Author: admin

  • TREND FAST TRACK : E-COMMERCE TREND

    TREND FAST TRACK : E-COMMERCE TREND

    เมื่อไวรัสโคโรนาเป็นตัวการที่ทำให้รูปแบบการใช้จ่ายค้าปลีกของผู้บริโภคได้หยุดชะงักครั้งใหญ่ที่สุด ซึ่งส่งผลการเปลี่ยนพฤติกรรมของการเปลี่ยนช่องทางการจับจ่ายใช้สอยมาโลกออนไลน์มากขึ้น และหากมี Platform ไหนที่มีความน่าเชื่อถือยิ่งได้เปรียบ และแน่นอนว่าตลาด E-Commerce ยังคงมีการเติบโตจากสถิติหลายๆ ประเทศ เช่น การเติบโตของยอดขายอีคอมเมิร์ซในสหรัฐฯจะเพิ่มขึ้นเป็น 18.0% ในปีนี้ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ หรือแม้กระทั่งในเกาหลีใต้ ก็มี Platform ที่ชื่อว่า Coupan แบรนด์ E Commerce อันดับ 1 ในเกาหลีใต้ที่สร้งผลประกอบการดีไม่แพ้กัน หรือประเทศญี่ปุ่นก็เช่นเดียวกันที่พูดถึงว่า คนญี่ปุ่นต้องใช้บริการของ Rakuten อย่างน้อยหนึ่งอย่าง หรือฝั่งยุโรปเองหากดูจากสถิติ (ภาพด้านล่าง) ผลประกอบการก็มีการเติบโตต่อเนื่อง
    Source: Centre for Retail Research
    จะเห็นว่าโดยภาพรวมแล้วนั้นทิศทางของ E-Commerce มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะฉะนั้น Platform ใดที่มีความน่าเชื่อถือย่อมเป็นที่นึกถึงของกลุ่มเป้าหมาย และทำให้เหล่าแบรนด์ที่อยู่ภายใต้ Platform นั้นก็ถูกเป็นที่สนใจได้ง่ายไม้แพ้กัน เพียงแต่…. บทความนี้อยากจะเล่าถึงว่า ทำยังไงให้ประสบการณ์การซื้อของ E-Commenrce มีความเสมือนจริงมากที่สุด! ทางศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซปต์แห่งอนาคต บารามีซี่ แล็บ ได้เห็นแนวโน้มการใช้เทคโนโลยีนี้ที่มีใช้กันมากขึ้น คือ Augmented Reality (AR) 

    Augmented Reality เป็นเทคโนโลยีที่นำภาพเสมือน ที่เป็นรูปแบบ 3 มิติ จำลองเข้าสู่โลกจริงผ่านกล้องและการประมวลผลที่จะนำวัตถุมาทับซ้อนเข้าเป็นภาพเดียวกัน เราสามารถมองผ่านกล้องได้โดยตรงความจริงเทคโนโลยีนี้ไม่ใช่เพิ่งจะมี จริง ๆ มีการพัฒนามาตั้งแต่ปี 2010 แล้วและมีปรับปรุงรูปแบบพัฒนาความเสถียรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบัน AR เริ่มเห็นได้ชัดจากงานหลายอย่าง แต่ที่ชัดเจนสุดคือเกม Pokemon Go นั่นเอง ซึ่งในระบบ E-Commerce มีจุดที่ต้องระวังคือการที่ผู้บริโภคไม่ได้เห็นรายละเอียดของสินค้านั้นจริงๆ ทำให้ยากต่อการตัดสินใจซื้อ เทคโนโลยี AR (Augmented Reality) จึงเข้ามาช่วยในการตอบสนองให้ผู้บริโภคเห็นรายละเอียดสินค้า และกระตุ้นการตัดสินใจซื้อสินค้าได้มากขึ้น หรือแม้แต่การเล่าเรื่องราวของสินค้าผ่านเทคโนโลยี AR ก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ใหม่ที่ผู้บริโภคได้สัมผัส ทางทีม Baramizi Lab ได้ทำการ Spot Case Study จากทั่วโลก จะมีแบรนด์ไหนที่ริเริ่มการใช้ Augmented Reality E-Commerce ไปแล้วบ้างไปดูกันเลย

     

    [UK] Gucci unveils 1st global shoe try-on in Snapchat

    Gucci จับมือกับ Snapchat ในการลองเลนส์รองเท้า AR แบรนด์ระดับโลกตัวแรกของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย แบรนด์แฟชั่นสุดหรูให้การสนับสนุนเลนส์ Augmented Reality (AR) ที่ซ้อนทับรองเท้ารุ่นดิจิทัลบนเท้าของผู้ใช้สมาร์ทโฟนและแสดงปุ่ม “ซื้อเลย” สำหรับการซื้อทันที Gucci นำเสนอรองเท้าสี่สไตล์ในเลนส์ AR สองแบบโดยแต่ละคู่มีรองเท้าสองคู่ ได้แก่ Gucci Ace, Gucci Rhyton, Gucci Tennis 1977 และ Gucci Screener ให้ผู้คนได้ลองสวมรองเท้าก่อนตัดสินใจซื้อ การเปิดใช้งานดังกล่าวทำให้แบรนด์หรูมีโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคที่ไม่สามารถเยี่ยมชมร้านค้าในภูมิภาคที่ห้างสรรพสินค้าและห้างสรรพสินค้ายังคงปิดอยู่เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา

    Credit https://www.mobilemarketer.com/news/gucci-unveils-1st-global-shoe-try-on-in-snapchat/580766/

    [USA] Kanye West has collaborated with Nick Knight on an immersive retail environment for Yeezy Supply.

    https://youtu.be/DSD7EAzDXEk   เว็บไซต์ Yeezy อนุญาตให้ลูกค้าทดลองใช้การจัดแต่งทรงผมและสำรวจเรื่องราวเบื้องหลังของโมเดล ของเล่นเพื่อความงามด้วย Nostalgia ที่มีรูปภาพขนาดใหญ่เป็นชั้น ๆ และหลีกเลี่ยงโทนสีดำและสีขาว กระตุ้นการซื้อสินค้าด้วย Model ที่เหมือนอยู่ในโลกจริงๆ เว็บไซต์นี้มีห้องรอสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดควบคู่ไปกับนางแบบในชีวิตจริงที่ลองชุดเพื่อเรียกดูลูกค้า ในขณะที่โมเดล 3 มิติที่มีอยู่จำนวนมากบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซมีฟังก์ชันการใช้งานที่จำกัด

    Credit: https://www.itsnicethat.com/news/nick-knight-showstudio-kanye-west-yeezy-supply-website-redesign-digital-300620

    [THAI] “ดอยคำ” ปรับโฉม Line Official เพิ่มลูกเล่น AR เพื่อเข้าถึงเรื่องราว “เส้นทางสายมะเขือเทศ” “ดอยคำ” LINE Official มีอะไรใหม่บ้าง?

    ดอยคำเองเริ่มจาก Rich เมนูมีการปรับโฉมให้ดูสดใสและทันสมัยขึ้น เสริมด้วยลูกเล่นใหม่เทคโนโลยี AR ซึ่งจะแบ่งเป็นสองส่วนคือ มะเขือเทศที่รักและเกมงับมะเขือเทศ ก่อนใช้งาน AR เราจะต้องอนุญาตให้ใช้งานกล้องและเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวของมือถือก่อน สำหรับลูกค้าที่อยากสั่งซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ ก็สามารถสั่งซื้อผ่าน LINE Official ได้ทันที โดยการสั่งซื้อสินค้าจะแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรก LINE My Shop โดยจะอยู่ด้านบนที่อยู่ด้านล่างของหน้าจอ กดเข้าไปสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ทันที ซึ่งสินค้าที่อยู่ในร้านจะเป็น น้ำผักผลไม้สกัดเย็นพร้อมดื่ม ร้านอีกส่วนหนึ่งจะต้องกดเรียกเมนูขึ้นมา จากนั้นเราจะเห็นไอคอนของ LAZADA และ Shopee อยู่ด้านล่างสุด กดเข้าไปสั่งซื้อผ่านแพลฟอร์มที่ต้องการได้ทันที สินค้าในส่วนนี้จะมีหลากหลายทั้งน้ำผักผลไม้ เครื่องดื่มต่างๆ ผลไม้อบแห้ง

    Credit:https://www.dailygizmo.tv/2020/09/02/doikhum-line-official-new-look

     

    ในส่วนของบทความนี้ ทางทีม Baramizi Lab หวังว่าจะเป็นอีก 1 ไอเดียสำคัญที่จะนำไปต่อยอดและยกระดับช่องทางการขายสินค้า E-Commerce ให้กับแบรนด์ของท่านได้

     Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน   โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซปต์แห่งอนาคต เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์

    #FutureLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch #TrendFastTrack2020 #WisdomDrivetheFuture #ECommerce #Covid #Corona #AR #AugmentedReality

  • THE FUTURE SKILLS

    THE FUTURE SKILLS

    ทักษะแห่งอนาคตกับชีวิตการทำงาน ที่ไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งใด ทักษะเหล่านี้ก็จำเป็นต่อการขับเคลื่อนอนาคต ซึ่ง 3 ทักษะที่สำคัญนี้แต่ละตำแหน่งอาจมีมากน้อยแตกต่างกันไป แต่แน่นอนว่ายิ่งทักษะเฉพาะทางและเป็นที่ต้องการแห่งโลกอนาคต ก็ยิ่งจะเป็นที่สนใจขององค์กรเช่นกัน

    ทักษะด้านที่ 1 Hard Skill and Knowledge 

    ทักษะที่สามารถเรียนรู้ได้ โดยทักษะเฉพาะนี้จะเปลี่ยนไปตามอาชีพตามความถนัดเฉพาะด้าน ซึ่งทักษะด้านนี้หากองค์กรใดที่ใช้เป็นแบบ T Shape นั่นคือทักษะเส้นแนวตั้งนั่นเอง

    ทักษะด้านที่ 2 Human/ Soft Skill 

    ทักษะที่มีความซับซ้อน อีกทั้งความต้องการของทักษะนี้จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทักษะด้านนี้หากองค์กรใดที่ใช้เป็นแบบ T Shape นั่นคือทักษะเส้นแนวนอนนั่นเอง

    ทักษะด้านที่ 3 Meta Skill

    ทักษะเหล่านี้จะมีความซับซ้อนมากขึ้นไปอีก และเป็นสิ่งที่อาจจะต้องปรับพฤติกรรมตนเอง #Trend #FutureLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch  #WisdomDriveTheFuture  #FutureSkill  ——————  จัดทำโดย ศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซปต์แห่งอนาคต Baramizi Lab สามารถติดตามช่องทางอื่นๆ ของเราได้ที่  Spotify : Future Research Podcast  Youtube : Baramizi Channel  Mail : contact@baramizi.co.th  www.baramizi.co.th  
  • TREND FAST TRACK : TECHNOLOGY TREND

    TREND FAST TRACK : TECHNOLOGY TREND

    เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ในบางประเทศยังคงไม่คลี่คลาย ธุรกิจหลายภาคส่วนยังคงหยุดการติดต่อกันแบบ Offline อยู่ ทำให้การติดต่อสื่อสารกันทาง Online มีเพิ่มมากขึ้น และด้วยเทรนด์การพัฒนาของเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดดมากขึ้น ทำให้ผู้พัฒนา Platform ด้านต่างๆ พัฒนาการสื่อสารแบบ Virtual Reality ที่สามารถแสดงรายละเอียดได้สมจริงมากยิ่งขึ้น ผู้ใช้งานสามารถสัมผัสเพื่อพลิกดูรายละเอียดของผลิตภัณฑ์หรือข้อมูลต่างๆ ​ได้อย่างสมจริงครบทุกมิติ 360 องศา จากการ Spot Trend จากรอบโลก ทางทีม Baramizi LAB ได้เห็น Case Study กรณีศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับเทรนด์ “VR 360 GETTING MORE IMMERSIVE” ที่ใช้เทคโนโลยี Virtual Reality มาแสดงผลได้อย่างสมจริงมากขึ้น จะมีเคสไหนน่าสนใจบ้าง ไปรับชมกันเลยครับ

    [UK] Co-Creation within Gravity Sketch LandingPad Allows for Collective Work

    การระบาดของ COVID-19 บังคับให้มืออาชีพส่วนใหญ่ทำงานจากที่บ้านซึ่งต่อมาชะลองานจำนวนมากที่ต้องทำงานเป็นทีมดังนั้นการสร้างร่วมกันภายใน Gravity Sketch LandingPad จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยลดการเชื่อมต่อนี้ คุณลักษณะการทำงานร่วมกันภายในแพลตฟอร์มเสมือนจริง (VR) ช่วยให้สมาชิกในทีมสามารถทำงานร่วมกันในพื้นที่ดิจิทัลเพื่อออกแบบและแก้ไขราวกับว่าพวกเขาอยู่ในห้องเดียวกัน สามารถทำได้โดยเพียงแค่เข้าสู่ระบบด้วยชุดหูฟัง VR ทำให้ทุกคนสามารถเห็นรายละเอียดในทุกมิติของชิ้นงานมากขึ้น ทำให้การประชุมเป็นไปได้อย่างราบรื่น

    Credit: https://www.trendhunter.com/trends/gravity-sketch-landingpad

    [USA] VR FASHION SOW อนาคตของวงการแฟชั่น ที่เห็นรายละเอียดของวัสดุได้สมจริงมากขึ้น

    RYOT (โรงงานผลิตของ Verizon) และแฟชั่นเฮาส์หลายแห่งกำลังคิดค้นอนาคตของแฟชั่นต่อหน้าต่อตาเราด้วยนิทรรศการดิจิทัลทั้งหมดเนื่องจากข้อ จำกัด ที่เกิดขึ้นจากการระบาดทั่วโลกและ The Fabric Reality นำเสนอรูปลักษณ์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่สมจริง ให้รายละเอียดเเละมิติของผ้าที่ชัดเสมือนจริงมากยิ่งขึ้น และโต้ตอบได้สำหรับสิ่งที่อยู่ข้างหน้า นิทรรศการแฟชั่นจะจัดขึ้นในสภาพแวดล้อมเสมือนจริง ทำให้ผู้เข้าชมได้รับประสบการณ์ที่ไม่ต่างกับการเข้าชมแฟชั่นจริง Credit: https://www.trendhunter.com/trends/the-fabric-of-reality

    [UK].Igloo Vision สร้างประสบการณ์การประชุมแบบใหม่ เห็นกันได้ครบ 360 องศามากขึ้น

    ปัจจุบันการประชุมเปลี่ยนไปใช้ทางเลือกดิจิทัลโดยหลายทีมต้องเปลี่ยนไปใช้แพลตฟอร์มเช่น Zoom และ Microsoft เมื่อทำงานจากระยะไกล แม้ว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้สามารถทำหน้าที่เป็นโซลูชันที่สามารถเข้าถึงได้สำหรับการประชุมทีมและการโทรของลูกค้า แต่ก็ยังติดปัญหา เมื่อการประชุมที่เกิน 10 คนขึ้นไป ไม่สามารถเห็นผู้เข้าร่วมได้ทั้งหมด ภายใน 1 จอ Igloo Vision จึงนำเสนอจอประชุมแบบ 360 องศา ที่นำเสนอมากกว่าแพลตฟอร์มการประชุมทางวิดีโอแบบธรรมดาแทนที่จะผสานรวมแอปพลิเคชัน VR และเทคโนโลยีที่ใช้ร่วมกันซึ่งช่วยในการแสดงข้อมูลและข้อมูลเชิงลึกได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะของลูกค้าแต่ละราย Igloo Vision สามารถปรับใช้ส่วนประกอบได้หลากหลายตั้งแต่โครงสร้าง VR ที่ใช้ร่วมกันซึ่งมีขนาดและขนาดแตกต่างกันไป เครื่องมือสร้างรูปแบบการประชุมทางวิดีโอที่ดื่มด่ำซึ่งสามารถเชื่อมต่อผู้ชมหลายพันคนพร้อมกันหรือประสบการณ์ VR แบบสัมผัส

    Credit: https://www.trendhunter.com/trends/igloo-vision1

    [North America] Devolverland Expo งานโชว์เกมแบบดิจิทัลของ Devolver เปิดให้โหลดเล่นฟรีแล้วบน Steam

    Devolver Digital ได้เปิดให้ชาวเกมโหลด Devolverland Expo มาเล่นได้แบบฟรีๆ แล้วบน Steam Devolverland Expo คือ Marketing Simulator แบบมุมมองบุคคลที่ 1 ที่มีฉากหลังเป็นศูนย์การประชุมที่ถูกทิ้งร้าง หลังจากที่งานเกมประจำปีของ Devolver Digital ถูกยกเลิกไปอย่างลึกลับ คุณจะต้องหาทางเข้าไปในศูนย์การประชุมแห่งนี้ หลบหลีกระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อรับชมวิดีโอตัวอย่างเกมใหม่ต่างๆ ทั้งหมด และค้นหาความลับอื่นๆ ที่สูญหายไปจากการยกเลิกงานในครั้งนี้ Credit: https://store.steampowered.com/app/1283220/Devolverland_Expo/

    จากกรณีศึกษาข้างต้นนวัตกรรมเทคโนโลยี VR 360 ช่วยให้เราก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดของการสื่อสารมากขึ้น เห็นรายละเอียดที่สมจริงมากขึ้น ทำให้การทำงานนั้นพัฒนาก้าวไปไกลมากกว่าเดิม

    🔥 Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน  🔥 โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซปต์แห่งอนาคต เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์

    #FutureLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch#TrendFastTrack2020 #WisdomDrivetheFuture
  • TREND FAST TRACK : TOURISM TREND

    TREND FAST TRACK : TOURISM TREND

    อย่างที่ทุกท่านได้ทราบกันแล้วว่า การท่องเที่ยวไม่เฉพาะแค่ประเทศไทยเรา แต่เป็นทั่วทั้งโลกได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิดครั้งนี้เพียงใด ถึงแม้ว่าหลายประเทศจะมีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดได้เป็นอย่างดี หรืออย่างประเทศเราที่มีมาตรการ Travel Bubble (จับคู่ท่องเที่ยวระหว่าง 2 ประเทศที่มีสถานการณ์และมีความมั่นใจว่ามีความปลอดภัยจากเชื้อไวรัส Covid-19) แต่ก็ต้องยอมรับว่า ด้วยสถานการณ์ที่ยังไม่คลี่คลายดี ทำให้ไม่สามารถเปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้อย่างเต็มที่ ซึ่งส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวถดถอยและเศรษฐกิจภายในประเทศถดถอยไปมากทีเดียว และด้วยวิกฤตเช่นนี้ ภาคการท่องเที่ยวเคยเป็นฮีโร่ที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยไว้ แต่ปัจจุบัน กล่าวคือ แค่เพียงนักท่องเที่ยวภายในประเทศคงไม่สามารถช่วยประคองอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้คงอยู่ได้อย่างยั่งยืนเป็นแน่ นอกเหนือจากนักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างชาติ ยังมีอีก 4 กลุ่มเป้าหมายใหม่ที่น่าสนใจและจับตามอง ได้แก่
    1. นักท่องเที่ยวกลุ่ม MICE 
    2. นักท่องเที่ยวกลุ่มที่เข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์
    3. นักท่องเที่ยวกลุ่มที่เข้ามาใช้บริการ Medical and Wellness
    4. กลุ่มคนทำงานทางไกล (Remote Worker)
      สำหรับ Trend Fast Track สัปดาห์นี้ เราจึงอยากพาทุกท่านเจาะลึกไปดูกันว่า แต่ละประเทศมีมุมมองอย่างไร และมีวิธีการจัดการเพื่อเตรียมรับมือกับกลุ่มเป้าหมายใหม่อย่างไร ไปดูกันค่ะ   

    1. นักท่องเที่ยวกลุ่ม MICE

      ไมซ์ (MICE) ย่อมาจากคำว่า Meetings, Incentive Travel, Conventions, Exhibitions (หรือบางครั้ง C หมายถึง Conferencing และ E หมายถึง Events) ซึ่งได้พัฒนามาจากธุรกิจนำเที่ยว แต่นำเสนอบริการเป็นการจัดประชุม งานแสดงสินค้าต่างๆ เมื่อพูดถึง ‘อุตสาหกรรมไมซ์’ หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นหู แต่รู้หรือไม่ว่าอุตสาหกรรมนี้เป็นหนึ่งในธุรกิจบริการที่กำลังขยายตัวทุกปีอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจต่างๆ มากมาย มีมนต์เสน่ห์ของประเพณีและวัฒนธรรม ธุรกิจไมซ์จึงสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศปีละไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนล้านบาททั้งทางตรงและทางอ้อม   MICE  

    แนวโน้มการต้องเที่ยวจะเปลี่ยนจากการพักผ่อนหย่อนใจไปการรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มธุรกิจ

      สำหรับแนวโน้มในภาคธุรกิจหลัง Covid-19 แน่นอนว่าต้องหันมามองการท่องเที่ยวภายในประเทศให้มากขึ้น ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจำเป็นที่จะต้องปรับตัวครั้งใหญ่ในการปรับฐานลูกค้า ขาดนักท่องเที่ยวที่มาจากต่างชาติอย่างน้อยๆ ก็จนถึงสิ้นปีนี้เลยและเมื่อเปิดประเทศแล้วนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศจำเป็นที่จะต้องกักตัว 14 วัน นับว่าเป็นยากมากสำหรับนักท่องเที่ยวบ้านเรา เพราะเราไม่ได้มีวัฒนธรรมการท่องเที่ยวในแบบ 3 เดือน 6 เดือน เหมือนทางนักท่องเที่ยวฝั่งตะวันตก ซึ่งจำเป็นที่จะต้องรอวัคซีนและภาวะที่ทั้งโลกสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ ดังนั้นจึงเหลือเพียงกลุ่มท่องเที่ยวเชิงธุรกิจที่มีความจำเป็นท่องเข้ามาทำงานในประเทศไทยระยะเวลานาน ถึงจะคุ้มค่าที่จะถูกกักตัว 14 วัน ถึงแม้ช่วงนี้การประชุมแบบออนไลน์ผ่าน Platform ต่างๆ จะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และดูเหมือนว่ามันจะสามารถทำหน้าที่ทดแทนการประชุมแบบเจอหน้าได้เป็นอย่างดี แต่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าไม่ทั้งหมดหรอก การประชุมแบบเจอหน้ากำลังค่อยๆกลับมา CEO ของ BON Hotel ประเทศ South Africa กล่าวว่า สิ่งที่ออนไลน์ให้ไม่ได้คือ ประสบการณ์การ Networking จากการประชุม, ช่วงเบรค, ช่วงทานอาหาร ซึ่งข่าวดีสำหรับ ธุรกิจ MICE คือจะมีมาตรการผ่อนคลายเร็วๆ นี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องมี Guideline ความปลอดภัยอย่างรัดกุม เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับผู้เข้าร่วมนั่นเอง

     

    2. นักท่องเที่ยวกลุ่มที่เข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์

      ตลาดถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ นับเป็น 1 ในตลาดท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม (niche market) ที่มีบทบาทสำคัญต่อการดึงรายได้เข้าประเทศ เนื่องจากเป็นตลาดท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง และยังมีลู่ทางขยายตัวได้อีกมาก นอกจากนี้ การส่งเสริมตลาดถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศโดยเฉพาะภาพยนตร์เรื่องยาวฟอร์มใหญ่ที่ใช้เงินลงทุนจำนวนมากและใช้ดาราที่มีชื่อเสียงแสดงนำ ไม่เพียงแต่จะดึงรายได้จำนวนมากเข้าประเทศเท่านั้น ทว่ายังส่งผลดีต่อการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามาเที่ยวประเทศไทยด้วย โดยการสร้างจุดขายทางการท่องเที่ยวไทยเชื่อมโยงจากกระแสความนิยมภาพยนตร์ ให้ผู้ชมภาพยนตร์ทั่วโลกรู้จักและสนใจเข้ามาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น   G Travel Corporation: ภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทย Part 1

    การถ่ายทำภาพยนตร์จะกลายเป็น Trigger สำคัญ

    ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้กลับมาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

      ซึ่งเมื่อช่วงปีที่แล้ว กองถ่ายหนังเรื่อง Extraction ของ Netflix (ก่อนหน้านี้ใช้ชื่อว่า Dhaka) นำแสดงโดย คริส เฮมส์เวิร์ธ หรือที่รู้จักกันจาก ‘ธอร์ เทพเจ้าสายฟ้า’ หนังเรื่องนี้ยังเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงในวงกว้างว่า ฉากที่ใช้ถ่ายทำกว่า 80% คือฉากที่มาถ่าย ในประเทศไทยเมื่อปี 2019 ฝีมือทีมงานคนไทยกว่าร้อยชีวิตที่ตกแต่งโลเคชั่นในไทยให้เหมือนประเทศบังกลาเทศ แบบแนบเนียนชนิดที่คิดไม่ถึงเลยทีเดียวโดยไปถ่ายทำทั้งที่ราชบุรี ภูเก็ต และกรุงเทพฯ อีกด้วย   แน่นอนว่ากองถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่องถูกผลกระทบจากโควิดทำให้การถ่ายทำหยุดชะงัก อย่างเช่นเรื่อง  Nightmare Alley ที่กำลังถ่ายทำในประเทศแคนาดาอยู่ดีๆก็ถูกขัดจังหวะจากวิกฤต coronavirus ซะงั้น แต่ข่าวดีคือประเทศแคนาดาได้มีการเปิดประเทศ อนุญาติให้กองถ่าย Hollywood สามารถดำเนินการถ่ายทำภาพยนตร์ต่อได้ เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจและวัฒนธรรมภายในประเทศให้กลับมาฟื้นฟูอีกครั้ง จึงคาดว่าหนังน่าจะสามารถกลับมาถ่ายทำภาพยนตร์ในฤดูใบไม้ร่วงได้อีกครั้ง   

    3. นักท่องเที่ยวกลุ่มที่เข้ามาใช้บริการ Medical and Wellness

      การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ Medical Tourism เป็นอีกหนึ่ง Mega Trend ของประเทศไทย กระแสนี้เกิดขึ้นเนื่องจากคนที่มีรายได้สูง ต้องการคุณภาพทางการแพทย์ในระดับสูง การบริการแบบพรีเมี่ยม และราคาที่รับได้ ประเทศไทยจึงเป็นตัวเลือกที่ดี ในการเป็นแหล่งรักษาร่างกาย เนื่องจากมีหมอฝีมือดี โรงพยาบาลที่บริการเป็นเยี่ยม มีสถานที่ท่องเที่ยวให้เลือกหลายหลาย อยู่ในทำเลที่ง่ายต่อการเดินทางไปที่ประเทศอื่นต่อ และยังมีค่าครองชีพไม่สูงเลย ค่ารักษาก็ถูกมาก ถ้าเทียบกับประเทศต้นทางของผู้ที่มารักษาตัว   ประเทศไทยจึงมีความคิดที่จะเป็น Medical Hub หรือ ศูนย์กลางการรักษาสุขภาพแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    สุขภาพและความปลอดภัย จะกลายเป็นเกณฑ์อันดับแรกในการสร้างความเชื่อมั่นให้นักเดินทาง

     

    และด้วยวิกฤตการณ์ Covid-19 เป็นโอกาสที่ทำให้ประเทศไทยสามารถนำเอาจุดแข็งทางด้านการป้องกันการแพร่ระบาดโรคที่รวดเร็ว มาเป็นจุดขายเปิดรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้ามารักษาพยาบาล (Medical Tourism) ได้ นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีโครงสร้างพื้นฐานของจังหวัดที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีการสื่อสารและโรงแรมที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้จำนวนมากอีกด้วย

      Medical Tourism  

    4. กลุ่มคนทำงานทางไกล (Remote Worker)

      ผลจากมาตรการ Lockdown ในหลายๆประเทศ ทำให้เราต้องกักตัวอยู่ในบ้าน รวมถึงทำให้เกิดเทรนด์ Work from Home ที่เกือบทุกบริษัทต้องออกนโยบายนี้เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า คือ ให้พนักงานสามารถทำงานที่บ้านผ่านระบบออนไลน์ได้โดยที่ไม่ต้องเข้าออฟฟิศ ซึ่งเอาเข้าจริงการทำงานแบบ Work from Home ก็ไม่ได้ตอบโจทย์สำหรับทุกคน เนื่องจากสภาพแวดล้อมภายในบ้านที่ไม่อำนวยความสะดวก ขาดการพบปะสังคม เกิดความเครียด ขาดแรงกระตุ้น หรือรู้สึกแยกเวลาทำงานกันพักผ่อนไม่ออก สำหรับประเทศไทย โควิดอาจเป็นตัวเร่งให้เกิดเทรนด์ Work from Anywhere เร็วขึ้น เพราะเนื่องจากตอนนี้ประเทศไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และกว่าภาคการท่องเที่ยวภายในประเทศจะกลับมาสู่สภาวะปกติอาจต้องใช้เวลาเป็นปีๆ คําตอบเราตอนน้ี คือ ไทยเที่ยวไทย Work from Anywhere ของกลุ่มคนไทยจะช่วยให้ธุรกิจมีรายได้เข้ามา เร็วขึ้น แถมประเทศยังมีการลงทุนผ่านธุรกิจใหม่ อาทิ Co-working space ธุรกิจรถบ้าน VanLifers ทําให้คน ในพื้นท่ีมีงานทํา มีการใช้จ่ายกับร้านค้าท้องถิ่นเกิดเงินหมุนเวียนในชุมชน ยิ่งไปกว่านั้นหลายจังหวัดไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านกาแฟต่างๆก็มีการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับคนทำงานเพิ่มขึ้น ทั้งอินเตอร์เน็ต ปลั๊กเสียบสายชาร์ต เป็นต้น

    Work From Home สู่ Work from Anywhere

     
    โดยในปี 2019 มีกลุ่มชาวต่างชาติท่ีทํางานแบบ Work from Anywhere ได้ ที่เห็นชัดคือ กลุ่มที่ทํางาน แบบไร้ออฟฟิศ หรือ Digital Nomads มีจํานวนสูงถึง 25 ล้านคน ดังนั้น โลกหลังโควิด Work from Anywhere จะไม่จํากัดเฉพาะกลุ่มอาชีพอิสระอีกต่อไป แต่ขยายไปถึงกลุ่มพนักงานประจําได้ด้วย เนื่องจากในอนาคตพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ท่ีชอบความเป็นอิสระจะมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น มีความต้องการทำงานในที่ที่มีสภาพแวดล้อมที่ดีต้องสุขภาพจิตจากการสำรวจพบว่า พนักงานมากถึง 48% รู้สึกการทํางานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่กว่า 60% มีสุขภาพจิตดีข้ึนเมื่อทํางานนอกออฟฟิศ  
    Wythe Hotel by Industrious   [USA] โรงแรม Brooklyn’s Wythe ได้ร่วมมือกับ Industrious นักออกแบบสถานที่ทำงานเพื่อสร้างสำนักงานให้เช่า เปลี่ยนห้องพักให้เป็นห้องทำงานเพื่อรองรับผู้ที่ทำงานจากที่บ้านในช่วงการระบาดของโรคโคโรนาไวรัส เนื่องจากสำนักงานหลายแห่งยังคงปิดดำเนินการเนื่องจากข้อบังคับการปิดเมือง โครงการ Industrious at Wythe Hotel มีจุดประสงค์เพื่อให้พนักงานระยะไกลสามารถเข้าถึงพื้นที่ทำงานที่ยืดหยุ่นสะอาดและมีอุปกรณ์ครบครัน Wythe Hotel สำนักงานให้เช่ารายวันตั้งอยู่ในห้องนอนสไตล์ลอฟท์เก่าของโรงแรม ซึ่งสามารถเข้าถึงพื้นที่กลางแจ้งส่วนตัวได้ ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับผู้ใช้งานสูงสุดสี่คนมีทั้ง Wi-Fi การเข้าถึงบริการการพิมพ์ และสมาร์ททีวี เฟอร์นิเจอร์ในห้องนอนจะถูกแทนที่ด้วยนั่งหรือยืนโต๊ะไม้และเก้าอี้จาก rexford สร้างสมดุลระหว่างงานทางกายภาพและงานเสมือนจริง กว่าสถานการณ์การท่องเที่ยวจะกลับมาสู่ปกติอีกครั้งคาดว่าคงต้องใช้เวลาเป็นปีๆ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะอยู่ต่อได้หรือไม่ ถ้าเลือกจับกลุ่มเป้าหมายให้ถูก เข้าใจในสิ่งที่นักท่องเที่ยวยุคใหม่คาดหวัง  คาดว่าการจะทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวบ้านเรากลับมาอีกครั้งก็คงไม่ใช่เรื่องยากเกินกำลังค่ะ Credit : https://www.businesstoday.co/business/23/07/2020/ท่องเที่ยว-3/ https://www.bizcommunity.com/Article/196/373/206542.html https://www.dezeen.com/2020/07/24/wythe-hotel-offices-remote-working/ https://www.cicnews.com/2020/07/hollywood-can-resume-filming-in-canada-0715024.html#gs.c04ube https://positioningmag.com/27848 https://today.line.me/th/article/ให้ทาย+ซีนนี้ถ่ายที่ไหนในไทย+8+ภาพยนตร์ดัง+ที่เลือกใช้ประเทศไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำ+ซีนนี้มา-ZNL2nP http://www.investerest.co/economy/medical-tourism/ https://www.salika.co/2020/05/25/adapt-work-from-home-to-work-from-anywhere/ ชวนคิดนโยบายนอกกรอบ … Work from Anywhere” https://www.freepik.com/

    Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน  โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซปต์แห่งอนาคต เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์

    #FutureLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch #TrendFastTrack2020 #WisdomDrivetheFuture #Travel #Covid #Corona #Tourism

  • TREND FAST TRACK : TOURISM TREND

    TREND FAST TRACK : TOURISM TREND

    สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงของต่อการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก นักท่องเที่ยวต้องหยุดอยู่กับที่ และเว้นระยะห่างทางสังคมทำให้การท่องเที่ยวทั่วโลกต้องชะลอตัวหรือหยุดชะงัก จึงเกิดคำถามขึ้นว่า “อนาคตของการท่องเที่ยวจะเป็นอย่างไรต่อไป?” แต่พอหลังวิกฤตโควิด-19 ผ่านพ้นไป โฉมหน้าของการท่องเที่ยวก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นักท่องเที่ยวจะคำนึงถึงความปลอดภัย อีกทั้งแต่ละประเทศเองก็มีมาตรการในการจำกัดการเดินทางและการท่องเที่ยว ไม่เพียงแค่นั้นภาคเอกชนและผู้ประกอบการต่างๆ ก็พัฒนาสินค้าและการบริการต่างๆ ที่จะช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวในยุค New Normal สำหรับ Trend Fast Track สัปดาห์นี้จะพาทุกท่านเจาะลงไปศึกษาถึงมาตรการของแต่ละประเทศที่เปิดรับนักท่องเที่ยวว่ามีการจัดการอย่างไร ไม่เพียงแค่นั้นเรายังพบว่าผู้ประกอบการก็คิดวิธีการน่าสนใจในการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่อย่างไรบ้างไปดูกันครับ

    1. มัดจำไว้ก่อน กัมพูชาให้นักท่องเที่ยวจ่ายเงินค่าตรวจโควิด 1.3 แสนบาทก่อนเข้าประเทศ

    Photo by Anna Claire Schellenberg on Unsplash การท่องเที่ยวถือเป็นอุตสาหกรรมหลักที่ทำรายได้ถล่มทลายให้กับหลายประเทศ สำหรับกัมพูชาเฉพาะรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2018 ก็มีมูลค่าสูงถึง 4.35 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งการท่องเที่ยวมีความสำคัญต่อกัมพูชา เพราะทำให้เศรษฐกิจเติบโต สร้างงานและยังช่วยลดความยากจนด้วย หลังจากโควิด-19 ระบาดทั่วโลก ความคาดหวังว่าจะได้รายได้มากมายจากการท่องเที่ยวย่อมลดลง กัมพูชาพยายามแก้ปัญหาและป้องกันปัญหาหากมีคนเดินทาง จึงออกมาตรการ กัมพูชาให้นักท่องเที่ยวจ่ายเงินค่าตรวจโควิด 1.3 แสนบาทก่อนเข้าประเทศ เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นที่หลายสำนักข่าวให้ความสนใจ เพราะหาได้ยากยิ่งที่จะมีประเทศใดคิดเงินมัดจำล่วงหน้า เงินมัดจำนี้ ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศกัมพูชาต้องจ่ายเงินไว้ก่อนเข้าประเทศ เรียกว่า “Covid-19 deposit” จ่ายทันทีเมื่อเดินทางไปถึงกัมพูชา กัมพูชาระบุว่าเพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการตรวจโรคโควิด-19 การรักษาทางการแพทย์ และที่พักอาศัย เงินมัดจำนี้จะถูกหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดออกก่อนที่จะคืนเงินแก่ผู้เดินทางนั้นๆ อย่างไรก็ตาม เงินค่ามัดจำนี้อาจไม่แน่นอนนัก อาจผันแปรตามปัจจัยต่างๆ ที่เป็นไปตามเงื่อนไขการให้เข้าประเทศกัมพูชา กล่าวคือ หากมีผู้โดยสารคนใดในเครื่องบินลำเดียวกันมีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวก หมายความว่าทุกคนในเครื่องบินลำนี้จะต้องถูกกักกันโรคเป็นเวลา 14 วัน และอาจจะต้องจ่ายค่าตรวจโควิดเป็นครั้งที่สองด้วย Credit : https://www.traveller.com.au/coronavirus-and-travel-travellers-to-cambodia-will-have-to-pay-4300-covid-deposit-h1ot20

    2. บาหลีเปิดเกาะต้อนรับคนในประเทศให้ท่องเที่ยวได้แล้ว ส่วนต่างชาติเที่ยวได้ 11 ก.ย.

    บาหลีเร่งฟื้นธุรกิจท่องเที่ยว ประกาศเปิดเกาะต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว โดยจะเริ่มจากการต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวอินโดนีเซียให้สามารถมาพักผ่อนได้ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติซึ่งถือเป็นแหล่งรายได้หลักของเกาะบาหลี จะเริ่มเปิดให้เข้ามาเที่ยวในวันที่ 11 กันยายน นายวายัน คอสเตอร์ ผู้ว่าการเกาะบาหลี ย้ำว่า เกาะบาหลีจะดำเนินมาตรการเข้มงวด โดยเฉพาะการท่องเที่ยวแบบวิถีใหม่ (New Normal) เพื่อให้ปลอดภัยจากโรคโควิด-19 Credit : https://www.thejakartapost.com/news/2020/07/06/bali-holds-mass-prayers-for-reopening-from-coronavirus-lockdown.html?src=mostviewed&pg=news

    3. อินโดนีเซีย ชูมาตรการ “CHS” เปิดบาหลีรับนักท่องเที่ยว

    อินโดนีเซีย โชว์มาตรการ CHS สะอาด สุขภาพอนามัย ปลอดภัย รับนักท่องเที่ยว สไตล์ New Normal เปิด “บาหลี” นำร่องที่แรก ก่อนทยอยเปิดเมืองสำคัญ จาร์กาตาร์ ยอร์กยาการ์ตาร์ และบันยูวังงี ดึง 8 ประเภทธุรกิจเกี่ยวเนื่องท่องเที่ยว เปิดตัวมาตรการความปลอดภัยด้านสุขอนามัยระดับสากล โดยใช้ชื่อว่า CHS (Cleanliness, Health and Safety) Protocol เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการให้บริการด้านการท่องเที่ยวของอินโดนีเซีย โดยมาตรการดังกล่าวจะทำให้นักท่องเที่ยว มีความมั่นใจในความปลอดภัยด้านสุขอนามัย และยังคงได้รับประสบการณ์ที่ดี ของบริการทางการท่องเที่ยวของประเทศอินโดนีเซีย ทั้งนี้ มาตรการ CHS จะกำหนดแนวทางปฏิบัติและฝึกอบรมอย่างเข้มข้นแก่ผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวได้แก่ โรงแรมและที่พัก, ภัตตาคาร/ร้านอาหาร, สถานที่ท่องเที่ยว, ยานพาหนะ, สนามบิน, ห้างสรรพสินค้า, สนามกอล์ฟ, และร้านค้าของที่ระลึก มีการจัดทำแคมเปญรณรงค์และบังคับใช้มาตรการการการเว้นระยะห่างอย่างเข้มงวด โดยได้เริ่มใช้มาตรการนี้ที่บาหลีเป็นแห่งแรก เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเข้มข้น และได้ขยายไปสู่เมืองสำคัญอื่นๆ อาทิ จาร์กาตาร์ ยอร์กยาการ์ตาร์ และบันยูวังงี โดยในระยะต่อไปทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะมีการตรวจประเมินผลและออกใบรับรองให้แก่สถานประกอบการ Credit :  https://www.thansettakij.com/content/440222

    4. มาเลเซียทำข้อตกลงข้ามแดนกับสิงคโปร์ยุค COVID-19 ล่าสุดชวนออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ทำ Travel Bubble

    Causeway Singapore สิงคโปร์ มาเลเซียทำข้อตกลงข้ามแดนกับสิงคโปร์ยุค COVID-19 โดยจะอนุญาตให้ประชาชนถือใบผ่านแดนสิงคโปร์ระยะยาวสามารถเดินทางข้ามไปมา 2 ประเทศนี้ได้ ซึ่งสำหรับการข้ามผ่านแดนจะมีเงื่อนไขการตรวจเช็คสุขภาพของประชาชนที่เดินทางข้ามแดนของสิงคโปร์และมาเลเซียด้วย ขณะเดียวกันทั้ง 2 ประเทศยังเตรียมหารือข้อตกลงที่จะให้ประชาชนเดินทางข้ามไปมาอย่างอิสระหลังจากนี้ ขณะเดียวกันมาเลเซียเองเตรียมที่จะทำ Travel Bubble กับบรูไน และล่าสุดเตรียมชักชวนให้ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ทำ Travel Bubble ด้วย หรือประเทศอื่นๆ ที่ไม่มีการแพร่เชื้อ COVID-19 ภายในประเทศเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 28 วัน สำหรับ Travel Bubble คือมาตรการที่แต่ละประเทศ จะเปิดให้นักท่องเที่ยวระหว่างประเทศหรือเป็นกลุ่มประเทศสามารถเดินทางท่องเที่ยวระหว่างกันเหล่านี้ได้อย่างเสรี เนื่องจากประเทศหรือกลุ่มประเทศมีการจัดการผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศได้ดีพอๆ กัน ล่าสุดนายกรัฐมนตรีมาเลเซียมีแผนการที่จะให้ประชาชนในอาเซียนสามารถเดินทางไปมาหาสู่ได้อย่างอิสระ เพื่อที่จะเกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจระหว่างกัน หลังจากที่ประเทศต่างๆ ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ต่อเศรษฐกิจอย่างมาก โดยไอเดียข้างต้นดังกล่าวได้รับเสียงสนับสนุนจากสุลต่านบรูไน รวมไปถึงประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เป็นอย่างดี Credit : https://www.freemalaysiatoday.com/category/nation/2020/06/25/tourism-players-hoping-for-lifeline-from-singapore-brunei-travel/

    5.This Hotel Has a Robot Named Rosé That Will Deliver Wine to Your Room Without Human Contact Rosé the Robot

    การเปิดขวดไวน์และผ่อนคลายในโรงแรมของคุณเป็นวิธีที่ดีในการเริ่มต้นวันหยุดและที่ Hotel Trio ใน Healdsburg รัฐแคลิฟอร์เนียตั้งอยู่ใกล้กับโรงบ่มไวน์หลายแห่ง พวกเขามีวิธีที่พิเศษที่สุดในการเพลิดเพลินไปกับการดื่มไวน์เล็กน้อย Rosé the Robot เป็นบริกรหุ่นยนต์นวัตกรรมที่มอบประสบการณ์แบบไร้สัมผัสเมื่อส่งไวน์ถึงห้องของคุณ  หุ่นยนต์สามารถไปยังลิฟต์ได้อย่างง่ายดายและค้นหาห้องโดยไม่ต้องมีการแทรกแซงจากมนุษย์ แน่นอนไวน์เป็นส่วนหนึ่ง แต่ Rosé – แต่มันยังสามารถส่งของขบเคี้ยวผ้าเช็ดตัวพิเศษอุปกรณ์อาบน้ำและสิ่งที่คุณอาจต้องการระหว่างการเข้าพัก เมื่อผู้คนเดินทางอย่างช้า ๆ ด้วยการเดินทางท่ามกลางวิกฤต coronavirus ประสบการณ์และบริการที่ไม่ต้องสัมผัสกับคนอื่นจะกลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับโรงแรมและอุตสาหกรรมโดยรวม  ปัจจุบัน Hotel Trio เปิดให้บริการและนำนโยบายใหม่มาใช้เพื่อให้แขกและพนักงานปลอดภัยรวมถึงมาสก์บังคับและขั้นตอนการสุขาภิบาล หากคุณวางแผนที่จะเดินทางอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้โปรดมั่นใจได้ว่าโรงแรมกำลังทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อให้แน่ใจว่าคุณมีความอุ่นใจซึ่งรวมถึงรูมเซอร์วิส Credit : https://www.travelandleisure.com/food-drink/wine/rose-robot-room-service-hotel-trio-california

    6. Private experiences will offer a low-risk return to travel

    Sweet Bocas sits on a private island in the Unesco World Heritage Site archipelago known as Bocas del Toro in the northwest of Panama. ต้องการออกไปเที่ยว แต่ยังไม่พร้อมที่จะออกไปเสี่ยง Sweet Bocas ให้บริการบ้านพักตากอากาศเจ็ดห้องนอนบนเกาะส่วนตัวในหมู่เกาะที่รู้จักกันในชื่อ Bocas del Toro ซึ่งเป็นมรดกโลกของยูเนสโกทางตะวันตกเฉียงเหนือของปานามา ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 15 เอเคอร์พร้อมทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่เป็นอันดับสองในหมู่เกาะและฟาร์มที่ได้รับการปลูกอย่างเต็มที่ ก่อตั้งขึ้นโดย Annick Belanger ผู้ต้องการสร้างจุดหมายปลายทางหรูหราที่ยั่งยืนซึ่งให้ความเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโรคระบาดเกาะแห่งนี้ยังคงมีการกักกันอย่างเข้มงวดโดยมีเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 22 คนที่เหลืออยู่บนเกาะและใช้ระเบียบและความคิดริเริ่มเพื่อป้องกันการติดเชื้อ เมื่อปานามาเปิดให้บริการอีกครั้งวันที่กำหนดไว้ในปัจจุบันสำหรับวันที่ 22 มิถุนายน Sweet Bocas เสนอวิลล่าราคา $ 2,000 ต่อคนต่อคืนโดยมีแขกอย่างน้อยหกคนเป็นอย่างน้อยสี่คืน Sweet Bocas สามารถเข้าถึงได้โดยบริการเรือรับส่งส่วนตัวสั้น ๆ จากสนามบิน Bocas Del Toro และสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ทีมยังสามารถจัดเที่ยวบินส่วนตัวและจัดการเอกสารทั้งหมดก่อนเดินทางมาถึงเพื่อให้แน่ใจว่ามีการถ่ายโอนที่รวดเร็วผ่านศุลกากรปานามา “การท่องเที่ยวแบบส่วนตัวเป็นวิธีที่ดีที่สุด ระดับความปลอดภัยความยืดหยุ่นและการปรับแต่งที่สามารถนำเสนอให้กับกลุ่มเล็กๆ นั้นเป็นไปไม่ได้กับ บริษัท ทัวร์ขนาดใหญ่ และด้วยการที่ทัวร์ขนาดเล็กที่มีไกด์นำเที่ยวกำลังแพร่หลายกลายเป็นบรรทัดฐานการเดินทางทำให้ได้เห็นสิ่งต่างๆ มากขึ้น และสนุกมากขึ้น ” Credit : https://www.travelweekly.com/Luxury-Travel/Insights/Private-experiences-will-offer-a-low-risk-return-to-travel?ct=censoamerica

    7. This Double-decker Airplane Seat Could One Day Allow Everyone to Have Lie-flat Seats — Even in Economy

    Zephyr seat ‘ที่นั่งสองชั้น’ ดีไซน์ที่อาจจะมาเป็นอนาคตใหม่ของสายการบิน จากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้สายการบินอาจจะนำดีไซน์ของ Zephyr Seat พร้อมทำให้เป็นสองชั้นมาใช้ เพื่อที่จะเพิ่มความสะดวกสบายพร้อมเว้นระยะห่างระหว่างกัน โดยในตอนนี้ไอเดียนี้ถูกเริ่มพิจารณาจากสายการบินใหญ่ ๆ หลายรายแล้ว โดยการนั่งในรูปแบบนี้จะทำให้ผู้โดยสารในชั้น Economy Plus นั้นสามารถที่จะยืดขาได้อย่างเต็มที่ในพื้นที่นั่งของตัวเอง ดัดแปลงที่นั่งให้อยู่ด้านบนของอีกที่นั่งหนึ่ง ทำให้มันกลายเป็นที่นั่งสองระดับ และที่นั่งนี้ไม่ได้สูงจากพื้นดินอย่างที่หลาย ๆ คนคิด เพราะว่ามันสูงแค่สี่ฟุตจากพื้นเท่านั้น โดยคอนเซปต์นี้ได้ใช้พื้นที่ระหว่างที่นั่งแบบปกติไปถึงที่เก็บของเหนือศีรษะ ทำให้เกิดพื้นที่ในการวางขามากขึ้น รวมถึงพื้นที่ห่างระหว่างผู้โดยสารเช่นเดียวกัน ซึ่งดีไซน์นี้จะไม่ทำให้ทางการสายบินนั้นสูญเสียพื้นที่นั่ง แต่จะให้ความเป็นส่วนตัวกับผู้โดยสารชั้น Economy Plus มากยิ่งขึ้น    ที่นั่งแบบ Zephyr จะช่วยให้ผู้โดยสารชั้น Economy Plus นั้นเว้นระยะห่างทางสังคมได้ง่ายขึ้น เนื่องจากแต่ละที่นั่งจะแยกเป็นห้อง ๆ ออกไป และยังให้พื้นที่ 78 นิ้วในการนอนราบอีกด้วย Credit : https://www.travelandleisure.com/culture-design/architecture-design/double-decker-airplane-zephyr-seat-design

    8.ญี่ปุ่นเปิดบ้านผีสิงแบบ Drive-thru ขับรถลุยผีไม่ต้องสัมผัสตัวกันในช่วงโควิด

    Drive-Through Haunted House การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้พฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลกต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะในประเทศที่ยังมีการระบาดอยู่อย่างต่อเนื่องตอนนี้ ตัวอย่างเช่นประเทศญี่ปุ่นเอง ผู้คนก็ต้องปรับตัวใช้ชีวิตให้เข้ากับสถานบันเทิงด้วยวิธีการใหม่ ไม่เว้นแม้แต่ “บ้านผีสิง” เมื่อเร็วนี้ บริษัทออกแบบบ้านผีสิงของญี่ปุ่นที่ชื่อว่า โควาการะเซไต ได้สร้างบ้านผีสิงที่ไม่เหมือนใครในโลก เพราะนี่คือบ้านผีสิงแบบ “Drive-thru” ที่ทำให้คุณสยองขวัญได้แบบไม่ต้องกลัวผีมาสัมผัสตัว เพราะคุณเพียงแค่ขับรถไปเผชิญความหลอนเท่านั้น ในความเป็นจริงแล้ว สถานที่แห่งนี้คือ “ลานจอดรถร้าง” ที่ตั้งอยู่ในย่านฮิกาชิ-อาซาบุในกรุงโตเกียว หนึ่งในสถานที่สยองขวัญที่สุดในญี่ปุ่น และเมื่อคุณขับรถเข้าไปในบ้านผีสิงแห่งนี้ คุณสามารถฟังเรื่องเล่าสยองขวัญเพิ่มเติมได้มากขึ้นผ่านวิทยุในรถของคุณ ซึ่งเป็นระบบเดียวกับโรงภาพยนตร์แบบ Drive-inที่พีคสุดก็คือ คุณจะได้เจอกับเหล่าบรรดาภูติผีปีศาจและซอมบี้ ที่จะปรากฏตัวออกมาในบางจุดแบบไม่ทันได้ตั้งตัวอีกด้วย ความสยองนี้จะกินเวลารวมทั้งหมด 20 นาที เพื่อให้คุณได้ดื่มด่ำกับประสบการณ์ขนหัวลุกในแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน Credit : https://www.timeout.com/tokyo/news/japans-first-drive-in-haunted-house-will-open-in-central-tokyo-this-month-070120

    จาก Case Study  ที่กล่าวมาทั้งหมดเราจะพบว่ามาตรการต่างๆ ที่ถูกกำหนดขึ้นมาเพื่ออธิบายข้อตกลงระหว่างรัฐบาลที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวผ่านได้โดยก้าวข้ามข้อกำหนดด้านการกักตัวเฉพาะในประเทศคู่สัญญาไม่ว่าจะเป็น Travel Bubbles, การให้ความสำคัญกับความสะอาดปลอดภัย,  การให้หุ่นยนต์มาช่วย และการเว้นระยะห่าง , การออก Visa จำกัดพื้นที่ที่สามารถไปด้วยเพื่อจำกัดความเสี่ยง, หรือแม้แต่การจ่ายค่ามัดจำเพื่อสร้างหลักประกัน, ทั้งหมดนี้คือการสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว แต่ยังมองถึงความปลอดภัยกันคนในประเทศด้วย ซึ่งตอบสนองความต้องการการท่องเที่ยวของผู้คนใรูปแบบ New Normal  ดังนั้นกลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยวจะต้องเตรียมปรับตัวตามหากมนุษย์ยังคงอยากเดินทางท่องเที่ยวกันต่อไป

    🔥 Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน 🔥 โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยคอนเซปต์แห่งอนาคตและการออกแบบ เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launchออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์

    #FutureLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch#TrendFastTrack2020 #WisdomDrivetheFuture

  • TREND FAST TRACK : PROPERTY TREND

    TREND FAST TRACK : PROPERTY TREND

    เคยสงสัยกันไหมครับว่า การใช้ชีวิตในโลกยุคปัจจุบันและในอนาคต ที่มีการเปลี่ยนแปลงของสิ่งรอบตัวต่างๆ อยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ โรคระบาด สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ หากสิ่งต่างๆ เหล่านี้เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ เราจะต้องมีชีวิตอยู่กับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อย่างไรได้บ้าง เราคงจะนึกไม่ออกกันแน่ๆ ว่าถ้าสิ่งเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก แล้วสิ่งเหล่านั้นสามารถที่จะสร้างความอันตรายต่อการใช้ชีวิตหรือไม่ แล้วถ้าใช่ เราจะต้องมีชีวิตหรือปรับตัวกันอย่างไร

    สำหรับ Trend Fast Track ในสัปดาห์นี้เราทำการรวบรวมสิ่งที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ทำให้พบประเด็นที่โลกให้ความสนใจไปติดตามกันเลยครับ เราเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะพบกับปัญหาต่างๆ ของการอยู่อาศัยในช่วงการเปลี่ยนแปลงต่างๆของโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็น มลพิษ สภาวะโลกร้อน ปัญหาเชื้อโรคและการแผร่ระบาด ภัยธรรมชาติ ความคับแคบแออัดของพื้นที่อาศัย เป็นต้น ซึ่งยังไงก็แล้วแต่เราก็ยังคงต้องใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งเหล่านี้ต่อไป แต่เราจำเป็นต้องมีมุมมองการใช้ชีวิตที่ พัฒนา อนุรักษ์ อยู่ร่วมกับธรรมชาติและสภาพแวดล้อม เราจึงต้องปรับตัวเพื่อที่จะอยู่กับมันให้ได้ ในเมื่อเราจำเป็นที่จะต้องอยู่กับสิ่งต่างๆ เหล่านั้นแล้ว รูปแบบการใช้ชีวิตของเราในสังคมที่เราต้องปรับตัวอย่างไร วันนี้เรามีวิธีการปรับตัวกับสภาพแวดล้อมต่างๆ ในอนาคตที่จะทำให้เราได้อยู่กับสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน และลดการทำลาย ทั้งยังลดการก่อให้เกิดขยะของสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ซึ่งวันนี้เราสามารถแบ่งหัวข้อได้ตามนี้

    1. ECO Utopia

    2. Covidmosphere

    3. Blend Utopia

    ———————————-

    1. ECO Utopia คือรูปแบบการใช้ชีวิตแบบ ECO Utopia การใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติ ลดการเกิดขยะและทำลายธรรมชาติ เพื่อใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน

    [Czech] Dvele’s Modern Designs Can Be Customized to Suit Individual Needs

    Dvele บริษัท ออกแบบบ้านสไตล์หรูหราที่มีความเชี่ยวชาญในการสร้างบ้านสำเร็จรูป ซึ่งใช้วิธีสร้างอาคารแบบสีเขียว มีประสิทธิภาพและมอบประสบการณ์สุขภาพที่ดี บริษัท Dvele ได้ออกแบบภายในบ้านและใช้แปลนพื้นฐานที่คล้ายๆ กัน ทำให้สามารถลดปริมาณขยะจากการก่อสร้าง และส่วนเกินของวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ อีกทั้งยังมีความทนทาน และระวังถึงการรั่วซึมของน้ำเพื่อลดการซ่อมแซม

    และยังมีทางเลือกสำหรับโครงสร้างแบบพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งรวมถึงแผงควบคุมและที่เก็บแบตเตอรี่เพื่อให้สามารถใช้แหล่งพลังงานเชิงนิเวศได้ทันที

    Credit: https://www.trendhunter.com/trends/dvele1

      [Slovakia] Ecocapsule บ้านแคปซูลรักษ์โลก ผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ลม กรองน้ำจากน้ำฝนลำธารทะเลสาบ

    Ecocapsule เป็นผลงานการออกแบบของ Nice Architects บริษัทนักออกแบบสถาปัตยกรรม ในประเทศสโลวาเกีย ]ซึ่งผลงานชิ้นนี้ได้รับการตอบรับอย่างดี และหลายปีต่อมา โปรเจกต์ Ecocapsule ถูกแปลงจากผลงานออกแบบมาเป็นบ้านแคปซูลอย่างสมบูรณ์ในปี 2014

    บ้านแคปซูลพลังงานธรรมชาติ ใช้แหล่งพลังงานจากแบตเตอรี่ 9.7 กิโลวัตต์  ซึ่งหากใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว ก็เพียงพอสำหรับใช้ชีวิตราว 4 วัน แต่แบตเตอรี่สามารถชาร์จได้ด้วยพลังงานลมจากกังหันลม 750 วัตต์ และพลังงานแสงอาทิตย์  จากแผงโซลาร์เซลล์ 880 วัตต์ ถ้าหากใครอยู่ในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าแบบปกติ ก็มีระบบเชื่อมต่อไฟบ้านเช่นกัน นอกจากระบบไฟฟ้าพลังงานธรรมชาติ ภายในบ้านยังมีระบบกักเก็บน้ำที่สามารถกรองน้ำจากน้ำฝน หรือแหล่งน้ำธรรมชาติ ทะเลสาบ แม่น้ำ ลำธาร ได้อีกด้วย

    Credit: https://www.ecocapsule.sk/?fbclid=IwAR29Mre6oSNTKaS6Y3vqE84z08WoMwtrnPRdkaoC0HefGYh2hOUxzgz1nY8

     

    ‘Haus.me’ บ้าน 3D Printing แนวใหม่ อึด ถึก ทน รักษ์โลก

    ปัจจุบันเทคโนโลยีพิมพ์บ้านสามมิติ หรือ 3D Printing เริ่มเข้ามามีบทบาทต่อวงการสร้างบ้าน โดยเฉพาะต่างประเทศ ผู้คนสนใจการสร้างบ้านแบบนี้มากขึ้น เพราะประหยัดเวลาการก่อสร้าง ติดตั้งง่าย ไม่จำเป็นต้องมีความรู้หรือทักษะพิเศษในการสร้างบ้าน และยังแข็งแรงไม่ต่างจากการสร้างบ้านแบบดั้งเดิม อย่าง Haus.me บ้าน 3D Smart home ที่ผลิตโดยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ และโพลิเมอร์ซึ่งเคลมว่า เป็น ‘Zombie Proof’ แข็งแรง ปลอดภัย แม้เจอซอมบี้บุก

    Credit: https://haus.me/?fbclid=IwAR2jSwpqoX6pMekuKY3jBI6uq7QJknZIPQWzJw9qlDcaalHCM-Z2nv7qA3g

    2. Covidmosphere การปรับตัวและการเปลี่ยนแปลงของการใช้ชีวิตจากการแพร่ระบาดของโรค

    [Hungary] hello wood’s ‘workstation cabin’ offers a secluded, work-from-home module

    COVID-19 เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นตัวกระตุ้นให้แรงบันดาลใจความฝันของใครหลายๆคนที่อยากมีห้องทำงานส่วนตัวหรือมีพื้นที่ทำงานที่บ้านที่สบาย เงียบสงบ มีความเป็นสันโดษ เพื่อส่งเสริมการเกิดความคิดสร้างสรรค์ Hello Wood สตูดิโอจากประเทศฮังการีได้ออกแบบ ‘workstation cabin’ กระท่อมขนาดเล็กที่ออกแบบมาสำหรับใช้ทำงานในพื้นที่ที่เงียบสงบ เป้นส่วนตัว โดยสิ่งนี้จะทำให้ไม่ต้องเสียงบประมาณในการขยายบ้าน รวมถึงมีความยืดหยุ่นสูง สามารถติดตั้งที่ใดก็ได้ หรือปรับเปลี่ยนตามรูปแบบการใช้งานได้ตามความเหมาะสม เช่น เป้นห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือห้องรับแขก เป็นต้น ‘workstation cabin’ เป็นการออกแบบให้มีรูปทรงเรขาคณิตที่ซับซ้อน ภายในตกแต่งด้วยไม้สนธรรมชาติ มีหน้าต่างขนาดใหญ่ที่ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในสวนตลอดเวลา

    Credit: https://www.designboom.com/architecture/hello-woods-workstation-cabin-budapest-hungary-home-office-06-18-2020/

    [Mexico] a chaotic cluster of vibrant dwellings makes up the newly imagined sonora art village

    บ้านโซโนรา จาก moscow-based architecture การออกแบบร่วมกันของ davit and mary jilavyan ออกแบบเพื่อจัดระเบียบหมู่บ้านศิลปะโซโนราที่ออกแบบมาอย่างสนุกสนาน ด้วยแนวคิดที่จินตนาการใหม่โดยใช้สีสันที่สดใส และเข้ากับบริบททะเลทรายของเม็กซิโก ออกแบบโดยใช้รูปทรงเรขาคณิตที่เล็กที่สุด และการตกแต่งที่เรียบหรู ทำให้นึกถึงบ้านโซโนราที่เคยจินตนาการไว้ ทีมงานออกแบบได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างหมู่บ้านแบบครบวงจรในช่วงยุคการอยู่อาศัยที่เกิดจากการระบาดใหญ่ และความคิดเห็นที่สองโลกมีการเปลี่ยนแปลงมากมายในเวลานี้ แต่น่าเสียดายที่การเปลี่ยนแปลงหลายอย่างไม่ใช่เรื่องที่ดี ปีนี้เราทำงานกันหนักมาก นั่งแยกตัวเองล้อมรอบด้วยสี่กำแพงทำให้นักออกแบบเกิดความคิดในการสร้างหมู่บ้านทั้งหลังจากบ้านอย่างบ้านโซโนรา

    หมู่บ้านสร้างพื้นที่ที่มีสีสันซึ่งเชิญชวนให้หลบหนีจากความเป็นจริง พยายามเสนอสถาปัตยกรรมที่มีทั้งเรื่องของกาลเวลา และความแปลกประหลาด ใช้สไตล์ที่ใกล้เคียงกับการ์ตูน โดยใช้แนวคิดที่หมู่บ้านเป็นสถานที่ปลอดจากความอคติ ไม่มีการเหยียดเชื้อชาติ, การดูถูกผู้หญิง, การดูถูกเหยียดหยาม เพื่อสร้างบรรยากาศที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง และปลดปล่อยความยินดี, ความรัก, และความสุข

    Credit: https://www.designboom.com/architecture/sonora-art-village-davit-mary-jilavyan-mexico-06-22-2020/

     

    3. Blend Utopia คือ Blend Utopia คือการใชัชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ และอยู่กับธรรมชาติอย่างไร้รอยต่อ อีกทั้งยังส่งเสริมซึ่งกันและกัน

    [Italy] alfredo vanotti preserves and renovates farm building in italy to create ‘ca’ giovanni’

    สำหรับหลายคนหรือหลายครอบครัว อาคาร สิ่งของ หรือบางสิ่งบางอย่างที่เก่าแก่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความมีชีวิตเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นจริงๆ สถาปนิกชาวอิตาลี alfredo vanott จึงเกิดแนวคิดทำการอนุรักษ์และปรับปรุงโครงสร้างฟาร์มเก่าที่มาอายุเก่าแก่ตั้งแต่ต้นปี 1900 ซึ่งถือว่าเป็นอาคารฟาร์มที่มีคุณค่าทางอารมณ์เป็นอย่างมาก โดยได้ทำการรีโนเวตอาคารใหม่เพื่อคืนชีวิตให้กับวัดุในอดีต เก็บโครงสร้างเสา เพดานหิน และคอนกรีตแบบดั้งเดิมไว้ ส่วนที่เปิดโล่งได้มีการติดตั้งกรอบไม้ นอกจากนี้เขาได้ทำงานร่วมกับช่างฝีมือท้องถิ่นเพื่อออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่ทำขึ้นเอง รวมถึงเก้าอี้ตู้เสื้อผ้าและโคมไฟระย้าได้รับการบูรณะนำกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง

    Credit: https://www.designboom.com/architecture/alfredo-vanotti-farm-building-italy-ca-giovanni-06-21-2020/

    [China] stefano boeri architetti วางแผนเมืองป่าแนวตั้งสำหรับฮวงกังประเทศจีน

    สำนักงานเซี่ยงไฮ้ของ stefano boeri architetti ได้ออกแบบการพัฒนาเมือง 4.54 เฮกตาร์สำหรับเมืองหวงกังในมณฑลหูเป่ยของจีน ชื่อเรื่อง ‘easyhome huanggang city city complex’ โครงการนี้ประกอบด้วยอาคารห้าหลังอาคารสองแห่งเป็นที่อยู่อาศัยและได้รับการออกแบบเป็นป่าแนวตั้ง‘ – แบบจำลองของ stefano boeri สำหรับอาคารที่อยู่อาศัยที่ยั่งยืน โครงการได้รับการออกแบบเป็นการพัฒนาสีเขียวใหม่ที่สามารถรวมอาคารสำหรับที่อยู่อาศัยโรงแรมและพื้นที่เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ คอมเพล็กซ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ล้อมรอบด้วยถนนสามสายและแต่ละพื้นที่ทำงานที่แตกต่างกันเชื่อมต่อกับพื้นที่สาธารณะแบบเปิด

    ครงการนี้ได้รับการออกแบบโดย stefano boeri architetti ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวที่เป็นนวัตกรรมสำหรับเมืองโครงการนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการประจำวันของผู้อยู่อาศัยรวมถึงแขกชั่วคราวและนักท่องเที่ยว สถาปนิกกล่าวว่าอาคารพักอาศัยทั้งสองแห่งเป็นป่าแนวตั้งแบบใหม่ที่มีองค์ประกอบคานเท้าแขนที่ให้ความรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวไปยังส่วนหน้าของต้นไม้ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ การจัดเรียงที่ผิดปกติของระเบียงยังช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้อย่างอิสระทำให้ใบไม้กลายเป็นส่วนหนึ่งของส่วนหน้าของอาคาร

    Credit: https://www.designboom.com/architecture/stefano-boeri-vertical-forest-city-huanggang-china-06-03-2020/

    [China] สถาปนิกจีนออกแบบบ้านบนทางลาดชัน ด้วยการย้ายพื้นที่สวนขึ้นไปบนดาดฟ้า

    บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขาใกล้กับกำแพงใหญ่ทางตอนเหนือของปักกิ่งสตูดิโอ MDDM ได้เปลี่ยนอาคารเก็บผลไม้ใต้ดินเก่าให้กลายเป็นที่อยู่อาศัย สร้างขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ผ่านมาโครงสร้างที่มีอยู่ทำจากหินธรรมชาติและประกอบด้วยปริมาณเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า สถาปนิกได้ออกแบบอาคารใหม่เป็นส่วนเสริมของบ้านลูกค้าทางด้านทิศใต้ของสถานที่ซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้น ซึ่งบ้านหลังนี้ถูกตั้งอยู่บนพื้นที่ทางลาดชัน แต่เจ้าของบ้านก็ยังอยากใช้งานพื้นที่สนามหญ้าแบบเรียบๆ สถาปนิกจึงได้ออกแบบโดยย้ายพื้นที่สนามหญ้าขึ้นไปบนหลังคา ก็ทำให้ตัวบ้านนั้นดูเก๋ และสามารถใช้งาน Space ของสนามหญ้าได้จริง

    หลังคาใหม่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเพิ่มแสงธรรมชาติให้เข้ากับบ้านมากที่สุดโดยแทนที่โครงสร้างเดิมด้วยแผ่นคอนกรีตสองแผ่นซึ่งแยกออกจากผนังหินและตั้งที่ความสูงต่างกันสองระดับ การออกแบบนี้สามารถมอบให้บ้านดูทันสมัยแตกต่างจากบ้านใกล้เคียง แต่รวมเข้ากับสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ ในความเป็นจริงหลังคาดูเหมือนสวนสองแห่งที่ลอยอยู่เหนือกันและกันอย่างสมดุลด้วยกำแพงหินด้านล่างเช่นเดียวกับภูมิประเทศที่ลาดชันที่ล้อมรอบพล็อต ความสูงของหลังคาที่แตกต่างกันสร้างช่องว่างระหว่างกันซึ่งช่วยให้แสงธรรมชาติส่องผ่านบริเวณกลางอาคารได้มากขึ้นในขณะที่ปรับปรุงการระบายอากาศตามธรรมชาติในช่วงฤดูร้อน

    Credit: https://www.designboom.com/architecture/mddm-studio-house-great-wall-beijing-overlapping-green-roofs-06-09-2020/

    การเปลี่ยนแปลงของการอยู่อาศัยในอนาคต เป็นสิ่งที่ยังคงเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับเราในตอนนี้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงการอยู่อาศัยด้วยการลดการสร้างมลพิษและสภาวะโลกร้อน การอยู่อาศัยแบบโลกสีเขียวอย่างยั่งยืน หรือจะเป็นการเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตที่อยู่อาศัยในช่วงโรคระบาด กับการสร้างที่อยู่อาศัยที่ปรับตัวอยู่ได้ รวมถึงการอยู่อาศัยให้กลมกลืนกับธรรมชาติและยังพัฒนาส่งเสริมความเป็นธรรมชาติต่อไป ซึ่งการอยู่อาศัยที่กล่าวมานี้เป็นการอยู่อาศัยที่เกื้อกูลกับธรรมชาติมากขึ้น เพื่อให้มีโลกสีเขียวในอนาคตที่เพิ่มมากขึ้น

    Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน  โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซปต์แห่งอนาคต เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์

    #FutureLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch#TrendFastTrack2020 #WisdomDrivetheFuture

  • TREND FAST TRACK : AGING SOCIETY TREND

    TREND FAST TRACK : AGING SOCIETY TREND

    ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ทำให้คนทั่วโลกต่างระมัดระวังตัวเองเป็นพิเศษ และกลุ่มที่มีความเสี่ยงมากที่สุด คือ กลุ่มผู้สูงอายุท หลายๆ ประเทศมีมาตรการในการป้องกันความเสี่ยงนี้ ทำให้ต้องแยกผู้สูงอายุออกจากสังคมทั่วไปเพื่อป้องกันความเสี่ยง บางที่มีการแบ่งเวลาในการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุกับคนทั่วไป หรือบ้านสำหรับผู้สูงอายุหลายๆ ที่ก็งดการเข้าเยี่ยมของครอบครัว ทำให้เกิดสภาพจิตใจที่ถดถ้อยลงในกลุ่มผู้สูงอายุ สำหรับ Trend Fast Track ในสัปดาห์นี้เราจะพาไปดูว่าแต่ละประเทศมีการสร้างประสบการณ์ที่อบอุ่นของผู้สูงอายุ หรือมีการปรับตัวของผู้สูงอายุในสถานการณ์ของโรคระบาดนี้ได้อย่างไร [BRAZIL] Brazilian care home creates ‘hug tunnel’ so loved ones can embrace elderly relatives credit : https://edition.cnn.com/2020/06/18/americas/brazilian-care-home-hug-tunnel-scli-intl/index.html บ้านผู้ดูแลผู้สูงอายุในภาคใต้ของบราซิล เกิดวิธีที่สร้างสรรค์เพื่อนำความรักมาสู่ผู้อยู่อาศัยท่ามกลางการระบาดของโรคโคโรนาไวรัสโดยการสร้าง “อุโมงค์กอด” ที่อนุญาตให้ญาติ ๆ โอบกอดพวกเขาอย่างปลอดภัย ความคิดดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้วหลังจากวันแม่ไม่นานเมื่อพนักงานที่โรงงานของ Trigue Figueiras ในรัฐ Rio Grande do Sul สังเกตว่าผู้พักอาศัยบางคนรู้สึกแย่ “อุโมงค์กอด” มาจากวิดีโอไวรัสที่ผู้หญิงในสหรัฐอเมริกาสร้างม่านพลาสติกเพื่อกอดแม่ของเธอ อุโมงค์ประกอบด้วยแผ่นพลาสติกขนาดใหญ่ที่มีรูแขนสี่รูอยู่ติดกับทางเข้าของอาคารแห่งหนึ่ง รูหุ้มด้วยพลาสติก และให้ผู้เยี่ยมชมสามารถกอดที่คุณรักโดยไม่ต้องสัมผัสกับพวกเขาโดยตรง   [BRAZIL] In Brazil, the Elderly and Loved Ones Reunite, With a Little Ingenuity credit : https://www.usnews.com/news/world/articles/2020-06-02/in-brazil-the-elderly-and-loved-ones-reunite-with-a-little-ingenuity Dirce Villas Boas ผู้อาศัยในบ้านพักคนชราอายุ 93 ปีทางตะวันตกของเซาเปา ซึ่งเป็นเวลา 70 วันโดยไม่ได้พบกับลูกสาวของเธอจนกระทั่งสุดสัปดาห์นี้เมื่อทั้งคู่กอดกัน และเต้นด้วยกัน การระบาดใหญ่ของโรคโคโรนาไวรัสใหม่ยังไม่ถึงจุดสูงสุดในเซาเปาโลซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคร้ายแรงที่สุดในบราซิลซึ่งประชาชนเกือบ 30,000 คนเสียชีวิตจากไวรัส แต่ด้วยความเฉลียวฉลาดของนักธุรกิจท้องถิ่น Bruno Zani ทำให้ Villas Boas และ Dircyree ลูกสาวของเธอสามารถโอบกอดได้อีกครั้ง ทั้งสองถูกแยกจากกันโดยม่านพลาสติกโปร่งแสงที่มีรูสำหรับแขนของ Dircyree ซึ่งถูกห่อด้วยอุปกรณ์ป้องกัน   [ENGLAND] ‘The Social Contact Pod’ ช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ credit : https://www.trendhunter.com/trends/the-social-contact-pod จากการระบาดของ COVID-19 ทำให้ผู้สูงอายุจำนวนมากต้องถูกแยกตัวห่างจากครอบครัวและลูกหลาน Scott Brownriggs โดยร่วมมือกับ Ramboll และ Hoare Lea สร้าง ‘The Social Contact Pod’ เพื่อช่วยสร้างความปลอดภัยแก่สุขภาพและยังสามารถพบปะกับครอบครัวกันได้เหมือนเดิม ตัว Pod ประกอบได้ด้วยห้องว่างสองห้องถูกแบ่งแยกกัน ผลิตจากแผง CLT ที่ราคาไม่สูงมาก สามารถติดตั้งได้รวดเร็วสำหรับใช้งานและสามารถถอดแยกและรีไซเคิลได้ง่าย สิ่งนี้จะช่วยให้ครอบครัวยังปฏิสัมพันธ์กันได้เหมือนเดิม ในขณะเดียวกันผู้สูงอายุก็ยังคงสามารถพักรักษาตัวเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายที่ศูนย์ได้เหมือนเดิม   [SINGAPORE] 72 year-old runs Ukulele livestreams for seniors during Circuit Breaker credit : https://www.sgunited.gov.sg/stories/community-initiatives/ukelele-interest-group รู้กันว่าที่ประเทศสิงคโปรผู้สูงอยุหลายคนต่างพักอาศัยอยู่ด้วยตัวเอง Dick Yip ผู้ก่อตั้ง Serangoon Wellness Programme Ukulele Interest ที่เป็นกลุ่มของผู้สูงอยุที่มารวมตัวกันเพื่อเล่นดนตรีโดยใช้เครื่องดนตรีประเภท Ukulele ซึ่งต่อให้มีสถาการณ์ของโรคระบาด ผู้สูงอายุกลุ่มนี้ก็ไม่หยุดที่จะเล่นดนตรีร่วมกันโดยใช้เทคโนโลยีผ่านการ Conference ทำให้ผู้สูงอายุในสิงคโปร์ไม่ต้องเหงาอยู่บ้านคนเดียวในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นของ Covid-19  

       Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน    โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซปต์แห่งอนาคต เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์

    #FutureLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch#TrendFastTrack2020 #WisdomDrivetheFuture

  • TREND FAST TRACK : TECHNOLOGY TREND

    TREND FAST TRACK : TECHNOLOGY TREND

    เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบในวงกว้างมากขึ้น โดยในบางประเทศ มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นระลอกที่2 เพื่อเป็นการป้องกันและหลีกเลี่ยงโอกาสเสี่ยง หลายๆ ประเทศจึงต้องออกมาตรการ Social Distancing หรือการเว้นระยะของบุคคลเพื่อลดความเสี่ยงในการติดต่อระหว่างบุคคล ซึ่งประสบการณ์ด้านการสื่อสารในทุกรูปแบบที่เป็น Offline จะสามารถทำได้ยากขึ้น

    ด้วยเหตุนี้ทำให้ผู้บริโภคหันมาทำการสื่อสารกันผ่านตัว Platform กันมากขึ้นแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการสื่อสารแบบ Online ผ่าน Platform ยังมีหลายจุดที่ต้องปรับปรุงอีกมากมาย เมื่อเทียบกับการสื่อสารแบบ Offline ตัวอย่างเช่น ความล่าช้าในการสื่อสารใน Platform บางประเภท, การเกิดความผิดพลาดในการสื่อสาร (Miscommunication) เป็นต้น

    ด้วยเทรนด์การพัฒนาของเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดดมากขึ้น ทำให้ผู้พัฒนา Platform ด้านการสื่อสารต่างๆ ได้ใช้ AI (Arttificial Intelligence) เข้ามาแก้ปัญหาดังกล่าว และพัฒนาประสบการณ์การสื่อสารผ่าน Platform ให้ดียิ่งขึ้น รวดเร็วมากขึ้น แม่นยำมากขึ้น ลดการผิดพลาดในการสื่อสารให้น้อยลง

    จากการ Spot Trend จากรอบโลก ทางทีม Baramizi LAB ได้เห็น Case Study กรณีศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับเทรนด์ Contactless Intelligence Communication ซึ่งครอบคลุมทุกการสื่อสารตั้งแต่การสื่อสารแบบตัวต่อตัว (One to One Communication) เช่น ระบบ chatbot รวมไปถึงการสื่อสารแบบกลุ่มครอบคลุมไปถึงการสื่อสารสาธารณะ (Public Communcation) เช่น Virtual Exhibition & Conference เป็นต้น จะมีเคสไหนน่าสนใจบ้าง ไปรับชมกันเลยครับ

    [Mexico] ประเทศ Mexico พัฒนาระบบตอบคำถามเกี่ยวกับโรค Covid-19 ด้วย Chatbot อัจฉริยะ

    Microsoft Mexico แบ่งปันความคืบหน้าของหนึ่งในเครื่องมือใหม่ที่จะช่วยเผชิญกับความท้าทายที่พบบ่อยและต่อเนื่องในด้านสุขภาพใน COVID-19 โดยร่วมมือกับ บริษัท ที่เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาและการใช้งานผู้ช่วยเสมือน Chatbots อัจฉริยะในงานแถลงข่าว Microsoft เน้นว่าเป้าหมายด้านการดูแลสุขภาพคือการให้อำนาจแก่บุคคลและธุรกิจในการจัดการกับความท้าทายที่ซับซ้อนที่อุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพเผชิญอยู่ในปัจจุบันโดยการช่วยเหลือผ่านนวัตกรรมร่วมกันผ่านการร่วมมือกับลูกค้า

    ทีม Intelligent Chatbots นำโดย Fernando Galván ซีอีโอของ บริษัท ตัดสินใจใช้ความคิดริเริ่มในการสร้างเครื่องมือที่ใช้งานได้ ซึ่งสามารถแก้ไขคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ COVID-19 โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ ความท้าทายไม่ใช่แค่ ด้านเทคนิคแต่จำเป็นต้องรวมทีมที่ประกอบด้วย นักวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพื่อสร้างฐานความรู้ ที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลกศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคจากสหรัฐอเมริกาและรัฐบาลเม็กซิโกบริการไม่เสียค่าใช้จ่ายแก่ประชากรทุกคนที่ร้องขอ และได้รับการออกแบบพัฒนาและดำเนินการในระยะเวลาบันทึก 5 วัน; เครื่องมือนี้ทำงานผ่านการโต้ตอบตอบคำถาม และสามารถเข้าร่วมได้มากถึง 900,000 ข้อความค้นหาต่อวัน ผู้ใช้ส่งคำถามของเขาในประโยคเดียวและระบบค้นหาฐานความรู้เพื่อหาคำตอบที่เหมาะสมที่สุดรวมถึงระบบการวิเคราะห์ความเสี่ยงโดยใช้อัลกอริทึมสเปนของเว็บไซต์ coronamadrid.com

    Credit: http://www.latinamerica.tech/2020/06/12/mexicans-answer-questions-about-covid-with-technology/

      [Netherland] MessageBird Chatbot ระบบ ‘omni-channel’

    สาเหตุที่หลายๆบริษัทได้มีการทำ Chatbot แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรที่หลายๆ ที่คงประสบเหมือนกันนั่นคือ ลูกค้าของเรามักจะไม่สามารถอดทนรอการตอบกลับหรือทนรอคิวนานๆได้ จนเกิดการตัดสินใจปิดเว็บเบราว์เซอร์หรือแอปพลิเคชั่นลง ซึ่งกว่าจะถึงคิว ลูกค้าก็ลืมนึกถึงคุณไปแล้ว MessageBird จึงได้เปิดตัว “ Omnichannel Chat Widget ” วิตเจ็ตแชทสดแบบฝังตัวที่สามารถเชื่อมต่อการส่งข้อความได้ในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น  WhatsApp, Messenger, WeChat, Twitter, SMS, อีเมลและเสียงได้ทันทีสิ่งนี้จะช่วยให้ลูกค้าสามารถพูดคุยโต้ตอบกับคุณได้ในช่องทางอื่นๆที่ไม่ใช่แค่ในเว็บของบริษัทเพียงแค่ช่องทางเดียวช่วยให้บริษัทสามารถจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าและตอบสนองได้ดีขึ้นด้วย

    Credit: https://techcrunch.com/2020/06/10/omnichannel-widget/

      [USA] Moxie หุ่นยนต์เสริมทักษะพัฒนาการทางด้านอารมณ์ของเด็กยุค Alpha    

    Moxie หุ่นยนต์ที่น่ารักที่สุดที่ออกแบบมาสำหรับเด็ก ๆ สหายสร้างภาพเคลื่อนไหวที่มีการติดตั้ง AI และได้รับการสร้างขึ้นเพื่อช่วยให้เด็กพัฒนาความสามารถที่แตกต่างสังคม อารมณ์ และความรู้ความเข้าใจผ่านการเรียนรู้ผ่านการเล่นในชีวิตประจำวัน ให้เด็กต้องได้รับการพัฒนา ด้วยเทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่องจักรหุ่นยนต์สามารถรับรู้ประมวลผลและตอบสนองต่อการสนทนาทางธรรมชาติ การสบตา การแสดงออกทางสีหน้า และพฤติกรรมอื่น ๆ อีกทั้งยังสามารถจดจำผู้คน สถานที่ และสิ่งต่าง ๆ รวมถึงชุดรูปแบบการเรียนรู้ ตั้งแต่การเอาใจใส่ และความเคารพไปจนถึงการแก้ปัญหา ความคืบหน้า การพัฒนาของเด็กน ที่สำหรับผู้ปกครองสามารถตรวจสอบผ่านแอปและแผงควบคุม  ‘Moxie เป็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงเกมที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงวิธีการที่เด็กสร้างทักษะทางสังคมอารมณ์และความรู้ความเข้าใจ นอกเหนือไปจากการเพิ่มขึ้นของ Edu-play-tion แล้ว Moxie ยังบอกอีกว่าในโลกหลังยุค Covid รูปแบบใหม่ที่เข้ามาช่วยเติมเต็มช่องว่างทางสังคมให้กับเด็กในระหว่างที่เกิดการขาดปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์

    Credit: https://www.designboom.com/technology/moxie-embodied-kids-robot-yves-behar-05-15-2020/

      [Japan] Toshiba Corp. ได้พัฒนาระบบที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อทำ Subtitle แปลภาษาแบบเรียลไทม์ในคลาสเรียนออนไลน์

    ท่ามกลางการระบาดของโรค coronavirus ระลอกใหม่ที่เกิดขึ้นมาไม่นานมานี้ ทำให้มหาวิทยาลัยหลายแห่งและสถาบันการศึกษาอื่น ๆ ได้ทุกปิด และงดการเรียนการสอนในโรงเรียนทางรัฐบาลจึง ได้แนะนำการศึกษาออนไลน์ การสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อช่วยให้นักเรียนเข้าใจในชั้นเรียนออนไลน์กลายเป็นความท้าทายที่สำคัญเนื่องจากในคลาสเรียนในบางรายวิชา มีเนื้อหาการสอนเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้นักเรียนเองต้องปรับตัวเป็นอย่างมาก ทำให้โตชิบาผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักรรายใหญ่ของญี่ปุ่นจะทำการทดสอบการตรวจสอบและออกแบบระบบแปล Subtitle ภาษาพูด ที่ Keio University และ Hosei University โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ระบบใช้งานได้จริง และช่วยให้การสื่อสารระหว่างภาษานั้นเป็นไปได้ง่ายขึ้น ซึ่งในระบบนักเรียนสามารถเข้าชั้นเรียนออนไลน์ขณะที่เห็นคำบรรยายปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน คำบรรยายจะถูกบันทึกเพื่อให้สามารถใช้เป็นบันทึกชั้นเรียนได้

    Credit: https://www.japantimes.co.jp/news/2020/06/10/business/corporate-business/toshiba-real-time-subtitle-system-online-classes/#.XuXJUWozZhE

      [USA] THIN AIR จัดงานแสดงสินค้าดิจิตอลแห่งแรกของอุตสาหกรรม https://www.youtube.com/watch?v=01m__rB9rbY&feature=emb_logo

    Thin Air งานแสดงสินค้าดิจิตอลแห่งแรกของอุตสาหกรรมที่มีกำหนดเปิดตัวในวันที่ 15-17 กันยายน ผู้นำอุตสาหกรรมคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ของงานแสดงสินค้าเสมือนจริงนี้มาหลายปีและมีความพยายามในการจัดงาน แต่ในขณะที่ความพยายามเหล่านั้นส่วนใหญ่รู้สึกเหมือนการสัมมนาผ่านเว็บที่มีการโต้ตอบแบบเด็กๆ แต่Thin Air นั้นมีความแตกต่างที่เห็นได้ชัด ออกแบบมาเพื่อเลียนแบบประสบการณ์การแสดงเช่น ผู้ค้าปลีกกลางแจ้ง จนถึงรายละเอียดที่เล็กที่สุดเช่น การเดินผ่านโถงทางเดินของศูนย์การประชุม แนะนำตัวคุณกับผู้เข้าร่วมอื่น ๆ ทีม Gearmunk มีการจัดการเพื่อสร้างการแสดงดิจิตอลที่สร้างประสบการณ์ทางสังคมของเหตุการณ์ในบุคคลในทางที่น่าตื่นเต้นและมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง โดยให้ผู้เข้าร่วมที่ลงทะเบียนทุกคนจะต้องสร้างอวตารด้วยคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์เช่นเพศสีผิวส่วนสูงน้ำหนักและเสื้อผ้า หลังจากเข้าร่วมงานผู้เข้าร่วมประชุมซึ่งรวมถึงตัวแทนจาก 400 แบรนด์และผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อเกือบ 1,000 คนสำรวจโลกที่เปิดกว้างของการแสดงเดินผ่านบูธที่กำหนดโปรแกรมเองโถงแสดงนิทรรศการและพื้นที่เชื่อมต่อเครือข่าย ทุกอย่างมีชีวิต บูทนั้นมีพนักงานอยู่ในเวลาจริงโดยอวตารของตัวแทนแบรนด์

    Credit: https://www.snewsnet.com/trade-show/thin-air-digital-trade-show

      [UK] The Snap Partner Summit 2020 Introduced New Tools in a Dynamic Way  

    วิธีการนำเสนอผลงานแบบ Steve Jobs ของ Apple เป็นแบบอย่างสำหรับการนำเสนอเทคโนโลยีที่ยังคงติดตามมาจนถึงทุกวันนี้ และงาน Snap Partner Summit 2020 ซึ่งเกิดขึ้นได้จริงด้วยการใช้เทคโนโลยีแบบใหม่ ๆ เนื่องจากการประชุมสุดยอดถูกยกเลิกจาก COVID Snap จึงได้สร้างการนำเสนอแบบไดนามิกที่มีภาพที่น่าสนใจ โดยงานนำเสนอคำปราศรัยเสมือนจริงเปิดขึ้นแบบ Virtual พร้อมกับวิดีโอที่มีความสวยงาม

    Credit: https://www.trendhunter.com/trends/snap-partner-summit-2020

     

    จากกรณีศึกษาข้างต้นนวัตกรรม Contactless Intelligence Communication ช่วยให้เราติดต่อสื่อสารและทำธุรกรรมได้อย่างรวดเร็วง่ายดายและปลอดภัย และคาดว่าแนวโน้มนี้ จะเติบโตและมีการใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้นในปีต่อ ๆ ไป

    🔥 Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน  🔥 โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซปต์แห่งอนาคต เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์

  • TREND FAST TRACK: Tourism Trend

    TREND FAST TRACK: Tourism Trend

    แน่นอนว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในต่างประเทศ เป็นอันว่าต้อง ‘พักก่อน’ ไปจนกว่าภาวะที่โรค COVID-19 จะทุเลาเบาบางลง ซึ่งที่ผ่านมา ธุรกิจในโลกยุคใหม่ หากจะอยู่รอดได้ก็ต้องปรับตัวให้ทันเป็นธรรมดาอยู่แล้ว พอมาเจอวิกฤตครั้งใหญ่นี้ คิดแบบธรรมดาอาจจะไม่พอ แต่ต้องก้าวล้ำไปอีกขั้น

    วันนี้ Baramizi Lab จึงอยากจะนำเสนอมุมมองใหม่ๆ จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว จะเที่ยวแบบวันเดียวหรือแบบทริปหลายวันก็แล้วแต่ ที่สามารถปรับตัวให้มีโอกาสอยู่รอดได้ในสถานการณ์แบบนี้ และเป็นเคสที่น่าสนใจจนเราอดใจไม่ได้ที่จะขอหยิบมาให้ทุกคนได้เปิดไอเดีย หรือเป็นการเพิ่มทางเลือกสำหรับนัก(ชอบ)เที่ยวชาวไทยในช่วงต่อจากนี้ไป … ว่าแล้วก็ไม่รอช้า เราไปดูกันเลยครับ

     

    Areo นำเสนอเที่ยวบิน First-Class แบบ Contact-Free

    โลกหลัง COVID-19 ได้ส่งผลกระทบรุนแรงมาก การเว้นระยะห่างก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจที่ใช้จำนวนลูกค้าเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญอย่างอุตสาหกรรมการบินต้องปรับตัวครั้งใหญ่ และแน่นอนว่า เพื่อให้ธุรกิจสายการบินยังคงอยู่รอด Aero จึงเปิดให้บริการเที่ยวบินแบบ Semi-Private สำหรับนักเดินทาง โดยเป็นการบินกับเครื่องบิน ERJ135 ที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด เพื่อมอบประสบการณ์ New Normal ด้วยที่นั่งคุณภาพระดับ First Class ให้แก่ผู้โดยสารทั้งหมด 16 ที่นั่ง ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้นักเดินทางได้รับพื้นที่ห้องโดยสารส่วนตัวที่กว้างขวางกว่าเดิม ที่วางขาที่กว้างกว่าปกติ และเบาะที่หุ้มด้วยหนังคุณภาพสูงที่ได้การตัดเย็บด้วยมืออันหรูหราตลอดการเดินทาง นอกจากนี้เที่ยวบินยังมาพร้อมกับประสบการณ์การขึ้นเครื่องบินแบบไม่มีการสัมผัส (Contact-free) โดยการให้ผู้โดยสารไม่ต้องต่อแถวยาวเหยียดในอาคารผู้โดยสารเหมือนเคย และยังสนับสนุนมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมหลังจากเดินทางกลับอีกด้วย

     

    (Dubai) ไม่ต้อง ‘พัก(ในโรงแรมเหมือนแต่)ก่อน’ แต่ก็ ‘พักผ่อน’ ริมหาดได้เก๋ๆ

    ด้วยมาตรการ Lock Down ที่ถูกบังคับใช้ในทุกที่ทั่วโลก กระทบอุตสาหกรรมโรงแรมอย่างหนัก เช่นเดียวกับที่ Dubai จึงเป็นที่มาให้หลายๆ โรงแรมต้อง Re-Business กันยกใหญ่เพื่อดึงรายได้เข้าโรงแรมให้ได้มากที่สุด  โดยล่าสุดหลังจากมีข่าวว่าชายหาดจะสามารถเปิดได้ Hilton Dubai Jumeriah’s Wavebreaker Beach Club and Grill ก็ได้ออกมาประกาศ Daycation Deal ที่จะเริ่มต้นในเดือนมิถุนายนนี้ คือ ทางโรงแรมจะนำเสนอบริการที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงชายหาดส่วนตัวของโรงแรม โดยคิดค่าบริการคนละ 99AED ต่อคน (ประมาณ 800 กว่าบาท) และสามารถเลือกรับประทานอาหารสุดพิเศษที่โรงแรมจัดเตรียมไว้ให้ ทั้งเบอร์เกอร์ สลัด และอาหารสำหรับชาววีแกนที่ไม่เนื้อสัตว์ก็มี พร้อมด้วยการบริการที่ยอดเยี่ยมจากพนักงานทุกคนที่ผ่านการอบรมและอัปเดตมาตรการด้านความสะอาดอยู่เสมอ

    หมายเหตุ: นิยามของคำว่า Daycation ใกล้เคียงกับคำว่า One day trip หรือเที่ยวแบบวันเดียว

     

    Limited edition jeans in Japan

    เมื่อโรคโควิดระบาด คนจึงออกมาท่องเที่ยวนอกบ้านกันน้อยลง เรียกได้ว่ากระทบธุรกิจต่างๆ โดยทั่วกัน สวนสัตว์ North Safari Sapporo ในฮอกไกโดจึงออกแคมเปญ สร้างรายได้ใหม่ๆ ทดแทนรายได้ที่หายไปจากการเข้าชม ด้วยการให้จ่ายเงินสนับสนุนสวนสัตว์ (Donate/Contribute) หรือถ้าอยากจะร่วมกิจกรรม แต่งบประมาณไม่เยอะขนาดนั้น ก็สามารถเลือกสิ่งของจากสัตว์ชนิดอื่นในราคาที่ลดหลั่นลงมาก็ได้ เริ่มต้นเพียงไม่กี่พันเยนเท่านั้น หรือถ้าอยากจะเข้าถึงประสบการณ์พิเศษสุดๆ ก็สามารถขอเป็นหัวหน้าผู้ดูแลสัตว์ของสวนสัตว์ไปเลยก็ได้ 1 วันเต็มๆ เพียงสนับสนุน 100,000 เยน (ประมาณ 30,000 บาท)

     

    (Sweden) ห้องในโรงแรมไม่ได้ใช้ เปลี่ยนไปเป็นห้องอาหารส่วนตัวสำหรับลูกค้า

    โรงแรม Hotel Stadt ใน Lidköping ของประเทศสวีเดนเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการใหม่เพื่อตอบรับช่วงโควิด โดยการเปลี่ยนแปลงนี้จะเปลี่ยนห้องพักในโรงแรมให้เป็นที่นั่งทานอาหารให้กับผู้ที่มาใช้บริการ แยกเป็นกลุ่มก๊วนเล็กๆ ซึ่งสามารถได้รับประสบการณ์การรับประทานอาหารแบบใหม่ และเป็นส่วนตัว ซึ่งทางเจ้าของโรงแรม Klas Tryborn กล่าวว่า ยังคงอยากให้ประชาชนได้มีความสุขจากการรับประทานอาหารนอกบ้าน แต่ยังคงได้รับความปลอดภัยในช่วงเวลานี้ด้วย

    ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า หากธุรกิจมองว่าโรค COVID-19 ที่ระบาดอยู่ในตอนนี้ คืออุปสรรคสำคัญที่ทำให้ธุรกิจที่ลูกค้าต้องออกมานอกครัวเรือนต้องหยุดชะงักและไปต่อไม่ได้ เราก็จะไม่ได้เห็นการพลิกโอกาสในการท่องเที่ยวของภาคธุรกิจ ดังที่เห็นใน 4 เคสที่เรายกมาเป็นตัวอย่างนี้อย่างแน่นอน

    🔥 Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน  🔥 โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซปต์แห่งอนาคต เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์

    #FutureLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch #TrendFastTrack2020 #WisdomDrivetheFuture

     

     

    Credit content: https://aero.com 

    https://www.trendhunter.com/trends/semiprivate-flights

    https://www.hoteliermiddleeast.com/operations/front-of-house/food-beverage/117847-hilton-dubai-jumeirah-beach-club-unveils-daycation-offer

    https://soranews24.com/2020/06/06/sapporo-zoo-sells-lion-ripped-jeans-beaver-gnawed-coasters-and-more-to-stay-open-amid-covid/

    https://www.trendhunter.com/trends/hotel-stadt

    https://www.springwise.com/innovation/travel-tourism/stadt-hotel-popup-restaurants-coronavirus

  • TREND FAST TRACK : Fashion Trend

    TREND FAST TRACK : Fashion Trend

    อย่างที่ทุกๆ ท่านคงทราบกันดีว่า วิกฤตโรคระบาดได้สร้างผลกระทบเป็นวงกว้างให้กับโลกของเรามากแค่ไหน ภาคธุรกิจต้องเกิดการปรับตัวครั้งใหญ่ เนื่องจากเราไม่สามารถคาดการณ์ได้เลยว่าการแพร่กระจายของไวรัส Corona จะหมดไปเมื่อใด แต่ที่แน่ๆ หลังจากหมดช่วงโรคระบาดนี้ไป จากการที่ผู้คนต้องถูกกักตัวเป็นระยะเวลาอันยาวนาน การต้องป้องกันตัวเองจากโรคระบาดในยามที่ต้องออกไปใช้ชีวิตข้างนอก หรือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาอยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้น จะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคให้มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างแน่นอน จากที่เราทำการ Spot Trend จากรอบโลก ทำให้พบว่าในช่วง Covidmosphere ธุรกิจหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่เราจับตามองอยู่ก็คือ ธุรกิจแฟชั่น ซึ่งได้รับผลกระทบหนักมากจากสถานการณ์นี้ และเป็นผลกระทบที่ต่อเนื่องยาวนานมากกว่าหลาย ๆ ธุรกิจ ก็ได้เกิดการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ โดยมีการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การคิดค้นวัสดุหรือชุดที่สามารถสร้างความปลอดภัยให้กับร่างกาย หรือการปรับเปลี่ยนรูปแบบการโชว์คอลเลคชั่นเสื้อผ้าในรูปแบบใหม่ๆ ในยามที่ทุกคนต้องถูกกักตัว ซึ่งมีวิธีการนำเสนอภายใต้เทรนด์  “Fashion Innovation in COVIDMOSPHERE” ออกมาเป็น 2  รูปแบบดังนี้ 
    1. Life Occasion-based fashion
    2. Social Distancing Appearance
    ซึ่งทั้ง 2 รูปแบบจะมีไอเดียอะไรที่น่าสนใจบ้าง เรามาดูกันได้เลยค่ะ

    1. Life Occasion-based fashion : แนวโน้มการแต่งกายในแต่ละโอกาสในรูปแบบใหม่

    สถานการณ์โควิดทำให้ผู้คนต้องหันมาใช้งานอุปกรณ์หรือเครื่องแต่งกายที่ช่วยให้เรารู้สึกปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของไวรัส ซึ่งวิกฤตนี้ได้เป็นตัวผลักดันให้เกิดการพัฒนาเครื่องแต่งกายในรูปแบบใหม่ เนื่องจากผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจในเรื่องของความปลอดภัย และใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้น แต่การมีเครื่องป้องกันอย่างเช่น Face shield หรือ Mask อย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ด้านความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตและการแสดงออกถึงไลฟ์สไตล์เท่าที่ควร เราจึงได้เห็นการพัฒนาเสื้อผ้า เครื่องประดับที่มีการออกแบบมาเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถสวมใส่ได้ในแต่ละโอกาสได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น [USA] Production Club ออกแบบชุด PPE สำหรับเที่ยวผับหรือคอนเสิร์ตได้ในช่วงโรคระบาด Production Club บริษัท Startup ด้านการออกแบบจากประเทศสหรัฐอเมริกาที่อยู่เบื้องหลังการจัดคอนเสิร์ตครั้งใหญ่ของ Skrillex ได้คิดโปรเจคไอเดียสุดล้ำที่จะทำให้เราได้กลับไปเที่ยวคอนเสิร์ตและเข้าสังคมกันอีกครั้ง ได้เปิดตัวไอเดียชุดกัน Covid-19 ในชื่อว่า Micrashell เป็นเสมือนเกราะป้องกันไวรัส ป้องกันการติดเชื้อ ควบคุมง่าย ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์น่าสวมใส่นี้ ทำให้ชุดนี้ถือเป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยให้เราเข้าสังคมได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องระยะห่าง โดยชุดนี้จะถูกออกแบบภายใต้คอนเซปต์ที่ว่า จะต้องใช้งานง่าย ไม่ลำบาก ทำกิจกรรมได้ปกติโดยไม่ต้องถอดชุด ชุด Micrashell ยังมีระบบ Supply System ที่เชื่อมต่อกับกระป๋องบรรจุ (Canister) ช่วยให้ผู้สวมใส่ชุดสามารถดื่มเครื่องดื่มทั้งแบบมีส่วนผสมแอลกอฮฮล์ ไม่มีแอลกอฮอลล์ และสูบ (Vape) ได้จากชุดทันที นอกจากนี้ยังดูปริมาณเหลือของเครื่องดื่มหรือ vape ได้ผ่านการแจ้งเตือนจากไฟ RGB ที่ตัวกระป๋อง และที่สมาร์ทโฟนได้ด้วย Credit : https://www.dezeen.com/2020/04/29/ppe-suit-production-club-micrashell-coronavirus-design/   [India] Fitness-Tracking TOE-RINGS แหวนแต่งงานที่มีการผสมผสานอุปกรณ์เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพเข้ากับวัฒนธรรมของอินเดีย Mettis แหวนนิ้วเท้าที่มีการออกแบบให้ตอบโจทย์วัฒนธรรมยุคใหม่ของคนอินเดีย  แหวนนิ้วเท้านี้จะถูกมอบให้กับผู้หญิงเป็นของขวัญแต่งงานของอินเดียและยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพที่สอดคล้องกับเทรนด์รักสุขภาพที่กำลังมาแรงในขณะนี้ แหวน Mettis ยังคงความโดดเด่นในแง่ของการเป็นเครื่องประดับ มีการออกแบบให้มี 3 สี คือ Lunar Grey, Copper Mars และ Saturn Black มีระบบเซ็นเซอร์ที่ช่วยตรวจสอบสุขภาพของคุณ ไม่ว่าคุณจะเดินวิ่งออกกำลังกายหรือแม้กระทั่งว่ายน้ำ แหวนก็จะจับอุณหภูมิร่างกายและอัตราการเต้นของหัวใจของคุณทำงานเหมือนกับ smartwatch และอุปกรณ์สวมใส่ออกกำลังกาย Credit : https://www.yankodesign.com/2020/05/28/these-fitness-tracking-toe-rings-are-the-perfect-fusion-of-wearable-tech-and-indian-culture/   [UK] Reebok’s fitness mask หน้ากากสำหรับคนออกกำลังกายในฟิตเนส จากวิกฤตโรคระบาดทำให้พฤติกรรมการออกกำลังกายมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเล็กน้อย Reebok ได้ออกมาสนับสนุนแนวคิดนี้ด้วยการออกแบบหน้ากากสำหรับการออกกำลังกาย เพื่อตอบสนองการป้องกันและมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะ หน้ากาที่ถูกออกแบบมีต้นแบบทั้งหมด 3 แบบ คือ Sensorial Mask หน้ากากปิดปากที่มีการออกแบบให้เห็นริมฝีปากเพื่อสนับสนุนการแสดงออกทางอารมณ์และการสื่อสารได้แบบที่สามารถช่วยกรองอนุภาคเล็กๆได้, Immersion Mask มาส์กแบบครอบคลุมเต็มหน้า, Symbosis Mask มาส์กที่รวมเครื่องช่วยหายใจเข้าใจกับสารอินทรีย์ นอกจากนี้ในการออกแบบมาส์กยังคาดว่าจะสามารถเชื่อมต่อเข้ากับแอพบันทึกข้อมูลการหายใจและอัตราการเต้นของหัวใจได้อีกด้วย credit : https://www.fastcompany.com/90507362/reeboks-fitness-masks-are-proof-were-living-in-a-dystopian-hellscape   https://www.youtube.com/watch?v=NYSbF19GqCU [India] The Mask Printer หน้ากากหน้าคน สำหรับทำธุรกรรมการเงินธนาคาร Billu Sharma ช่างภาพมืออาชีพในประเทศอินเดีย ได้ผุดไอเดียทำหน้ากากหน้าคนขึ้นมา เพียงเพราะว่าตั้งแต่ที่ประเทศได้มีการ Lockdown ขึ้น ก็ทำเอาธุรกิจถ่ายภาพบุคคลเกิดปัญหาตามมานั่นเอง โดยปกติแล้ว พี่บิลลูนั้น เป็นช่างภาพและทำร้านถ่ายรูปด้วย เมื่อทางร้านต้องหยุดให้บริการลูกค้าลงจึงทำให้มีเวลามาคิดกับงานของตัวเองมาขึ้น โดยมีความคิดว่าในเมื่อขณะนี้ทุกคนต้องการใช้หน้ากากอยู่แล้วเราจะทำยังไงให้หน้ากากของเรานั้นมันยูนีค โดดเด่น เป็นหนึ่งเดียว ที่ไม่มีใครเหมือน และ ไม่เหมือนใคร Bill Sharma จึงคิดต่อว่าปัญหาของการใช้หน้ากากที่มีอยู่ในท้องตลาดนั้น มีอะไรบ้าง จึงได้เห็นปัญหาของการใช้หน้ากากแบบธรรมดา ซึ่งเป็นปัญหาต่อการระบุตัวตน ในการทำธุรกรรมด้านต่างๆ เช่น การไปทำธุรกรรมการเงินทางธนาคาร เป็นต้น สุดท้ายเลยเป็นไอเดียหน้ากากที่ลายหน้าคนจริงๆ วิธีทำหน้ากากหน้าคน คือเริ่มแรก เขาจะถ่ายรูปเจ้าของก่อนแล้วนำภาพไปปริ้นลงบนหน้ากาก แต่มีการตัดต่อช่วงบนออกไป ทำให้เหลือแค่ช่วงจมูกและปากเท่านั้น และขายที่ราคา 50 รูปีเองค่าเพื่อนๆกลับกลายเป็นหน้ากากที่ ได้รับความสนใจจากประชาชนเยอะมากจึงทำให้คุณพี่เขาสามารถหารายได้ได้ดีในช่วงนี้เลย credit : https://timesofindia.indiatimes.com/videos/city/chennai/corona-fashion-chennai-photo-studio-introduces-faceprint-masks/videoshow/75947223.cms

    2. Social Distancing Appearance : แนวโน้มของการนำเสนอแฟชั่นแบบรักษาระยะห่าง

    การที่ผู้คนต้องถูกกักตัวอยู่บ้าน ส่งผลกระทบต่อวงการแฟชั่นในหลายๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น การที่ลูกค้าไม่สามารถมาลองหรือเห็นเสื้อผ้าของจริงได้ แบรนด์ไม่สามารถจัดแฟชั่นโชว์เนื่องจากเป็นการรวมตัวของกลุ่มคน หรือการที่ผู้คนสวมใส่เสื้อผ้าที่แสดงออกถึงไลฟ์สไตล์น้อยลงเพราะไม่ได้ออกจากบ้านไปข้างนอก เราจึงเห็นหลายแบรนด์พยายามคิดค้นการนำเสนอคอลเลคชั่นเสื้อผ้าในช่องทางใหม่ๆ รูปแบบใหม่ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องใช้คนเป็นจำนวนมากในการถ่ายทำอีกต่อไป [Congo] Fashion Label ใช้โมเดล 3 มิติโชว์คอลเลคชั่นเสื้อผ้าใหม่ในช่วง Quarantine Anifa Mvuemba เปิดตัวโชว์คอลเลคชั่นใหม่ ที่ใช้ 3D models ใน IG ผ่านแบรนด์ Hanifa ของเธอ เป็นการเปิดตัวผลงานการออกแบบในช่วง Coronavirus ผ่าน Live Fashion ให้กับคนที่ต้องอยู่บ้านเพื่อลดการแพร่ระบาดของไวรัส เธอได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสารแฟชั่นว่าเธอทำงานมาเจ็ดเดือนเพื่อสร้างแบบจำลองที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์  ซึ่งคอลเล็กชั่นเสมือนจริงของ Hanifa ทำให้เราเห็นถึงเทรนด์แฟชั่นเฮ้าส์ในอนาคตที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ Credit : https://designtaxi.com/news/410046/Fashion-Label-Employs-3D-Models-To-Show-Off-Collection-During-Self-Quarantine/   [UK] Gucci ปล่อยแคมเปญ ‘No Photographer, No Problem’ สำหรับคอลเลคชั่น Fall/Winter การระบาดของโคโรนาไวรัสได้ผลักดันให้แบรนด์แฟชั่น Gucci ออกแคมเปญ Fall / Winter 2020-2021 ที่ไม่เหมือนใคร ในแคมเปญที่มีชื่อว่า ‘ No Photographer, No Problem’ แคมเปญนี้ถูกสร้างขึ้นในบ้านของนางแบบที่จะได้รับเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่เพื่อถ่ายแบบด้วยตนเองผ่านเทคโนโลยีที่มีอยู่ โดยผ่านการดูแลจาก Christopher Simmonds Gucci’s Art Director และ Alessandro Michele Creative Director ถือว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับนางแบบยุคใหม่ที่ต้องจัดการเสื้อผ้า หน้าผม แต่งหน้าด้วยตนเองทั้งหมด โดยปราศจากความช่วยเหลือใดๆ Credit : https://www.trendhunter.com/trends/no-photographer-no-problem

    จากกรณีศึกษาข้างต้น จะเห็นว่าเสื้อผ้าก็ยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่จำเป็นสำหรับผู้คนอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่รูปแบบความต้องการในตอนอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ความต้องการบางเรื่อง เช่น ความหรูหรา ความไม่ยั่งยืน อาจจะลดลง ในขณะที่บางสิ่งที่เมื่อก่อนไม่ได้มีความจำเป็นต่อชีวิต เช่น ความปลอดภัย ความสะอาด และความคงทน ในวันนี้กลับกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่แบรนด์ต้องคำนึงถึงแทน

    🔥 Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน  🔥 โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซปต์แห่งอนาคต เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์

    #FutureLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch#TrendFastTrack2020 #WisdomDrivetheFuture