ TREND FAST TRACK : Function Shouting ฟังก์ชั่นการใช้งานมันช่างสร้างความ WoW!! ได้อยู่เสมอ ซึ่งเราจะมองเห็นว่าแต่ละแบรนด์ได้นำเอาจุดเด่นของรูปแบบและลักษณ์ หรือแม้แต่คิดค้นรูปแบบ Function การใช้งานของ Product ที่ทำให้เราทึ่งได้อยู่เสมอ วันนี้เราจะพาไปดูว่ามีไอเดียและนวัตกรรมอะไรใหม่ๆ ที่ใช้จุดเด่นของFunction และนำเสนอในรูปแบบไหนกันบ้าง ลองไปดูกันครับ

     

    1. การแคะหูมันต้องไฮเทคขนาดนี้เหรอ เมื่อ Xiaomi ขายไม้แคะหูติดกล้องในตัว

    Xiaomi แบรนด์ที่ทำสินค้าไฮเทคออกมาแทบจะทุกอย่างตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ ล่าสุดก็มีของเจ๋ง คือ ไม้แคะหู Bebird M9 Pro ที่ติดตั้งกล้องแบบ Endoscope เพื่อดูภายในหูพร้อมไฟ LED 300W ที่ทำหน้าที่เป็นไฟฉาย ให้คุณสามารถมองเห็นภายในรูหูตัวเองได้ขณะแคะหู ที่ล้ำและตอบโจทย์ แคะได้แม่นยำสุด ไม่ต้องคลำไปคลำมาอีกต่อไป การดีไซน์ของ Xiaomi Bebird M9 Pro จะมีลักษณะเป็นแท่งธรรมดาคล้าย กับบุหรี่ไฟฟ้า แต่มีจุดเด่นรองจากกล้อง Endoscope คือที่ตรงปลายหัวจะมีความอ่อนนิ่ม ทำให้แคะหูได้นิ่มนาลไม่ระคายเคืองหูและไม่ไปกระทบในส่วนบอบบางภายในหู ที่สำคัญมาพร้อมกับอุปกรณ์เสริม 17 ชิ้นที่สามารถถอดเปลี่ยนหัวได้หลากหลายแบบ ทั้งหัวเล็กหัวใหญ่ หัวสำหรับแคะและหัวสำหรับปั่น เลือกได้ตามที่ชอบเลย ส่วนการดูภาพจากกล้องนั้นแค่เชื่อมต่อกับแอพบนมือถือแบบไร้สายมันก็จะส่งภาพในรูหูมาแสดงบนหน้าจอมือถือทันทีแบบ Real-time ส่วนแบตเตอรี่นั้นจะเป็นแบตขนาด 350mAh ชาร์จแค่ประมาณ 90 นาทีก็ใช้ได้ยาว เป็นเดือนเลย แต่ถ้าใช้แคะบ่อยแบตก็อาจจะหมดเร็วกว่าปกติ โดยตอนซื้อจะมีแท่นชาร์จมาให้พร้อมเลย และแท่นชาร์จจะเป็นกล่องสำหรับเก็บหัวไว้เปลี่ยนในตัวด้วย https://youtu.be/AD52tgxgiwI

    2. อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กที่เก็บไว้ใน DNA

    เมื่อ Function ของอุปกรณ์การจัดเก็บข้อมูลแบบดิจิทัลและ Cloud ไม่ยั่งยืนที่จะเก็บอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กให้ยืนยง ซึ่งอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC) ว่าด้วยสิทธิเด็กเป็นเอกสารสำคัญที่สุดฉบับหนึ่งของโลกปกป้องเด็ก ข้อมูลต่างๆทั้งภาพถ่ายวิดีโอ ข้อมูลอื่น รวมถึงอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิเด็ก ส่วนใหญ่จะถูกจัดเก็บแบบดิจิทัล ซึ่งปัญหาใหญ่ที่สำคัญเทคโนโลยีจัดเก็บเหล่านั้นมีความล้าสมัยอย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างเช่น เมื่อก่อนเป็นการจัดเก็บข้อมูล Floppy disk, Flash Drive , Hard disk ก็ล้วนมีความเสียที่จะเสียหาย แม้ว่าการจัดเก็บข้อมูลดิจิตอลจะเก็บไว้ในCloud แต่ก็ต้องพึ่งพาฮาร์ดไดรฟ์ทางกายภาพที่มีความเสี่ยงต่อไฟฟ้าดับ การแฮ็คสงคราม และภัยธรรมชาติ ซึ่งสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้รับการรับรองอย่างเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 1989 ในปี 2019 ว่าด้วยเอกสารดังกล่าวจะถูกเก็บไว้ใน DNA สังเคราะห์ ซึ่งอนุสัญญาเป็นเอกสารฉบับแรกที่จัดเก็บอย่างเป็นทางการใน DNA เพราะ นักวิทยาศาสตร์ได้พัฒนาวิธีการหลายวิธีที่ทำให้สามารถจัดเก็บข้อมูลใน DNA เป็นโมเลกุลที่มีข้อมูลทางพันธุกรรมในสิ่งมีชีวิตทุกชนิดดังนั้นจึงทำงานเป็นฮาร์ดไดรฟ์ของธรรมชาติและสามารถสังเคราะห์เป็นข้อมูลดิจิตอล แคปซูลที่บรรจุ DNA จะถูกเก็บไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุดในโลกใน permafrost ที่ Arctic World Archive ใน Svalbard ประเทศนอร์เวย์

    3.Rolling Springs นวัตกรรมสำหรับขนน้ำที่ช่วยผ่อนแรงให้กับหญิงสาวชาวเคนย่า

    ออกแบบโดย Herman Bigham นวัตกรวัย 70 ปีชาว African-American เพื่อช่วยเด็ก ผู้หญิงและคนแก่ในการเดินทางไปเพื่อนน้ำจากแหล่งน้ำ ซึ่งโดยปกติจะต้องใช้ไหล่และหัวในการแบกรับน้ำหนักน้ำในปริมาณหลายลิตร และเดินเท้าบางครั้งก็ไกลถึง 10  กิโลเมตรไปยังแหล่งน้ำ และบางครั้งต้องเดินไปกลับหลายรอบต่อวัน ข้อดีของเจ้า Rolling Springs คือผลิตจากวัสดุรีไซเคิล ยางรถยนต์เก่าและไม้ที่หาได้จากพื้นที่ และยังช่วยปกป้องถังน้ำจากการสัมผัสพื้นได้อีกด้วย แต่ยังติดที่ว่าตอนนี้ราคาแพง เกินกว่าที่แม่บ้านชาวเคนย่าทุกคนจะซื้อได้ สามารถเข้าไปติดตามVDOผ่าน www.africanews.com/embed/866903

    4. North Face ต้องการเน้นประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์Functionการใช้งานของเเจ๊คเก็ตที่เบาที่สุด

    Enjoy Air Down ที่ทำให้แตกต่างจากแบรนด์อื่น โดยนำเสนอคุณสมบัติที่เป้นจุดเด่นของแจ็คเก็ตในวิธีที่สนุกและแปลกตา แคมเปญนี้มุ่งเน้นที่ ‘AIR’ ท่ามกลางองค์ประกอบอื่น อีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับความเบาและนำเสนอเสื้อกันหนาวที่ลอยขึ้นในอากาศเพื่อถ่ายทอดแนวคิดนี้ในรูปแบบที่น่าทึ่ง

    เมื่อผู้บริโภคได้เข้าร่วมเกมทดสอบความเบา ของ THE NORTH FACE แล้ว แจ็คเก็ต Air Down ก็โผล่ขึ้นมาจากหลุมใดหลุมหนึ่งและบินวนอยู่กลางอากาศ ผู้เล่นมีเวลา 60 วินาทีเพื่อพยายามคว้าแจ็คเก็ตก่อนที่มันจะตกลงไปในหลุม หากพวกเขาพลาดก็มีแจ๊คเก็ต อีกอันหนึ่งโผล่ขึ้นมากลางอากาศจากหนึ่งในสิบหลุม และต่อ ไปเรื่อย กับผู้ใช้ที่พยายามจะคว้าแจ็คเก็ตก่อนที่มันจะหายวับไปกับตา

    ผลของ Campaign ที่ได้คือความสนุก 60 วินาทีที่ผู้เล่นวิ่งกระโดดและหมุนไปรอบ พยายามที่จะจับเสื้อแจ็กเก็ตลงในขณะที่ลอยอยู่ในอากาศ ด้วยประสบการณ์ผู้บริโภคที่ไม่เหมือนใครนี้

    5. เมื่อไก่งวงมันยากไป แล้วทำไมไม่เลือก KFC ล่ะ

    KFC เตรียมต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสแต่เนิ่น ด้วยการออกแคมเปญสนุกๆ ล้อเลียนเหตุการณ์ปัญหาที่เกิดจากการเตรียมไก่งวงในค่ำคืนวันคริสต์มาส ทั้งไก่เหนียวเกินจะหั่น ย่างยากเกินจะสุกให้พอดี ตัวใหญ่จนหมักยากหมักเย็นลื่นปรื๊ด แถมใหญ๋จนเอาเข้าเตาไม่ได้ หรือแม้แต่เป็นไก่แช่แข็งที่กว่าจะเอามาปรุงได้ก็ยากจัง ทางออกที่ง่ายที่สุดที่ทำให้ทุกคนได้กินไก่เหมือนเดิมก็คือ ซื้อ KFC สิ ซึ่งสามารถดูโฆษณาตัวอื่นๆ ได้ผ่าน Link https://www.adsoftheworld.com/media/film/kfc_christmas

     

    จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่าแบรนด์ต้องนำเสนอ Function แต่การที่จะคิดที่จะเน้น Function อย่างเดียวมันก็ไม่สามารถที่จะแข่งขันกับใครได้ คุณต้องหาจุดอ่อนเพื่อแก้ปัญหาข้อบกพร่อง จุดแตกต่างที่จะทำให้สินค้าคุณไม่เหมือนใคร และจุดเด่นเพื่อเป็นเอกลักษณ์ที่ใครก็ต้องจดจำ และนำเสนอ Function แล้วตะโกนออกมาให้ดังที่สุด

     Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน   โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยคอนเซปต์แห่งอนาคตและการออกแบบ เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์

    #FutureLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch

    #TrendFastTrack2019 #WisdomDrivetheFuture

     

    Credit ปก: https://www.pexels.com/photo/person-holding-pendant-light-973506/

  • TREND FAST TRACK: Anything-Else-where

    TREND FAST TRACK: Anything-Else-where

    ทุกวันนี้ คนเรามักจะใช้ชีวิตในวันธรรมดานอกบ้านมากกว่าที่จะอยู่ชิลล์ๆ ทำกับข้าว หรือแม้แต่นอนเอนกายสบายใจในบ้าน อาจเพราะปัญหาต่างๆ เช่น ปริมาณรถส่วนตัวที่เพิ่มขึ้น ทำให้การจราจรติดขัดและใช้เวลาบนท้องถนนมากขึ้น หรือแม้แต่คนที่ใช้การเดินทางด้วยการขนส่งสาธารณะระบบราง ก็อาจจะต้องเจอปัญหาความแออัดของผู้ใช้บริการ รวมถึงปัญหาจากการชำรุดหรือหยุดให้บริการชั่วคราวก็ตาม ทำให้พื้นที่นอกที่อยู่อาศัยของเรา กลายเป้นพื้นที่ใหม่ๆ ที่สินค้าและบริการเห็นโอกาสในการนำเสนอตัวเอง แทรกซึมเข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่มีบ้านไว้นอนเพื่อตื่นออกมาทำงานอย่างเราๆ ให้มองเห็นสิ่งที่ต้องการนำเสนอได้ง่ายมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่สื่อสารออกไปทางโทรทัศน์หรือวิทยุดังเช่นเมื่อก่อน นอกจากนั้นแล้ว เมื่อคนยุคใหม่ใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น สินค้าและบริการบางอย่างก็สามารถหาช่องว่างจากความต้องการของคนกลุ่มนี้ สรรคืสร้างผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากแนวคิดที่แปลกใหม่ได้อีกด้วย 🔥 Trend Fast Track🔥 เสิร์ฟร้อนประจำสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนพฤศจิกายน 2019 สัปดาห์นี้ ขอนำเสนอ TREND FAST TRACK : Anything-Else-where ที่จะบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจ ที่จะชวนให้ทุกคนออกไปใช้ชีวิต Elsewhere (some other place; ที่อื่นๆ) เพื่อหาว่า คุณเองล่ะ ยังต้องการอะไรอีกมั้ย … Anything Else? กับตอนที่มีชื่อว่า ‘Anything-Else-where (ออกไปใช้ชีวิต)’   (Malaysia) เมื่อ Oreo เขิน อะไรจะเกิดขึ้น? Oreo ที่เราคุ้นเคยกับบิสกิตสีดำ และมีไส้ครีมสีขาวรสอร่อยอยู่ตรงกลางกับคำพูดที่คุ้นเคย ‘บิด ชิมครีม จุ่มนม’ ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ Oreo Red Velvet ที่เปลี่ยนสีของบิสกิตให้เป็นสีแดง และรสชาติของครีมที่เปลี่ยนแปลงไป แน่นอนว่า วิธีการบอกเล่าสิ่งใหม่ให้น่าประทับใจจะต้องทำเช่นไร? Oreo Malaysia จึงนำเสนอในรูปแบบ Vending Machine ที่ไม่เหมือนเดิมที่เปิดโอกาสให้คนมี Participate กับเครื่องโดยให้พูดและเอ่ยชม Oreo จนรูป Oreo บนเครื่องจะเปลี่ยนเป็นสีแดง (ด้วยความเขินอาย) และตอนนั้นเอง Oreo Red Velvet รสชาติใหม่ก็จะไหลออกมาที่ช่องด้านล่าง ถือเป็นวิธีการน่ารักๆ ในการให้ลูกค้าและบรรดา Advocate ของ Oreo ร่วมมี Participate กับแบรนด์ และเป็นการโปรโมตสินค้าใหม่ไปในตัว ซึ่งสอดคล้องกับการใช้ชีวิตนอกบ้านได้เป็นอย่างดี ขอเพียงแค่ตู้นี้อยู่ในย่านของกลุ่มเป้าหมาย Credit ภาพ: https://wanderwomom.wordpress.com/2019/10/17/a-red-oreo-compliment-an-oreo-and-make-it-turn-red/  

    ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ reebok to go

    (Sweden) อยากเดินไวๆ ใส่รองเท้าสบายๆ แต่ไม่ได้อยากซื้อก็เช่าสิ! Reebok ที่เราคุ้นเคยกับการเป็น Sport Apparel ชื่อดัง ปรับเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ โดยเลือกนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับคนสวีเดนที่มีการวิจัยใหม่ที่แสดงให้เห็นว่า มีเพียง 2 ใน 100 เท่านั้นที่ใช้รถสกูตเตอร์เดินทางแทนการใช้รถยนต์จริงๆ และไลฟ์สไตล์ขยันเดินของชาวสวีเดน ก็ทำให้ Reebok เลือกที่ส่ง Reebok to go เข้าสู่ตลาด เพื่อแย่งตลาดจาก E-Scooter โดยตอบโจทย์คนที่ต้องเดินระยะทางไกลๆ ในแต่ละวัน แต่รองเท้าที่ต้องใส่ไปติดต่องานนั้นใส่ไม่สบาย และไม่ได้เป็นมิตรกับการเดินเท่าไหร่ โดยใช้ Application ในการ Scan QR ที่รองเท้าก่อนใช้งาน ซึ่งน่าสนใจว่ารองเท้าแต่ละคู่จะมี GPS เพื่อติดตามพิกัดได้ ทำให้ผู้ที่ใช้บริการนั้น มีสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้นจากการเดิน และทำให้สุขภาพขาไม่ต้องทำงานหนักจากการใส่รองเท้าแบบเดิมๆ ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญในการออกกำลังกายประจำวันของคุณ หากแบรนด์สามารถทำให้ผู้คนจำนวนเดินทางมากขึ้นด้วยเท้าของพวกเขา ผ่านความคิดริเริ่มนี้ นั่นจะเป็นก้าวที่สำคัญเพื่อชีวิตที่ถูกต้อง คุณค่าที่แบรนด์มอบให้มากกว่าเป็นแค่สินค้า! Credit ภาพ: https://www.altavia-group.com/en/non-classe-en/reebok-launched-worlds-first-sneaker-rental-service-reebok-to-go/   (Thailand) ไปรษณีย์ไทยไดรฟ์ทรูก็มา เมื่อคนใช้ชีวิตในรถบนท้องถนนมากยิ่งขึ้น ไปรษณีย์ไทยจึงตอบโจทย์ด้วยไปรษณีย์ไดร์ฟทรู (DRIVE-THRU POST) ให้สามารถส่งของได้แบบไม่ต้องลงจากรถตอบโจทย์การขยายตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และตอบไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ที่เน้นสะดวกรวดเร็ว ให้สามารถส่งพัสดุแบบรวดเร็วทันใจใน 3 นาที แบบไม่ต้องลงจากรถยนต์ เพียงยื่นสิ่งของฝากส่งที่หุ้มห่อและพร้อมส่ง โดยสามารถส่งของได้สูงสุด 3 ชิ้น ไม่เกิน 2 กิโลกรัม ทำให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ยุคใหม่ หรือคนที่จำเป็นต้องใช้บริการส่งของน้อยชิ้น ลำบากที่จะต้องเข้าไปในที่ทำการอีกต่อไป  https://www.altavia-group.com/en/non-classe-en/reebok-launched-worlds-first-sneaker-rental-service-reebok-to-go/   (England) ลอนดอนให้บริการมินิบัสสาธารณะ เรียกผ่านแอปฯ ได้ ไม่ต้องยืนรอรถอีกต่อไป ที่ผ่านมา เราอาจจะคุ้นเคยกับการเรียกรถบริการผ่านแอปฯประเภทเรียกแท็กซี่หรือรถส่วนตัวอย่าง GrabCar GrabTaxi หรือแม้แต่ไอเดีย Sharing Car แบบ Carpool ในประเทศไทยก็เคยมีมาแล้ว แต่ล่าสุด องค์การขนส่งลอนดอนปล่อยมินิบัสมาให้บริการประชาชนแบบ on – demand ในเขต Ealing ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมือง โดยแอปพลิเคชันที่สามารถใช้บริการเรียกมินิบัสนี้เรียกว่า “Slide Ealing” ผู้เดินทางสามารถจองเที่ยวรถผ่านแอปฯ ได้หรือจะโทรจองก็ย่อมได้ มินิบัสนี้ไม่ได้มีเส้นทางเดินรถแบบตายตัว แต่จะจอดรับผู้โดยสารแบบยืดหยุ่น เรียกได้ว่าเป็นการแชร์รถที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยขนาดของที่นั่งที่มีมากขึ้นกว่ารถเก๋งปกติ Credit ภาพ: https://brandinside.asia/london-launch-slide-ealing-minibus-on-demand-book-by-application/   จะเห็นได้ว่าจากเคสทั้งหมดที่ทยอยออกมาเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตนอกบ้านกันมากขึ้นนั้น ก็เป็นช่องทางที่ดีในการที่จะสร้างโอกาสให้ผู้บริโภครู้จักและรับรู้แบรนด์ได้มากกว่าสื่อดั้งเดิมในครัวเรือนอย่างเช่น โทรทัศน์ และยังมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายมากกว่าที่จะให้เขาและเธออยู่กับสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตเพียงอย่างเดียว 🔥 Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน 🔥 โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยคอนเซปต์แห่งอนาคตและการออกแบบ เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์ #FutureLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch #TrendFastTrack2019 #WisdomDrivetheFuture Credit ปก: https://haikusalut.bandcamp.com/album/there-is-no-elsewhere
  • The Future Trend of Aging Society 2020-21

    The Future Trend of Aging Society 2020-21

    Aging สำคัญแค่ไหนต่อภาคธุรกิจ ชุดข้อมูลวิจัยเทรนด์หัวข้อ The FutureTrend of Aging Society 2021-22 ฉบับนี้ จัดทำขึ้นโดยศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซปต์แห่งอนาคต และ รศ.ดร.ณัฐพล อัสสะรัตน์ เพื่อค้นหาคำตอบของโอกาสแห่งอนาคตในเรื่องราวที่เป็น Mega Trend สำคัญของโลกเพื่อสร้างคลังความรู้ความเข้าใจใน Insight ของผู้บริโกคและคลังไอเดียของโอกาสใหม่ทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทย  และจาก World Key Impact ผลกระทบที่เกิดขึ้นรอบโลกที่ภาคธุรกิจต้องรู้….. เรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นรอบตัวเราทุกวันทั้งการเปลี่ยนแปลงเชิงสังคม (Social) เทคโนโลยีใหม่ๆ (Technology) ระบบเศรษฐกิจ (Economy) สิ่งแวดล้อม (Environment) และการเมือง (Political) ในผลกระทบภาพย่อยๆ ในแต่ละปีนั้นมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย แต่หากพิจารณาในภาพกว้างเราพบผลกระทบในระดับ World Key Impact ที่ต้องคอย Monitor อย่างต่อเนื่อง 8 กลุ่มด้วยกัน (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.baramizi.co.th/trend/world-key-impact/) ในปีนี้ Future Lab หยิบยกแนวโน้มด้าน Demographic Movement อันสำคัญที่ทั้งโลกกำลังจับตามอง Aging Society มาเจาะลึกทำความเข้าใจความเปลี่ยนแปลง ข้อเท็จจริง ความต้องการ จุดเจ็บปวด และไอเดียสร้างสรรค์ทางธุรกิจที่สดใหม่ ไม่ใช่เพียงแค่เพราะมีโอกาสที่น่าสนใจซ่อนอยู่เท่านั้น…แต่เพราะอนาคตมันจะเป็นไฟลท์บังคับที่ต้องมีธุรกิจที่ทำหน้าที่ดูแลพวกเขา (และพวกเราในอนาคต) เพราะพวกเขาจะมีจำนวนประชากรมากที่สุดในโลกในระยะเวลาอันใกล้นี้นั่นเอง Overview of Aging Society in the World องค์การสหประชาชาติได้เปิดเผยรายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุโลกว่า ปัจจุบัน 1 ใน 9 ของประชากรโลกมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเป็น 1 ใน 5 ภายในปีค.ศ. 2050 ซึ่งองค์การอนามัยโลก (World Health Organization) คาดการณ์เป็นตัวเลขผู้สูงอายุทั่วโลกที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปจะเพิ่มเป็น 2 พันล้านคน หรือร้อยละ 22 ทั้งนี้แต่ละประเทศจะเข้าสู่สาวะสังคมผู้สูงอายุช้าเร็วไม่เท่ากันขึ้นกับความเจริญมั่งคั่ง ทางศรษฐกิจ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ การสุขาภิบาล การโภชนาการ ตลอดจนการศึกษา โดยการคาดการณ์เป็นไปดังแผนภาพด้านล่างนี้ ในปี ค.ศ. 2050 แอฟริกาจะมีผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ร้อยละ 10 ในขณะที่เอเชีย อเมริกาเหนือ และยุโรปเป็นร้อยละ 24, 27 และร้อยละ 34 ตามลำดับ ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วจะมีโอกาสเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุก่อนประเทศที่กำลังพัฒนา อย่างไรก็ตามประเทศที่กำลังพัฒนากลับใช้เวลาสั้นกว่าในการเข้าสู่สังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์* ซึ่งประเทศไทยนับเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาที่มีช่วง การเปลี่ยนถ่ายจากสังคมผู้สูงอายุ สู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์เร็วที่สุด ปัจจุบันประเทศที่เข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอด** แล้วประกอบด้วย ญี่ปุ่น (ประเทศแรกของโลก) อิตาลี เยอรมนี สวีเดน และจะตามมาด้วยฝรั่งเศสและอังกฤษ ที่จะตามมาในปี 2020 และ 2021 ตามลำดับ ส่วนอเมริกาและเกาหลีจะเข้าถึงในปี 2028 และ 2026 ตามลำดับ ประเทศเหล่านี้เหมือนเป็นหัวขบวนที่เราสามารถศึกษาการออกแบบนโยบายรัฐ การรวมกลุ่ม และการสร้างธุรกิจต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาเพื่อดูแลคนรุ่นใหญ่เป็นต้นแบบในการดำเนินงานของเราได้บางส่วน เมื่อเปรียบเทียบในเอเชียประเทศเรียงอันดับ การมีสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุ ได้แก่ อันดับ 1 ญี่ปุ่น อันดับ 2 เกาหลี อันดับ 3 สิงคโปร์ อันดับ 4 ประเทศไทย และอันดับที่ตามมาคือเวียดนาม ตารางแสดงสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุในเอเชีย * สังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 14 ของประชากรทั้งหมด ** สังคมสูงอายุระดับสุดยอด (Super-aged Society) มีประชากรผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป มีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด จากรายงานการคาดประมาณประชากรของประเทศไทย พ.ศ. 2553-2583 สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ชี้ให้เห็นว่าการเข้าสู่แต่ละช่วงของสังคมผู้สูงอายุไทย เป็นดังนี้
    • ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ค.ศ. 2004-2005
    • ขยับเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ค.ศ. 2024-2025
    • ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ระดับสุดยอด (Super-aged Society) ค.ศ. 2032
    Thailand Aging Society Segmentation จากงานวิจัยเรื่องผลกระทบของการถ่ายทอดทางวัฒนธรรมของผู้บริโภคระดับโลกต่อรูปแบบการบริโภคของผู้สูงอายุยุคใหม่ในกรุงเทพมหานคร โดยรองศาสตราจารย์ ดร. ณัฐพล อัสสะรัตน์ และคณะ (สิงหาคม 2562)  ที่ทำการศึกษากลุ่มคนรุ่นใหญ่ช่วงอายุ 56 – 69 ปี ในเขตกรุงเทพมหานคร สามารถแบ่ง Segmentation ของกลุ่มคนวัยเก๋านี้ได้เป็น 5 กลุ่มด้วยปัจจัยทางทัศนคติในการใช้ชีวิตและระดับของทรัพย์สินส่วนตัวได้ ดังภาพด้านล่าง 1. New Age Elder “รักการเรียนรู้ชอบลองสิ่งใหม่ ควบคุมชีวิตตัวเองได้” วัยเก๋ากลุ่มนี้จะตระหนักรู้ในตัวเองว่าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ มีความสุขด้านการจับจ่ายซื้อของ มั่นใจกับการตัดสินใจด้านต่างๆ มีความคุ้นเคยกับการใช้ภาษาอังกฤษและการเดินทางต่างประเทศ สามารถเรียนรู้ เปิดรับ และปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมต่างชาติที่มีความเป็นสากลได้ง่าย มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 14 ส่วนใหญ่มีการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ส่วนใหญ่จะทำงานระดับหัวหน้างานและผู้บริหารระดับสูง มีทรัพย์สินถือครองไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 20 ล้านบาท 2. Controller Aged “รู้สึกมีความสามารถในการควบคุมชีวิต ไม่ได้สนใจเรียนรู้หรือปรับตัวเข้ากับสิ่งใหม่” วัยเก๋ากลุ่มนี้จะคล้ายกับกลุ่ม New Age คือ มีการศึกษาสูง มีตำแหน่งหน้าที่การงานสูงในอดีต มีทรัพย์สินมาก และมีศักยภาพในการเข้าถึงวัฒนธรรมสากล แต่จะต่างที่ทัศนคติในการใช้ชีวิตด้านการเรียนรู้และปรับตัว แต่ยังเป็นคนที่ชื่นชอบการจับจ่ายใช้สอย ชอบการแต่งตัวที่ทันสมัย อีกทั้งยังไม่ยอมรับที่จะต้องได้รับอิทธิพลจากคนรอบข้าง แต่ลึกๆ แล้วก็ยังไม่ค่อยมีความมั่นใจในการเลือกซื้อสินค้า และไม่ได้พึงพอใจในชีวิตที่เป็นอยู่ซะทีเดียว มีสัดส่วนร้อยละ 14.83 ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 3. Senior Aspirer “วันเก๋าระดับกลาง ชื่นชอบการจับจ่ายและการแต่งตัวตามสมัยนิยม แต่ไม่ชอบการเรียนรู้และลองสิ่งใหม่” เป็นกลุ่มวัยเก๋าที่มองว่าตนมีความรู้รอบด้าน สามารถควบคุมสิ่งที่เกิดในชีวิตได้ชื่นชอบการจับจ่ายใช้สอย ชอบการแต่งกายที่ทันสมัย ไม่ชอบการเรียนรู้และลองสิ่งใหม่ ไม่ยอมรับอิทธิพลจากคนรอบข้างจากคนรอบข้างหรือเพื่อนฝูงเท่าไรนัก เนื่องจากทรัพยากรและการใช้ชีวิตที่สวนทางกันทำให้วัยเก๋ากลุ่มนี้ ไม่มีความพึงพอใจในการใช้ชีวิต กลุ่มนี้มีสัดส่วนร้อยละ 26.58 ระดับการศึกษา กระจายตัวตั้งแต่ระดับประถมศึกษา-มัธยมปลาย และปัจจุบันก็ยังคงทำงานอยู่ มีสินทรัพย์ถือครองไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือระหว่าง 1-5 ล้านบาท 4. Life-embraced Elder “วัยเก๋าระดับกลาง ชื่นชอบการใช้ชีวิตที่เป็นอยู่แต่ก็มีความสนใจที่จะเรียนรู้และลองสิ่งใหม่” วัยเก๋ากลุ่มนี้คล้ายกับกลุ่มที่ 3 มีระดับการศึกษาและทรัพย์สินระดับกลาง และมีระดับการซึมซับวัฒนธรรมระดับโลกที่ไม่สูงนัก มีความสนใจที่จะเรียนรู้และลองสิ่งใหม่ ชื่นชอบการใช้ชีวิตในรูปแบบเดิมๆ ไม่นิยมการการจับจ่าย สนใจการพบปะเพื่อนฝูงและได้รับอิทธิพลจากเพื่อนฝูง กลุ่มนี้มีสัดส่วนมากที่สุด คือ ร้อยละ 34.67 เนื่องจากมีการบริโภคที่สอดคล้องกับรายได้ที่มีทำให้วัยเก๋ากลุ่มนี้มีความพึงพอใจในชีวิตสูงที่สุด 5. Unprepared Elder “วัยเก๋าที่ขาดการเตรียมตัว มีความต้องการในการเรียนรู้ และลองสิ่งใหม่ แต่คิดว่าตนเองไม่สามารถควบคุมสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตได้” วัยเก๋ากลุ่มนี้มีความต้องการเรียนรู้และลองสิ่งใหม่ และมีความมั่นใจในการตัดสินใจซื้อของ หากแต่ยังคิดว่าตนเองไม่สามารถควบคุมสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตได้ ไม่เน้นการจับจ่าย ไม่แน่ใจว่าตัวเองควรจะทำอะไรหรือตัดสินใจเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับตัวเอง จึงมีการพบปะเพื่อนฝูงหรือได้รับอิทธิพลจากเพื่อนฝูงอยู่บ้าง เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องทรัพยากรที่มีอยู่จึงทำให้ผู้สูงอายุกลุ่มนี้มีความพึงพอใจในชีวิตที่ไม่สูงมากนัก โดยกลุ่มนี้มีสัดส่วนในงานวิจัยนี้อยู่ที่ประมาณร้อยละ 9.92* เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มตัวอย่างอื่นๆ แล้วมีระดับการศึกษาค่อนข้างต่ำส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ฟรีแลนซ์ หรือค้าขายทั่วไป มีมูลค่าทรัพย์สินที่ถือครองอยู่ไม่เกิน 1 ล้านบาท  *กลุ่ม Unprepared Eder สัดส่วนในความจริงผู้วิจัยเชื่อว่าจะมีมากกว่านี้แต่ด้วยข้อจำกัดของวิธีวิจัยอาจทำให้พบในสัดส่วนที่น้อยกว่าความเป็นจริง จากการแบ่งกลุ่มวัยเก๋าและเรียนรู้พวกเขาในด้านระดับการซึมซับวัฒนธรรมโลกที่ส่งผลต่อทัศนคติและการใช้ชีวิตของพวกเขาจากผลวิจัยชี้ให้เห็นว่าระดับความสุขและความพึงพอใจในชีวิตของพวกเขาในแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน และบางกลุ่มมีผลลัพธ์ต่ำมาก ทีมวิจัย Baramizi Lab และรศ.ดร.ณัฐพลจึงวิเคราะห์ร่วมกันจากข้อมูลเชิงลึกและข้อมูลการศึกษากรณีศึกษาของธุรกิจที่ถูกสร้างสรรค์มาเพื่อตอบโจทย์วัยเก๋าทั่วโลกจำนวนมากในรอบปีที่ผ่านมา พบแนวโน้มหรือเทรนด์หรือในการสร้างสรรค์ธุรกิจหรือออกแบบประสบการณ์สำหรับวัยเก๋าที่น่าสนใจและมีโอกาสตอบโจทย์วัยเก๋าประเทศไทยทั้งหมด 7 เทรนด์ด้วยกัน ประกอบด้วย The Future Trend of Aging Society 2020-21  ภาพแสดงเทรนด์ทั้ง 7 ข้อจัดตำแหน่งตามความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีหรือไม่ และการนำเสนอคุณค่าทางอารมณ์หรือมุ่งเน้นที่ฟังก์ชั่น ข้อมูลวิจัยเทรนด์ The Future Trend of Aging Society 2020-21 ที่ทำหน้าที่ชี้ให้เห็นโอกาสใหม่ที่สอดรับกับ Insight ของกลุ่มเป้าหมายในประเทศไทย เมื่อความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่คือสิ่งจำเป็นสำคัญธุรกิจในยุค 4.0 ข้อมูลวิจัย Insight ที่เจาะลึกให้เห็นถึงความต้องการที่ซ่อนเร้น (Unmet Needs) และข้อมูลวิจัยเทรนด์จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ขององค์กรธุรกิจอย่างยั่งยืน (ท่านมาสามารถซื้อข้อมูลเชิงลึกได้ที่ Trend Book Shop) ตัวอย่างของผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ Aging Society มาแบ่งปันประสบการณ์  ภายในงาน Future Lab Forum 2019 ครั้งที่ 2 นี้ เราได้เชิญผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ตรงกับผู้สูงวัย มาแบ่งปันประสบการณ์จากการได้ลงมือสัมผัสกับกลุ่มเหล่านี้ ได้แก่ 1. ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) (ซ้ายสุด) โดยท่านได้เล่าถึงผลงานการทำงานด้าน Health Tech ในวงของนักวิจัยไทยทำให้เกิดนวัตกรรมเข้ามาช่วยดูแลคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุไทย เช่น โครงการรากฟันเทียม Application ฝึกสมอง หรือโรบอตผู้ช่วยในการจ่ายยา และโครงการสำคัญที่จะเปิดตัวในปลายปีนี้คือ Medicopolis ที่เชียงใหม่ คือเมืองแห่งสุขภาพที่เกิดจากการบูรณาการกันของภาคีที่ให้บริการด้านสุขภาพในย่านทั้งหมดเข้ามาสู่การดูแลลูกค้าแบบครบวงจร ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ TCELS และนักวิจัยไทยหลายชีวิตร่วมกันวิจัยและพัฒนาเพื่อเป้าหมายการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทย ซึ่งมุมมองของดร.นเรศ คือ สังคมผู้สูงอายุไม่ได้หมายความถึงสังคมที่มีแต่ผู้สูงอายุ แต่มันคือ “สังคมประสาน” ที่ทุกวัยต้องอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข จุดนี้เองคือตัวที่จุดประกายและทำให้ TCELS สนใจที่จะเข้ามาร่วมแก้ปัญหาสังคมในประเด็นนี้ 2. คุณสักกฉัฐ ศิวะบวร กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิ๊กสไมล์เวิลด์ จำกัด (ท่านที่ 2 จากซ้าย) จากประสบการณ์การทำธุรกิจ Exhibition ประกอบกับที่จับตาแนวโน้มของ Mega Trend  ด้าน Aging Society มาตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา คุณสักกฉัฐมองว่าถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยควรจะมีแพลตฟอร์มที่เข้ามาตอบโจทย์การเชื่อมโยงกลุ่มคนรุ่นใหญ่เข้ากับสินค้าและบริการที่เหมาะกับพวกเขา จึงก่อตั้ง Big Smile World แพลตฟอร์มเพื่อความสุขของคนรุ่นใหญ่ ซึ่งจะเชื่อมโยงทั้งออนไลน์และออฟไลน์และเครือข่ายต่างประเทศเพื่อสร้างสังคมแห่งความสุขตรงนี้ร่วมกัน โดยคุณสักกฉัฐได้เสนอแนวคิด 2 ส่วนที่สำคัญ หนึ่งคือความเป็นคนรุ่นใหญ่ที่ไม่ได้วัดกันที่อายุแต่มีตัวชี้วัดคือการเปลี่ยนแปลง 3 ด้าน คือ ด้านบุคลิกภาพ ด้านทัศนคติ และด้านพฤติกรรม เปลี่ยนเพื่อใส่ใจและดูแลตัวเองมากขึ้น และสองคือแนวคิดของความสัมพันธ์ระหว่าง “คนรุ่นใหญ่” และ “คนรุ่นใหม่” ที่เอกลักษณ์ของสังคมไทยที่ยึดโยงทั้งสองรุ่นเข้าด้วยกันด้วยคำว่า “กตัญญกตเวที” เป็นหัวใจสำคัญที่ Big Smile World จะเป็นแบรนด์ที่ออกแบบมาเพื่อพูดคุยกับทั้งสองกลุ่มรวมถึงทำงานร่วมกันเพื่อให้ผลักดันให้ความสุขของคนรุ่นใหญ่เกิดได้จริง 3. คุณนฎา ตันสวัสดิ์ Co-Founder&CMO YoungHappy (ท่านที่ 2 จากขวา)  และ 4.คุณธนากร พรหมยศ Co-Founder&CEO YoungHappy (ขวาสุด) Social Enterprise (SE: กิจการเพื่อสังคม) 2 คนรุ่นใหม่ที่มีหัวใจมุ่งมั่นอยากแก้ไขปัญหาสังคม จึงมองหา Pain Point เล็กๆ รอบตัวจนกลายมาเป็น YoungHappy Issue เล็กๆ ใกล้ตัวที่เป็นปัญหาใหญ่ของสังคมจนวันนี้จากจุดเล็กๆ นั้นได้กลายเป็น Passion ที่ยิ่งทำยิ่งมีความสุข ภารกิจของ YoungHappy คือการยืดช่วงเวลาของ Active Aging ของวัยเก๋าให้ยาวนานที่สุด ทั้งสองคนได้แบ่งปันประสบการณ์การลองผิดลองถูกด้วยตัวเองเรียนรู้จากการทำงานเป็นจิตอาสาทำความเข้าใจ Insight อย่างลึกซึ้งจนค้นพบว่าความสุขของพี่ๆ วัยเก๋าจะเกิดจาก 3 ปัจจัย คือ สนุก มีคุณค่า และพึ่งพาตัวเองได้ ซึ่ง 3 ปัจจัยนี้ได้กลายเป็นเสาหลักในการออกแบบกิจกรรมและประสบการณ์ทั้งหมดที่ YoungHappy ส่งมอบให้พี่ๆ สมาชิกในทุกๆ วัน คุณนฎากับคุณแก๊พได้ทิ้งทายอีกด้วยว่า อยากทำให้ภาคธุรกิจและภาคสังคมเห็นพลังของ SE ที่จะสามารถร่วมงานกับภาคธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่แพ้บริษัททั่วไปแต่ให้ผลลัพธ์ที่เป็น Double Impact คืนสู่สังคมและอยากเชิญชวนให้คนรุ่นใหม่มองหามิติที่จะช่วยกันคนละไม้คนละมือเพื่อสร้างสังคมที่ดีไปด้วยกัน นอกจากนี้เราได้รับเกียรติจาก คุณวิชัย พูลวรลักษณ์ ประธานบริษัทวรลักษณ์ พร๊อพเพอร์ตี้ และเจ้าของธุรกิจอีกหลายท่านที่มาเก็บความรู้ภายในงาน บทบาทหน้าที่ของศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซปต์แห่งอนาคต (Trend and Future Concept Research Lab) เรากำลังอยู่ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว และรุนแรงมากกว่ายุคสมัยที่ผ่านๆ มา การพัฒนาของธุรกิจที่เกิดในยุค 4.0 ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีนั้นทำให้รูปแบบการสร้างธุรกิจเปิดกว้าง สร้างสรรค์ และแตกต่างมากกว่าที่เคย เมื่อถอดรหัสการประสบความสำเร็จในโลกยุคนี้พบว่า ทุกธุรกิจล้วนมี Business Model ที่สร้างสรรค์ มีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ มีการออกแบบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมผ่านการเข้าถึงและเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคโดยใช้ข้อมูลสำคัญด้านต่างๆ ในการขับเคลื่อนธุรกิจ  เพื่อการแข่งขันในโลกยุคใหม่ การออกแบบธุรกิจให้สร้างสรรค์ และโดดเด่นจำเป็นต้องมีข้อมูล ทั้งข้อมูลที่ให้มุมมองแห่งอนาคต และข้อมูลที่เปิดมุมมองให้เข้าใจผู้บริโภคที่ซับซ้อนในยุคสมัยใหม่อย่างลึกซึ้ง ศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซปต์แห่งอนาคตจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ Baramizi Lab ศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซปต์แห่งอนาคตทำหน้าที่เป็น “Trend Spotter” จับตา จับแนวโน้ม ทำการวิจัยเทรนด์ที่โดดเด่นและให้โอกาสใหม่ๆ แก่ธุรกิจทั้งภาพกว้างของเมกะเทรนด์ เทรนด์ผู้บริโภค และเทรนด์แบบเจาะลึกลงในอุตสาหกรรม “Future Business Advisor” ให้คำปรึกษาภาคธุรกิจที่ต้องการนำเทรนด์มาต่อยอดสู่อนาคต “Future Insight Researcher” จัดทำการวิจัยเจาะลึกความต้องการที่ซ่อนเร้น (Unmet Need) จากกลุ่มเป้าหมาย เชื่อมโยงโอกาสจากเทรนด์เข้าสู่ความต้องการที่เป็น Local Movement ให้สอดรับกับบริบทของประเทศช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันมุ่งเป้าหมายให้ธุรกิจเติบโต   สำหรับข้อมูลเทรนด์(ฉบับย่อ) ท่านสามารถดาวน์โหลดได้ https://www.baramizi.co.th/shop/ebook/thailand-aging-society-2020-mini-trendbook/ หากหน่วยงานใดมีความต้องการสร้างโอกาสใหม่ให้กับธุรกิจ ที่ท่านสามารถเลือกจุดประกายให้ทีมทำงานได้ คุณสามารถเลือก Package ได้ตามความต้องการ ดังนี้  หมายเหตุ: ราคาข้างต้น เป็นการจัดที่ออฟฟิศลูกค้าในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณนนท์นลิน (ป่าน) 0855469664 Line Official Account : Baramizi_Lab
  • TREND FAST TRACK: “So Cutee” Experience

    TREND FAST TRACK: “So Cutee” Experience

    TREND FAST TRACK : “So Cutee” Experience : ประสบการณ์แบรนด์สุดน่ารัก

    การออกแบบประสบการณ์ (Customer Expereince) คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยในการสร้างแบรนด์ให้ผู้คนจดจำแบรนด์ไปในมุมต่างๆ ผ่านประสบการณ์ต่างๆ ของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบพัฒนาสินค้า การให้บริการ การสื่อสารแบรนด์ ตลอดจนประสบการณ์หน้าร้าน การออกแบบประสบการณ์ที่สามารถสร้างความรู้สึกบางอย่างให้กับลูกค้าได้ จะช่วยทำให้แบรนด์สามารถจดจำแบรนด์ได้ในมุมมองที่นักสร้างแบรนด์ต้องการ

    จากการติดตามข่าวสารของการสร้างสรรค์ประสบการณ์แบรนด์ต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา เราพบรูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจคือการใช้ “ความน่ารัก” ใส่ลงไปในการสินค้าและการสื่อสาร วิธีการนี้ยังใช้ได้ดีเสมอเพราะมันมาพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก และเสียงหัวเราะ และเมื่อแบรนด์เลือกใช้วิธีนี้ก็อาจทำให้การสื่อสารเรื่องยากๆ นั้นดูง่ายขึ้น หรือแบรนด์ที่ราบเรียบน่าเบื่อกลับกลายเป็นมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง

    Trend Fast Track วันนี้เราจะพาไปดูว่า มีไอเดียและนวัตกรรมอะไรใหม่ๆ ที่ใช้ความน่ารักมาใช้ ลองไปดูกันครับ

    1. Exxon Mobil’s Miniature Science

    การทดลองที่เล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่

    Exxon Mobil ยักษ์ใหญ่ในวงการปิโตรเลียม ออกวิดีโอคลิปแคมเปญ “Miniature Science” (การทดลองเล็กจิ๋ว) แคมเปญนี้ Exxon เลือกใช้การนำเสนอสุดน่ารักด้วยการใช้การทดลองทางวิทยาศาสตร์ด้วยอุปกรณ์ขนาดเล็กจิ๋ว สาธิตให้เห็นไอเดียการคิดค้นทดลองพลังงานใหม่ในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายๆ เพื่อแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาสู่การนำพลังงานธรรมชาติมาพัฒนาเป็นพลังสะอาดใน อนาคต เพื่อทดแทนและเสริมพลังงานรูปแบบเก่า เพื่อความยั่งยืนของโลก ปิดท้ายด้วย Copywrite “It’s Big” เพราะการทดลองเล็กๆ อาจสร้างการเปลี่ยนแปลงยิ่งใหญ่ได้

    ตัวอย่างวิดีโอคลิป

    Miniature Science #1: Power Plant Conversion

    https://www.youtube.com/watch?v=0ytOnwTqwF0&feature=emb_title

    Miniature Science #3: Algae-Fueled Engines

    https://www.youtube.com/watch?v=kJtAG4uTWfE&feature=emb_title

    2. Haribo ’s Chewy Channel

    Haribo ปล่อยซีรีส์พี่หมีที่แสดงนำโดยเยลลี่ที่เด็กคุ้นเคย

    Haribo เจ้าพ่อเยลลี่หมีของวงการ ปล่อยซีรีส์ที่นำแสดงโดยพี่หมีฮาริโบ้หลากสีเป็นตอนสั้นๆ หลายๆ ตอน ให้เด็กๆ ได้คุ้นเคยกับ แบรนด์มากยิ่งขึ้น งานนี้แบรนด์ออกแบบเรื่องราวที่เน้นความน่ารักของพี่หมี ที่มีชีวิตชีวาขึ้นมา และการนำเสนอเป็นตอนสั้นๆ คาดว่าเน้นการนำเสนอในสื่อของคนรุ่นใหม่อย่าง Facebook IG Stories เพื่อให้แบรนด์ที่มีมายาวนานอย่าง Haribo เข้าไปอยู่ในใจของกลุ่มเป้าหมายเด็กรุ่นใหม่ได้

    ตัวอย่างวิดีโอคลิป

    https://www.adsoftheworld.com/media/digital/haribo_chewy_channel

    3. Cohaco

    แท่นบูชาอัจฉริยะสุดน่ารัก

    ที่ญี่ปุ่นเวลาคนในครอบครัวเสียชีวิตจะมีการตั้งแท่นบูชาและรูปถ่ายในบ้านเพื่อเคารพและระลึกถึง Cohaco (โคะฮะโกะ) คือนวัตกรรมแท่นบูชาอิเล็กทรอนิกส์ ที่ต่างจากแท่นบูชาทั่วไป มีดีไซน์ที่เรียบง่ายและทันสมัย ดูเข้ากันได้กับการตกแต่งบ้านสมัยใหม่อย่างลงตัว และมีฟังก์ชันการทำงานที่น่าทึ่งดังต่อไปนี้มีกล้องและไมโครโฟนติดตั้งในตัวเครื่อง เมื่อเวลาที่เราเดินไปใกล้ๆเครื่อง หรือส่งเสียงเรียกชื่อผู้ที่จากไป ระบบจะประมวลผลแล้วแสดงรูปของเจ้าของชื่อขึ้นมาสามารถบันทึกรูปภาพได้หลายภาพ รวมถึงคลิปวีดีโอ เข้าไปในแฟลชไดรฟ์ที่ออกแบบคล้ายกับรูปป้ายบูชาย่อส่วน เสียบเข้าไปที่ด้านหลังของตัวเครื่อง เมื่อเครื่องประมวลผลก็จะเรียกภาพเหล่านั้นขึ้นมาแสดง ที่ด้านล่างของจอภาพ จะมีปุ่มไฟ LED อยู่ เมื่อสัมผัสที่ปุ่มนี้ จะมีกลิ่นธูป และเสียงกระดิ่งออกมา ทำให้สามารถเคารพผู้ตายได้โดยไม่ต้องจุดธูปจริง ปลอดภัยจากอุบัติเหตุไฟไหม้สามารถบันทึกข้อความก่อนตายฝากไว้ถึงคนที่ยังอยู่ โดยกำหนดวันที่และเวลาล่วงหน้าเพื่อเล่นข้อความนั้นตามเวลาที่กำหนดไว้อัตโนมัติ เช่น คุณปู่ที่กำลังป่วยอยากฝากข้อความถึงหลานในวันเกิดของหลาน หรือคู่แต่งงานที่อยากฝากข้อความแห่งความรักและคิดถึงถึงอีกฝ่ายในวันครบรอบวันแต่งงานทุกๆปี เป็นต้น

     

    4. KFC Hongkong’s Pulp Comics

    โปรโมทเมนูใหม่ของ KFC ด้วยการ์ตูนกำลังภายใน

    KFC Hongkong เปิดตัวซีรีส์วีดีโอในเพจเฟซบุ๊คเพื่อเฉลิมฉลองของการกลับมาของเมนูไก่ Bei Fong Tong คราวก่อน KFC ใช้ไอเดียของฮ่องกงย้อนยุคมาแล้ว คราวนี้พวกเขาจึงบิดไอเดียโดยการใช้คอนเซ็ปของหนังสือการ์ตูนฮ่องกง เนื้อเรื่องเป็นการเล่าถึงผู้พันที่ออกตามหาเคล็ดลับของวัตถุดิบในเมนู Bei Fong Tong และไปเจอกับ 3 เซียนที่เป็นตัวแทนของวัตถุดิบ 3 อย่างของเมนูนั่นคือ พริก กระเทียม และหัวหอม งานนี้ KFC ใช้การเล่นสนุกด้วยสื่อการ์ตูนที่ทุกคนคุ้นเคย ก็เป็นอีกไอเดียที่น่ารักไม่เบา

    ตัวอย่างวิดีโอคลิป

    https://www.youtube.com/watch?time_continue=34&v=wtRtHTKTyRM&feature=emb_title

    🔥 Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน 🔥 โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยคอนเซปต์แห่งอนาคตและการออกแบบ เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์

    #FutuerLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch

    #TrendFastTrack2019 #WisdomDrivetheFuture

  • World Key Impact

    World Key Impact

    เรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นรอบตัวเราทุกวันทั้งการเปลี่ยนแปลงเชิงสังคม (Social) เทคโนโลยีใหม่ๆ (Technology) ระบบเศรษฐกิจ (Economy) สิ่งแวดล้อม (Environment) และการเมือง (Political) ในผลกระทบภาพย่อยๆ ในแต่ละปีนั้นมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย แต่หากพิจารณาในภาพกว้างเราพบผลกระทบในระดับ World Key Impact ที่ต้องคอย Monitor อย่างต่อเนื่อง 8 กลุ่มด้วยกัน
    1. Globalization โลกไร้พรมแดนที่ทุกแห่งหลอมรวมเป็นใบเดียว เทคโนโลยีและการเข้าถึงที่ง่ายดายทลายกำแพงแห่งวัฒนธรรม เชื้อชาติและภาษา
    2. Global Warming การตื่นตัวของสภาวะโลกร้อน ที่เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เป็นผู้ที่ต้องกับผลลัพธ์การกระทำของโลกออกมาเรียกร้องหาความรับผิดชอบจากผู้สร้างผลกระทบ
    3. Global Public Health Threats โรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงของโลกเริ่มคืบคลานใกล้ตัว
    4. Sharing Economy ระบบเศรษฐกิจแบบแบ่งปันที่ถูกเปิดกว้างด้วยเทคโนโลยีช่วยปรับ Mindset ความเป็นเจ้าของของคนยุคใหม่
    5. Digital Transformation เทคโนโลยีดิจิทัลที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อเปลี่ยนแปลงโลก
    6. Inclusive World โลกแห่งสิทธิเสรีภาพที่ทุกคนเท่ากัน
    7. Urbanization เมืองขยายตัว ความแออัดและความเหลื่อมล้ำที่ขยายวงกว้าง
    8. Demographic Movement แนวโน้มการเติบโตของกลุ่มผู้บริโภคตามประชากรศาสตร์ที่น่าจับตามอง อาทิ Aging Society, Gen Muslim Millennial เป็นต้น
    8 Key Impact นี้ เป็นต้นเหตุแห่ง Mega Trend และแนวโน้มต่างๆ รอบโลกในแต่ละธุรกิจ ซึ่งในแต่ละปี Key Impact เหล่านี้จะไม่หายไปไหนหรือเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา แต่จะค่อยๆ Transform พัฒนาเติบโตและมีความเปลี่ยนแปลงในภาพย่อยๆ เกิดทิศทางที่สดใหม่ และน่าสนใจแตกต่างกันไปในบริบทของแต่ละปี ขอเพียงเราภาคธุรกิจจับให้ได้ ไล่ให้ทันโอกาสทางธุรกิจยุคใหม่มีอยู่รอบตัว
  • TREND FAST TRACK : FROM PAIN 
TO GAIN

    TREND FAST TRACK : FROM PAIN 
TO GAIN

    ในยุคปัจจุบันทุกภาคส่วนของธุรกิจกำลังประสบกับปัญหามากมาย ทั้งการถูก Distrupt จากธุรกิจที่เป็น Tech Company, การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยี, วิกฤตทางเศรษฐกิจ หรือ การเปลี่ยนแปลงของประชากรโลก ถ้าคนทำธุรกิจมองว่าสิ่งเหล่านี้คือปัญหา ก็จะใช้เวลาไปกับการหาวิธีทางแก้ไขหรือวิธีการรับมือที่ดีที่สุด แต่ถ้าเรามองว่าปัญหาที่เข้ามามันคือแรงกระตุ้น ผลักดันให้เราคิด มองหาโอกาสในการทำธุรกิจใหม่ๆ หาช่องทางในการสร้างรายได้ใหม่ๆ หรือแม้กระทั่งไอเดียในการสร้างสรรค์โฆษณาใหม่ๆ ที่นอกจากจะได้แก้ปัญหาแล้ว เรายังสร้างประโยชน์จากมันได้อีกด้วย การพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสนี้ในหลายๆ สถานการณ์คนที่มองเห็นก่อนมักได้เปรียบ เนื่องจากเป็นน่านน้ำที่ยังไม่มีใครรู้จักหรือเห็น ทำให้ยังมีปลาให้ล่าเยอะ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงที่ว่าปลานั้นอาจจะไม่ได้ล่าง่ายๆ เพราะเราไม่เคยรู้จักพื้นที่นี้ หรือไม่รู้วิธีการตกปลาชนิดนี้มาก่อน คนทำธุรกิจจึงต้องรู้จักเรียนรู้ ปรับตัวและพร้อมที่จะเจอกับปัญหาใหม่ๆ

    วันนี้ Trend Fast Track โดย Baramizi Lab ก็มีกรณีศึกษาของการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสจากทั่วโลกมาเล่าสู่กันฟัง

    1. [อังกฤษ] เพราะร้านค้าปลีกปิดตัวเยอะ จึงเกิดไอเดียเปลี่ยนพื้นที่ให้เป็นสนามกอล์ฟเพื่อความบันเทิงในร่ม

    ร้านค้าปลีกในสหราชอาณาจักร มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง สาเหตุเนื่องมาจากค้าใช้จ่ายในการเปิดร้านไม่ว่าจะเป็นค่าจ้างและค่าเช่ามีการปรับตัวสูงขึ้น แต่ผู้บริโภคกลับนิยมที่จะซื้อสินค้าผ่าน online มากขึ้น ทำให้มียอดขายที่ลดลง เมื่อรายจ่ายมากกว่ารายรับกิจการก็ยากที่จะดำเนินต่อไป การปิดตัวลงของร้านค้าปลีกก็ส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน เมื่อกิจการปิดตัวลงลูกจ้างย่อมตกงานไปด้วย ดังนั้นร้านค้าปลีกที่อยากจะอยู่รอด จะต้องมีการปรับตัว คิดกลยุทธ์ใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป

    ขณะเดียวกันบริษัทสนามกอล์ฟในร่มแห่งหนึ่งที่ชื่อ Paradise Island Adventure Golf ยังคงขยายตัวอย่างรวดเร็วในสหราชอาณาจักร โดยลงทุนซื้อที่ของร้านค้าปลีก 8 แห่งที่ปิดตัวลงใน Plymounth เพื่อสร้างการพักผ่อนให้กับศูนย์กลางเมืองที่ได้รับผลกระทบจากการที่ร้านค้าปลีกปิดตัวลงหลายแห่ง เนื่องจากการเติบโตของร้านค้าออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันสนามกอล์ฟในร่มได้กลายเป็นที่นิยมอย่างมากในหลายต่อหลายเมือง เช่น London, Bristol, Manchester รวมถึง Leeds

    Credit : business-live.co.uk

    2. [ญี่ปุ่น] เพราะสูตรอาหารแสนอร่อยกำลังจะหายไปพร้อมกับคนรุ่นเก่า จึงเกิดเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมสูตรอาหารชื่อดังในเมือง

    เมืองทะคะซะกิ ในจังหวัดกุนมะ ประสบปัญหาเดียวกับเมืองเล็กๆ ในต่างจังหวัดทั่วญี่ปุ่น คือมีแต่คนแก่ เศรษฐกิจของเมืองเลยซบเซา ร้านค้าและร้านอาหารทยอยปิดตัวไปเรื่อยๆ เพราะลูกค้าน้อย คนสืบทอดกิจการก็ไม่มี ปัญหาก็คือ ถ้าสูตรอาหารเหล่านี้จะหายไปอย่างไม่หวนคืนมันก็น่าเสียดาย ตัวเมืองทะคะซะกิเลยลุกขึ้นมาแก้ปัญหาด้วยการทำคู่มือแนะนำร้านอาหารที่เรียกว่า Red Restaurants List โดยเลือกร้านที่เจ้าของแก่ ร้านเก่า ไม่มีผู้สืบทอด และอาหารต้องอร่อยแบบเสียดาย ไม่อยากให้จากไป ทำออกมาทั้งเวอร์ชันเล่มและเว็บ หลังจากแคมเปญนี้ออกไป ร้านซึ่งไม่เป็นที่รู้จักและโปรโมตตัวเองไม่เป็นเหล่านี้ก็มีลูกค้ามาอุดหนุนจนแน่น และมีนักท่องเที่ยวแห่มาที่เมืองแบบถล่มทลาย สร้างรายได้ให้เมืองได้มหาศาล ประสบความสำเร็จจนมีการต่อยอดไปทำที่เมืองอื่นด้วย

    3. [แอฟริกาใต้] เพราะสงครามทำลายมรดกทางประวัติศาสตร์ จึงเกิดเป็นโครงการเก็บบันทึกสถานที่สำคัญในรูปแบบ 3D models เพื่อการศึกษาของเด็กรุ่นหลัง

    The Zamani Project จัดทำโดย University of Cape Town โครงการที่เก็บรวบรวมสถานที่สำคัญทางประวิติศาสตร์ในแอฟริกาให้อยู่ในรูปแบบ lifelike 3D models ที่เหมือนของจริงเป๊ะๆ จนสามารถสวมแว่น VR แล้ว walk through ได้ มีเป้าหมายเพื่อการศึกษาสำหรับเด็กรุ่นหลัง โดยใช้ High-tech Laser Scanners และ Drones ที่สามารถบันทึกข้อมูลได้ 10,000 point ต่อวินาทีในการจัดเก็บข้อมูล

    นอกจากนี้ยังมีการสร้างสถาปัตยกรรมที่ถูกทำลายไปเพราะสงครามขึ้นมาใหม่โดยอ้างอิงจากภาพถ่ายด้วย 3D printing technology อย่างที่ Palmyra’s Triumphal Arch ที่ถูกทำลายโดย ISIS ในประเทศซีเรีย ก็ถูกสร้างขึ้นใหม่ ณ จุดที่มันเคยอยู่ เรียกได้ว่าโครงการนี้คือการสร้างอนาคตใหม่ให้กับประวัติศาสตร์

    Credit : edition.cnn.com

    4. [ฮ่องกง] เพราะโรคร้ายระบาด จึงเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ด้วยตัวเอง

    นักเรียนในมหาวิทยาลัยที่ฮ่องกงประดิษฐ์มือจับประตูที่สามารถทำความสะอาดตัวเองได้ด้วยแสง ซึ่งได้รับอิทธิพลจากโรค SARS ที่ระบาดในช่วงปี 2000s ส่งผลกระทบกว่า 6,000 คน และมีคนตายกว่า 700 โดยมากอยุ่ในพื้นที่จีนและฮ่องกง ซึ่งมือจับประตูในที่สาธารณะนี่เป็นแหล่งสะสมเชื่อโรคชั้นดีนักออกแบบกล่าวว่ามือจับประตูนี้มีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดตัวเองมากกว่า การทำความสะอาดด้วยระบบเคมีแบบเดิมๆ เสียอีก ลักษณะของมือจับเป็นแท่งแก้วที่มีอลูมิเนียมอยู่บนหัวและท้าย บริเวณหิวของมือจับ เคลือบผิว photocatalytic ที่ทำจากไมทาเนียมไดออกไซด์ ซึ่งสารเคลือบนี้เองสามารถทำลายแบคทีเรียได้ด้วยการการทำปฏิกิริยาเร่งจากแสง UV ซึ่งพลังงานที่แสงได้จากพลังงานจลย์ที่สะสมจากการเปิด-ปิดประตู งานออกแบบนี้ได้รางวัล James Dyson Award ปี 2019

    Credit : dezeen.com

    5. [ญี่ปุ่น] เพราะช้อนพลาสติกแบบเดิมที่แถมมาในบะหมี่ถ้วยมันกินยาก จึงเปิดเป็นการออกแบบช้อนพลาสติกรุ่นใหม่ที่ตักง่ายกว่าเดิม

    https://youtu.be/ADsxz0fgl7U

     

    Nissin ร่วมมือกับ บริษัท ออกแบบ Nendo ผู้สร้างทางแยกที่ออกแบบอย่างลุ่มลึกตามชั่วโมงการสังเกตของผู้ใช้ ขึ้นอยู่กับมุมของแขนและรูปร่างของจานถ้วยก๋วยเตี๋ยวที่ไม่มีมุมที่เหมาะสม – 128 องศา – สำหรับการตักเส้นก๋วยเตี๋ยว แต่พวกเขาไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น เคล็ดลับและด้านข้างของส้อมเป็นมุมเดียวกันกับถ้วยวงกลมที่ถือบะหมี่ การกระแทกขนาดเล็กพร้อมร่องฟันของส้อมเพื่อช่วยในการร้อยเส้นบะหมี่ ตัวส้อมนั้นมีรูปร่างเหมือนกระเป๋าเล็ก ๆ เพื่อจับรสชาติและซุปในปริมาณที่เหมาะสม ที่จับของส้อมออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ แต่ยังมีส่วนหลังที่ทำจากยางซึ่งทำหน้าที่เป็นคลิปสำหรับยึดฝาในขณะที่คุณกำลังรอให้บะหมี่สุกพร้อมทาน
    Credit : spoon-tamago.com

     

    Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซปต์แห่งอนาคตเราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์เพื่อให้ภาคธุรกิจรู้เห็น เป็นโอกาสในการสร้างประสบการณ์ให้กับแบรนด์ตัวเองต่อไป

    #FutureLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch
    #TrendFastTrack2019 #WisdomDrivetheFuture #Communication #BaramiziLab 

    Cover Credit : gettyimages.com

  • TREND FAST TRACK : A bit change, A big chance

    TREND FAST TRACK : A bit change, A big chance

    โลกยุคใหม่ที่เทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำให้ชีวิตง่ายขึ้น มักจะเกิดจากองค์ความรู้หรือเทคนิคพิเศษที่ทำให้สินค้าและบริการพลิกโฉมและเปลี่ยนหน้าตาไปอย่างสิ้นเชิง Trend Fast Track ประจำสัปดาห์นี้ จะขอนำเสนอความเปลี่ยนแปลงอีกแบบหนึ่งที่สามารถตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้อย่างดีไม่แพ้กัน แม้จะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยก็ตาม

    แน่นอนว่าการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของสินค้าและบริการในแบรนด์ต่างๆ มักจะเกิดจากความต้องการของผู้บริโภคที่ประสบปัญหาในรูปแบบต่างๆ ซึ่งหลายแบรนด์มักใช้องค์ความรู้สมัยใหม่ ผสานเข้ากับการพัฒนาเทคโนโลยีออกแบบผลิตภัณฑ์หรือรูปแบบการบริการที่เกินคาดหมาย แต่ก็มีบางแบรนด์ที่ใช้จุดเปลี่ยนเล็กๆ กลายเป็นเครื่องมือใหม่ที่ทรงพลังเหมือนกัน

    1. JAL กับการเพิ่มการระบุตำแหน่งที่นั่งที่มีเด็กเล็กเพื่อให้ผู้โดยสารสามารถเลือกที่จะหลีกเลี่ยงได้

    Image result for jal baby seat plan

     

    ผู้โดยสารที่เดินทางโดยเครื่องบินมักจะมีอาการหงุดหงิด เมื่อต้องนั่งติดกับทารกที่ร้องไห้งอแงตลอดทาง ซึ่งเป็นปัญหาสำหรับผู้โดยสารเครื่องบินมาเนิ่นนาน แต่ตอนนี้สายการบิน Japan Airlines (JAL) ได้เปิดบริการเครื่องมือใหม่ ที่ช่วยให้ผู้โดยสารเครื่องบินสามารถหลบทารก เมื่อจองที่นั่ง

    “ผู้โดยสารที่เดินทางพร้อมเด็กที่มีอายุระหว่าง 8 วัน- 2 ปี ที่เลือกที่นั่งในเว็บไซต์ JAL จะมีไอคอนเด็ก (Child Icon) แสดงบนที่นั่งในหน้าจอเลือกที่นั่ง”

    แม้เป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย แต่เป็นประโยชน์สำหรับนักเดินทางที่ต้องการพักผ่อนตลอดการบินเป็นอย่างมาก เพราะรู้ได้ว่าอาจมีเด็กนั่งอยู่ที่นั่น

    Credit ภาพ: https://indianexpress.com/article/trending/trending-globally/japan-airlines-introduces-baby-mapping-feature-to-track-babies-on-board-6035990/

    2.HEINZ แก้ปัญหาระดับโลกเรื่องการเทซอสด้วยการปรับองศาสติกเกอร์เพียงนิดเดียว

    Image result for heinz pour perfect bottle

    แทบทุกคนที่บริโภคซอสมะเขือเทศแบบขวดเทจะต้องเคยประสบปัญหาการเทซอสไม่ออก โดยเฉพาะยักษ์ใหญ่ของวงการอย่าง Heinz ก็คงได้รับเสียงบ่นมาจากลูกค้าไม่น้อย จึงปรับสติกเกอร์หน้าขวดและคอขวดให้เอียงผิดปกติ เพียงแค่ลูกค้าเอียงขวดให้สามารถอ่านสติกเกอร์หน้าขวดและคอขวดได้ นั่นจะเป็นองศาและมุมที่ซอสจะออกมาได้อย่างง่ายดายที่สุด ถือเป็นวิธีการแก้ปัญหาน้อยแต่มากและชาญฉลาดเสียจริงๆ

    Credit ภาพ: https://adage.com/creativity/work/heinz-pour-perfectly-bottle/2194681

    3.Grab Kitchen กับโมเดลฟู้ดคอร์ตในมือถือคุณ

    Image result for grabkitchen thailand

    เมื่อก่อน ลูกค้าที่ใช้บริการ Grab Food อาจจะมีทางเลือกเพียงแค่ 1 ร้านในแต่ละออเดอร์ แต่ Grab Kitchen เป็นเหมือนโมเดลฟู้ดคอร์ตที่ลูกค้าสามารถสั่งอาหารได้หลากหลายมากขึ้น จากร้านอาหารที่ไม่จำเป็นต้องเป็นร้านเดียวอีกต่อไป แต่เป็นร้านในพิกัด Grab Kitchen เดียวกัน โดยในเบื้องต้นปูพรมเปิดตลาดในย่านสามย่านกับร้านอาหารชื่อดัง ที่รวม 12 ครัวย่อย 12 ร้านอาหารไว้ในตลาดสามย่านที่เป็นจุดส่งออกเพียงที่เดียว ซึ่งจะทำให้ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินกับอาหารที่หลากหลาย และสามารถเพิ่มยอดสั่งซื้อต่อออเดอร์ได้มากขึ้น เพียงย่อครัวใหญ่จากร้านดัง มาตั้งในพิกัดเดียวกันให้สะดวกต่อการจัดส่ง

    Credit ภาพ: https://www.grab.com/id/en/press/business/grab-buka-dua-dapur-delivery-only-baru-grabkitchen-dekatkan-masyarakat-indonesia-dengan-sajian-favorit-mereka/

    4.LPN ‘ความพอดีที่ดีกว่า’

    Image result for lpn ความพอดี

    ในสภาวะที่การแข่งขันรุนแรงและมีเจ้าตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ต่างประโคมความเหนือกว่าในหลากหลายมิติ ซึ่งลุมพินีเองก็มีจุดเด่นที่อาจจะสู้กับเจ้าตลาดได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย จึงปล่อยแคมเปญแนวคิดใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 10 ปี ‘ความพอดี’ โดยชูคอนเซปต์ ‘ความพอดีที่ดีกว่า’ กับความพอดีทั้ง 3 องค์ประกอบ ทั้ง ‘พอดีกับการออกแบบ’ ‘พอดีกับการใช้ชีวิต’ ‘พอดีกับการบริการที่ลงตัว’ ซึ่งถือเป็นการปรับเปลี่ยนวิธีการสื่อสารเพียงเล็กน้อยให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์และองค์กร เพราะผู้บริโภคยุคใหม่ก็ไม่ได้สนใจความล้ำยุคล้ำสมัย หรือฟังก์ชั่นที่ประโคมเข้ามามากมายที่เป็นผลทำให้ราคาของอสังหาริมทรัพย์สูงขึ้นเกินความจำเป็น แต่ลุมพินีเลือกนำเสนอให้พอดีในแบบที่ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขนั่นเอง

    Credit ภาพ: https://www.livinginsider.com/inside_topic/6572/1/Dream-Home-from-LPN.html

    จากกรณีทั้ง 4 จากหลายมุมโลก จะเห็นว่า บางทีการเปลี่ยนแปลงก็ไม่จำเป็นต้องเว่อร์วังอลังการ แต่บิดวิธีคิดและการนำเสนอเพียงเล็กน้อย ถ้ามันตรงใจผู้บริโภคก็เพียงพอแล้ว และถือเป็นการขับเคลื่อนแบรนด์อย่างชาญฉลาดในยุคที่การแข่งขันรุนแรงอีกด้วย

    🔥 Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน 🔥 โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซปต์แห่งอนาคตเราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์เพื่อให้ภาคธุรกิจรู้เห็น เป็นโอกาสในการสร้างประสบการณ์ให้กับแบรนด์ตัวเองต่อไป

    #FutureLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch
    #TrendFastTrack2019 #WisdomDrivetheFuture #Communication #BaramiziLab 

    Cover Credit: https://www.youtube.com/watch?v=GZhpHohvq2E

  • TREND FAST TRACK : LEVEL UP YOUR BRAND WITH VALUE CREATION

    TREND FAST TRACK : LEVEL UP YOUR BRAND WITH VALUE CREATION

    ช่วงเวลาของการดำเนินธุรกิจจะมีทั้งเริ่มต้น เติบโต เฟื่องฟู และบางช่วงที่ก็ทรงตัว ซึ่งอาจจะมองเป็นธรรมชาติของการทำธุรกิจอยู่แล้ว แต่เมื่อถึงช่วงที่ธุรกิจเข้าสู่ช่วงทรงตัวเจ้าของธุรกิจคงจะต้องเริ่มปรับกลยุทธ์วางแผนทิศทางของธุรกิจคุณแล้วว่าจะดำเนินธุรกิจต่อไปในทางไหน เพราะถ้าไม่ทำก็ต้องเตรียมตัวเข้าสู่ช่วงตกต่ำ ดังนั้นธุรกิจที่เข้าสู่ช่วงทรงตัวจึงต้องมองหาแนวทางการต่อยอดธุรกิจที่จะช่วยให้การทำธุรกิจเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการสมควรจะต้องเรียนรู้และหาแนวทางการต่อยอดธุรกิจที่เหมาะสมและสอดคล้องให้กับธุรกิจตนและวางแผนเพื่อก้าวเข้าสู่อนาคต  Trend Fast Track  เสิร์ฟร้อนประจำสัปดาห์ที่ของเดือนตุลาคม 2019 สัปดาห์นี้ ของนำเสนอTREND FAST TRACK : LEVEL UP YOUR BRAND WITH VALUE CREATION จะทำอย่างไรให้ธุรกิจสามารถหากลยุทธ์ต่อยอดให้ธุรกิจของคุณ  Level up เพิ่มขึ้นในอีกระดับ ซึ่งภาพรวมของช่วงนี้ธุรกิจหลายธุรกิจมองเรื่องของการวางกลุยทธ์ต่างๆ เพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีให้กับลูกค้ามากขึ้น ด้วยการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยี หรือปัจจัยต่างๆ ในการพัฒนาและสร้างสรรค์สินค้าหรือบริการใหม่ให้กับกลุ่มลูกค้าที่มีอยู่ในตลาด และเรามาดูกันว่าแต่ละแบรนด์ได้คิดวิธีการต่อยอดอย่างไรกันบ้าง 1.Hyundai กำลังจะร่วมสร้างตลาดรถยนต์บินได้

    [เกาหลีใต้] Hyundai Motor Group ไม่ต้องการที่จะพัฒนารถยนต์ตามปกติแต่ต้องการต่อยอดเพื่อเป็นผู้บุกเบิกนวัตกรรมรถยนต์ที่บินในอนาคต ซึ่ง Hyundai ได้เปิดหน่วยงานใหม่เรียกว่า Mobility Division เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการผลิตรถยนต์บินออกขาย หน่วยงาน Mobility Division นี้จะนำโดย Dr.Jaiwon Shin วิศวกรการบิน ซึ่งก่อนหน้ามาอยู่ Hyundai เขาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการวิจัยการบิน (Aeronautics Research Mission Directorate) ของ NASA ที่ดูแลโครงการเช่น วิจัยด้านการบินโครงการวิจัยเครื่องบิน X-plane ความเร็วเหนือเสียง, โครงการ The Electrification of Aircraft, โครงการ UAS Traffic Management และ Urban Air Mobility ซึ่งเป็นการพัฒนานวัตกรรมสำหรับการเดินทางทางอากาศที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ และการบริหารจัดการการจราจรทางอากาศล้วนเป็นเทคโนโลยีที่ Hyundai ต้องใช้เพื่อเป็นผู้นำในเรื่องการเดินทางทางอากาศในเมืองด้วยรถยนต์บิน ซึ่งทาง Shin คาดว่าธุรกิจเกี่ยวกับการเดินทางทางอากาศในเขตเมืองนั้นจะเติบโตจนมีมูลค่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายใน 20 ปีข้างหน้า และหลายบริษัทจะลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์บินมากขึ้น เช่น Uber, Kitty Hawk Corp อีกทั้ง Hyundai มองเห็นว่ารถยนต์บินได้จะเป็นวิธีการแก้ปัญหาการจราจรบนพื้นดิน เคลื่อนย้ายความแออัดไปบนท้องฟ้า การใช้งานรถยนต์บินได้ที่เราเห็นบ่อยครั้งในภาพยนต์ Sci-Fi กำลังจะใกล้เคียงความจริงขึ้นมากขึ้นทุกขณะ

    Credit ภาพ: Daniel Sambraus / Getty Images

    2. แบรนด์ Neo-Luxury ชื่อดังของเดนมาร์ก Ganni ประกาศเปิดตัวโครงการใหม่อย่างยั่งยืนชื่อว่า Ganni Repeat

    Ganni Repeat เป็นบริการที่ให้ลูกค้าสามารถเช่าเสื้อผ้าและ  Accessory เป็นระยะเวลา 1 ถึง 3 สัปดาห์ ข้อดีของบริการนี้คือ ลูกค้าสามารถเลือกลองแต่งกายแฟชั่นชุดสไตล์ Neo-Luxury หลากหลายรูปแบบ อีกทั้งเมื่อเสื้อผ้าถูกส่งคืนก็จะมีการทำความสะอาดอย่างมืออาชีพสำหรับลูกค้าในอนาคตให้เสื้อผ้าดูเหมือนใหม่ หรือถ้าผู้เช่าชุดของ Ganni Repeat เกิดความชื่นชอบชุดที่เช่าอยู่ก็สามารถซื้อสินค้าที่เช่าหากตัดสินใจต้องการที่จะเก็บไว้เป็น Collection ของคุณ

    Ganni เล็งเห็นความสำคัญของความยั่งยืน และการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในกระบวนการผลิตเสื้อผ้า ต่อยอดและขยายธุรกิจการเช่าชุดเพื่อสร้างวงจรชีวิตของเสื้อผ้าให้เกิดความคุ้มค่า ในรูปแบบ‘Rethink the way you refresh your wardrobe, rent on repeat.’ ซึ่งทำให้ลูกค้าสามารถที่จะเปลี่ยนสไตล์การแต่งกาย ถึงแม้ว่าการให้เช่าแฟชั่นเป็นอุตสาหกรรมที่จัดตั้งขึ้นมานานแล้ว แต่แนวคิด Rent the Runway ก็ทำให้ Ganni กำลังก้าวไปสู่ Circular Economy ด้วยการเปิดตัวบริการเช่าหรูหราในบ้าน

    Credit ภาพ: Ganni Repeat

     

    3. Sizzler พร้อมเสิร์ฟเนื้อทางเลือกอาหารแห่งอนาคต

    ซิซซ์เล่อร์ตอกย้ำคอนเซ็ปต์ ‘Sizzler Taste the Future’ ชูกลยุทธ์ออกสินค้าใหม่สร้างยอดขายเติบโตสวนตลาดร้านอาหารชะลอตัว จับมือ Green Monday พัฒนาเมนูใหม่ นำวัตถุดิบซึ่งเป็นเนื้อจากพืช 100% หรือเรียกว่า “Plant-Based Meat” มาใช้เป็นวัตถุดิบประกอบอาหาร 4 เมนู ได้แก่ 1. Beyond Steak With Pepper Sauce (บียอร์นสเต๊กซอสพริกไทย) ราคา 479 บาท 2. Omni Steak with Mushroom Sauce (ออมนิสเต๊กซอสเห็ด) ราคา 379 บาท 3. Beyond Caramelized Onion Burger (บียอร์นคาราเมลไลซ์ออนเนียนเบอร์เกอร์) ราคา 479 บาท และ 4. Beyond Chili Dog (บียอร์นชิลลีด็อก) ราคา 479 บาท โดยทุกเมนูรวมสลัดบาร์ ซุป และของหวาน ประเดิมก่อน 30 สาขา จับตลาดคนรักสุขภาพที่ให้ความสำคัญในเรื่องการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพ ซึ่งซิซซ์เล่อร์เป็นแบรนด์ร้านอาหารที่มุ่งเน้นในเรื่องของสุขภาพ สร้างประสบการณ์ที่ดีในเรื่องอาหารให้แก่ผู้บริโภค (Customer Experience) อีกทั้งยังมีแนวคิดมาจากเรื่องอาหารเพื่ออนาคต เพื่อเป็นส่วนหนึ่งให้โลกเติบโตอย่างยั่งยืน เนื่องจากปัจจุบันปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการดูแล ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่กำลังเป็นเทรนด์อยู่ตอนนี้ คือ เนื้อ ‘Beyond Meat ’ และ ‘Omni Pork’ ที่ทำจากพืช 100% ให้รสชาติและสัมผัสที่คล้ายเนื้อจริง โดยไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ จึงได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติว่าเป็นอาหารแห่งอนาคต

    Credit ภาพ: marketingoops

    4. หมดยุคขายแต่คาแรกเตอร์” LINE FRIENDS เสิร์ฟ “Customization” ตอบโจทย์ Unique คนชอบแตกต่าง!

    ประสบความสำเร็จจากการเปิดตัวคาแรกเตอร์ LINE FRIENDS จนครองใจผู้คนทั่วโลก ด้วยความน่ารัก สดใส ทำให้ LINE FRIENDS ถูกต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์หลากหลายมากกว่าการเป็นสติกเกอร์ใช้สื่อสารบนแพลตฟอร์ม LINE แถมล่าสุดความน่ารักของ LINE FRIENDS ได้ถูกต่อยอดสู่ “LINE FRIENDS CREATOR” เพื่อตอบเทรนด์ Customization อีกด้วย สำหรับ LINE FRIENDS CREATOR เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่เปิดให้ผู้สนใจเข้าไปปรับแต่งลวดลายได้ตามความชื่นชอบ โดยนำคาแรกเตอร์ LINE FRIENDS ทั้ง Brown, Cony, Sally และพองเพื่อน ทั้งยังมีรายละเอียดต่าง ให้เลือกประดับลงบนสินค้าที่ต้องการ ซึ่งมีทั้งเสื้อยืด เสื้อฮู้ด กระเป๋าผ้า และเคสสมาร์ทโฟน ตกแต่งกันได้อิสระตามใจชอบเลย ที่เว็ปไซต์ https://creator.linefriends.com/en/bnf/detail/93

    Credit ภาพ: Hypebae

    5.โค้กเตรียมวางขายเครื่องดื่มชูกำลังเป็นครั้งแรกในอเมริกา

    โค้กประกาศเตรียมวางจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังภายใต้ชื่อโค้ก โดยพร้อมออกวางขายสี่รสในต้นปีหน้า ทั้ง Original, Zero, Cherry และ Zero Cherry เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่เป็นคอเครื่องดื่มชูกำลังที่มีความเป็นแฟนโค้กไปด้วยกัน โดยวิจัยหาความต้องการอย่างละเอียดก่อนจะตัดสินใจวางขาย และเหตุที่เลือกรสเชอรี่เพราะเป็นโค้กรสชาติที่ได้รับความนิยมที่สุด นอกจากนั้นแล้ว ก็เตรียมจะวางจำหน่ายโค้กรสซินนามอน โค้กเชอรรี่วานิลลา และโค้กเชอรี่วานิลลาซีโร่อีกด้วย ทั้งนี้ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังน่าสนใจเพราะว่า มีการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 5% ต่อปี

    Credit ภาพ: Coca-Cola

    จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่าการต่อยอดธุรกิจด้วยการนำเสนอคุณค่าบางอย่างที่จะส่งมอบให้ลูกค้าเปรียบเสมือน Item ที่ช่วยให้การทำธุรกิจ Level up ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องเรียนรู้และหาแนวทางการต่อยอดธุรกิจของตนเองพิจารณาผลิตภัณฑ์หลักของตนเองอาจต่อยอดธุรกิจด้วยการออกผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง หรือคิดค้นแนวทางสร้างผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ออกมาเพื่อให้สอดรับกับธุรกิจของคุณได้อย่างลงตัว Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซปต์แห่งอนาคตเราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์เพื่อให้ภาคธุรกิจรู้เห็น เป็นโอกาสในการสร้างประสบการณ์ให้กับแบรนด์ตัวเองต่อไป #FutuerLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch #TrendFastTrack2019 #WisdomDrivetheFuture #Communication #BaramiziLab

  • TREND FAST TRACK : Fight Climate Change

    TREND FAST TRACK : Fight Climate Change

    เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมากระแสที่เป็นที่สนใจเป็นข่าวฮือฮาไปทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย คงไม่พ้นเด็กหญิงวัย 16 ปีชาวสวีเดนคนนี้ Greta Thunberg นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม ที่ได้กล่าวสุนทรพจน์ “How Dare You?” เพื่อเปิดการประชุม UN Climate Action Summit ที่นิวยอร์ก ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก เนื้อความของสุนทรพจน์มีประเด็นของการกระตุกจิตสำนึกของผู้นำโลกที่ใส่ใจแค่ตัวเลขเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ละเลยกับการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้นำในหลายประเทศ หรือกลุ่มธุรกิจรายใหญ่ทั่วโลกได้มีการ Action กันอย่างจริงจัง เพื่อตอบรับกระแสของปัญหาสิ่งแวดล้อม สำหรับ Trend Fast Track ในสัปดาห์นี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับแบรนด์ต่างๆ ที่ได้มีการปรับตัวเพื่อตอบรับกระแสของปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม และเลือกที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการลดการทำร้ายโลกเพื่อคนรุ่นต่อไป [ญี่ปุ่น] ‘Kitkat’ เมื่อเร็วๆ นี้ Nestlé ในประเทศญี่ปุ่นได้ปิ๊งไอเดียออกแพ็คเกจจิ้งใหม่สำหรับ KitKat แบบมินิ ซึ่งมีการเปลี่ยนจากพลาสติกเป็นกระดาษ แต่ไม่ใช่กระดาษธรรมดาทั่วไป แต่เป็นกระดาษ Origami ที่มาพร้อมกับคำแนะนำที่เมื่อทานเสร็จแล้ว ยังสามารถพับเป็นนกกระเรียน หรือสัตว์อื่นๆ ก็ได้ ถือว่าเป็นทิศทางที่น่าสนใจสำหรับ Nestlé เลยทีเดียวที่จะช่วยสร้างความยั่งยืน ในการใช้แพ็คเกจจิ้งที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพราะแม้จะเป็นการเปลี่ยนแพ็คเกจจิ้งจากพลาสติกของ KitKat เพียงแค่อย่างเดียว แต่ก็สามารถลดการใช้พลาสติกลงได้ถึง 380 ตัน/ปี credit: http://mentalfloss.com/article/601454/japanese-kitkat-wrappers-origami-paper [ญี่ปุ่น] ‘Uniqlo’ Fast Retailing เป็นบริษัทแม่ของ Uniqlo แบรนด์ฟาสต์ แฟชั่นชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น ได้ประกาศว่าเตรียมผลิตเสื้อผ้าที่ทำมาจากขวดพลาสติกที่ใช้แล้ว และนำมารีไซเคิลใหม่อีกครั้ง เป็นการทำงานร่วมกับ Toray Industries ผู้นำในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ พลาสติก และสิ่งทอต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่น อีกหนึ่งแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกที่มีนโยบายในเรื่องสิ่งแวดล้อม ที่เริ่มใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพราะผู้บริโภคเริ่มที่จะใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น มีแนวโน้มการตัดสินใจซื้อโดยมีความคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น Collection เสื้อผ้าที่ทำจากเส้นใยพลาสติกรีไซเคิลของ Uniqlo นั้น จะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อนปีหน้า ทาง CEO ของ Uniqlo มั่นใจเลยว่าสินค้าใหม่นี้จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีอย่างแน่นอน “คนหนุ่มสาว คนรุ่นใหม่ในยุคนี้ โดยเฉพาะชาวยุโรป มีความตระหนักในเรื่องของความยั่งยืน เรื่องสิ่งแวดล้อมมาเป็นพิเศษ มีความมั่นใจมากว่าสินค้าตัวนี้จะได้รับการตอบรับอย่างดี” Uniqlo มีแผนว่าจะใช้เส้นใยจากพลาสติกรีไซเคิลใหม่นี้กับไลน์สินค้ากลุ่ม Dry Ex ที่มีคุณสมบัติแห้งเร็วเป็นพิเศษ คาดว่าจะไปอยู่บนเสื้อกีฬาของ Roger Federer ซึ่งเป็นพันธมิตรกับทาง Uniqlo อีกด้วย credit: https://insideretail.asia/2019/09/27/uniqlo-to-launch-clothes-made-from-recycled-plastic-bottles/   [เกาหลีใต้] ‘Hyundai Motor’ บริษัท Hyundai Motor ร่วมกับ KT Develop ร่วมกันพัฒนาระบบ Fleet Management ที่ใช้งานกับรถบัสพลังงานไฟฟ้าโดยเฉพาะตั้งเป้าเสร็จสิ้นภายในปีนี้ โดยตัวระบบจะแจ้งข้อมูลแบบ Real-Time ในส่วนของตำแหน่งรถบัส, ระยะทางของแบตเตอรี่ที่มีสามารถวิ่งได้ไกลแค่ไหน รวมถึงประวัติการให้บริการว่าขับมานานเท่าไร ทั้งนี้ตัวข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งเข้ามาที่ศูนย์ควบคุมกลาง เพื่อให้ผู้ควบคุมมีข้อมูลในการตัดสินใจ ผ่านการคำนวนโดยระบบเพื่อให้การเดินทางของรถบัสมีประสิทธิภาพ และใช้พลังงานได้สูงสุด ทาง Hyundai แจ้งว่าการใช้ระบบนี้จะทำให้ผู้ขับขี่รถบัสพลังงานไฟฟ้าขับได้ปลอดภัย และลดอัตราเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุได้ดีกว่าเดิม เบื้องต้น Hyundai จะทยอยติดตั้งระบบนี้ในรถบัสพลังงานไฟฟ้าที่ให้บริการในกรุงโซลทั้งหมด 14 คันก่อน หลังจากนั้นจะกระจายไปยังเมืองอื่นๆ เพื่อครอบคลุมการใช้งานทั่วเกาหลีใต้ แสดงให้เห็นการใช้เทคโนโลยี IoT เพื่อบริหารจัดการรถบัสพลังงานไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี credit: https://www.koreatimes.co.kr/www/tech/2019/09/419_275614.html   [เดนมาร์ก] ‘Danish Crown’ บริษัทผลิตอาหารจากประเทศเดนมาร์กที่มุ่งเน้นที่เนื้อหมูและเนื้อวัวที่รู้จักกันในชื่อ Tulip Food Company เปิดตัวแบรนด์ใหม่ที่สอดคล้องกับการมุ่งเน้นเรื่องความยั่งยืนของอนาคตมากขึ้นภายใต้ชื่อ Danish Crown การเปลี่ยนโฉมครั้งนี้จะเน้นไปที่การสร้างการเชื่อมโยงที่ใกล้ชิดระหว่างผู้บริโภคและเกษตรกรเพื่อให้แน่ใจว่ามีความโปร่งใสและแหล่งที่มาเมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน เรื่องเล่าที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับอาหาร Danish Crowns ยังประกาศเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในครึ่งปีพ. ศ. 2573 ด้วยความพยายามที่จะบรรลุเป้าหมายนี้ บริษัท ได้จัดหาแหล่งใหญ่จากเกษตรกรด้วยใบรับรองความยั่งยืน credit: https://www.danishcrown.com/en/contact/media/news/danish-crown-presents-its-new-brand-identity   [สวีเดน] ‘Mc’Donald’ ในประเทศสวีเดน ปิ๊งไอเดียสร้างทางเลือกให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้มีสถานีชาร์จในสาขา Drive-Thru รวม 55 สาขาทั่วประเทศ ต้องบอกว่าเทรนด์ของรถยนต์ไฟฟ้ากำลังเป็นที่นิยมกันทั่วโลก เพราะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการใช้รถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ไม่ต้องการพึ่งพาพลังงานจากน้ำมัน ซึ่งเทรนด์นี้ก็เป็นที่นิยมอย่างมากในโซนยุโรปเช่นกัน ในประเทศสวีเดนได้มีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่จากการสำรวจก็พบว่า 48% ปัญหาของผู้ขับขี่ส่วนใหญ่จะบอกว่าหาสถานีชาร์จไฟฟ้ายาก ถ้ามีจุดชาร์จไฟฟ้าที่เยอะมากกว่านี้น่าจะทำให้มีคนใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นแน่นอน ที่นี้ทาง McDonald’s อยากของมีส่วนร่วมกับการแก้ปัญหานี้บ้าง โดยที่ได้ติดตั้งจุดชาร์จไฟฟ้าภายในสาขา โดยเริ่มต้นแห่งแรกตั้งแต่ปี 2009 จนถึงปัจุบันมีสถานีชาร์จไฟฟ้ารวม 55 แห่งทั่วประเทศในเขตสแกนดิเนเวีย โดยเป็นการติดตั้งในสาขาที่เป็นโมเดล Drive-Thru เป้าหมายต่อไปคือติดตั้งในทุกสาขาที่เป็น Drive-Thru นั่นเอง แต่ที่น่าสนใจไม่ใช่แค่การติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว McDonald’s ยังได้ดีไซน์ป้ายขึ้นมาใหม่ โดยที่มีช่องที่บอกอัตราค่าบริการชาร์จไฟเท่าไหร่/นาที และยังมีราคาเมนู Big Mac และชุด Happy Meal ทางด้านล่าง แสดงราคาโปรโมชั่นดึงดูดลูกค้าได้โดยไม่ต้องเปลี่ยน Print AD บ่อยเกินไปอีกด้วย credit: https://www.trendhunter.com/trends/electric-carcharging-stations   [แอฟริกาใต้] ‘Corona’ + Parley จับมือกับเพื่อส่งเสริมการรีไซเคิลขยะพลาสติกด้วยการสร้างภาพยนตร์ที่ให้คนเห็นความสำคัญของ ‘street surfers’ นักเก็บขยะที่มาพร้อมล้อเลื่อน ที่คอยเก็บและรีไซเคิลขยะ 2 ท่าน ชื่อ Mokete และ Thabo ผู้ที่คอยเก็บขยะให้กับเมือง Johannesburg มาโดยตลอด พวกเขารวบรวมขยะรีไซเคิลได้มากถึง 90% จากครัวเรือนในแอฟริกาใต้ ซึ่งก่อนหน้านี้ขยะภายในเมืองนี้ถูกนำกลับไปรีไซเคิลได้แค่ 10% เท่านั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้คลื่นที่นักโต้คลื่น ‘big wave surfer’ ชื่อดังอย่าง Frank Soloman ติดตามใช้ชีวิต 1 วันกับ ‘street surfers’ ทั้ง 2 ท่าน และปิดท้ายด้วยปัญหาขยะพลาสติกในทะเล credit: https://www.parley.tv/updates/2019/7/16/corona-x-parley-street-surfers https://www.shots.net/news/view/corona-parley-hit-the-streets-to-promote-plastic-recycling  Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน   โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยคอนเซปต์แห่งอนาคตและการออกแบบ เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launchออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์

    #FutuerLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch

    #TrendFastTrack2019 #WisdomDrivetheFuture