1. นักท่องเที่ยวกลุ่ม MICE
2. นักท่องเที่ยวกลุ่มที่เข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์
3. นักท่องเที่ยวกลุ่มที่เข้ามาใช้บริการ Medical and Wellness
4. กลุ่มคนทำงานทางไกล (Remote Worker)
สำหรับ Trend Fast Track สัปดาห์นี้ เราจึงอยากพาทุกท่านเจาะลึกไปดูกันว่า แต่ละประเทศมีมุมมองอย่างไร และมีวิธีการจัดการเพื่อเตรียมรับมือกับกลุ่มเป้าหมายใหม่อย่างไร ไปดูกันค่ะ1. นักท่องเที่ยวกลุ่ม MICE
ไมซ์ (MICE) ย่อมาจากคำว่า Meetings, Incentive Travel, Conventions, Exhibitions (หรือบางครั้ง C หมายถึง Conferencing และ E หมายถึง Events) ซึ่งได้พัฒนามาจากธุรกิจนำเที่ยว แต่นำเสนอบริการเป็นการจัดประชุม งานแสดงสินค้าต่างๆ เมื่อพูดถึง ‘อุตสาหกรรมไมซ์’ หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นหู แต่รู้หรือไม่ว่าอุตสาหกรรมนี้เป็นหนึ่งในธุรกิจบริการที่กำลังขยายตัวทุกปีอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจต่างๆ มากมาย มีมนต์เสน่ห์ของประเพณีและวัฒนธรรม ธุรกิจไมซ์จึงสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศปีละไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนล้านบาททั้งทางตรงและทางอ้อม
แนวโน้มการต้องเที่ยวจะเปลี่ยนจากการพักผ่อนหย่อนใจไปการรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มธุรกิจ
สำหรับแนวโน้มในภาคธุรกิจหลัง Covid-19 แน่นอนว่าต้องหันมามองการท่องเที่ยวภายในประเทศให้มากขึ้น ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจำเป็นที่จะต้องปรับตัวครั้งใหญ่ในการปรับฐานลูกค้า ขาดนักท่องเที่ยวที่มาจากต่างชาติอย่างน้อยๆ ก็จนถึงสิ้นปีนี้เลยและเมื่อเปิดประเทศแล้วนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศจำเป็นที่จะต้องกักตัว 14 วัน นับว่าเป็นยากมากสำหรับนักท่องเที่ยวบ้านเรา เพราะเราไม่ได้มีวัฒนธรรมการท่องเที่ยวในแบบ 3 เดือน 6 เดือน เหมือนทางนักท่องเที่ยวฝั่งตะวันตก ซึ่งจำเป็นที่จะต้องรอวัคซีนและภาวะที่ทั้งโลกสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ ดังนั้นจึงเหลือเพียงกลุ่มท่องเที่ยวเชิงธุรกิจที่มีความจำเป็นท่องเข้ามาทำงานในประเทศไทยระยะเวลานาน ถึงจะคุ้มค่าที่จะถูกกักตัว 14 วัน ถึงแม้ช่วงนี้การประชุมแบบออนไลน์ผ่าน Platform ต่างๆ จะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และดูเหมือนว่ามันจะสามารถทำหน้าที่ทดแทนการประชุมแบบเจอหน้าได้เป็นอย่างดี แต่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าไม่ทั้งหมดหรอก การประชุมแบบเจอหน้ากำลังค่อยๆกลับมา CEO ของ BON Hotel ประเทศ South Africa กล่าวว่า สิ่งที่ออนไลน์ให้ไม่ได้คือ ประสบการณ์การ Networking จากการประชุม, ช่วงเบรค, ช่วงทานอาหาร ซึ่งข่าวดีสำหรับ ธุรกิจ MICE คือจะมีมาตรการผ่อนคลายเร็วๆ นี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องมี Guideline ความปลอดภัยอย่างรัดกุม เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับผู้เข้าร่วมนั่นเอง2. นักท่องเที่ยวกลุ่มที่เข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์
ตลาดถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ นับเป็น 1 ในตลาดท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม (niche market) ที่มีบทบาทสำคัญต่อการดึงรายได้เข้าประเทศ เนื่องจากเป็นตลาดท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง และยังมีลู่ทางขยายตัวได้อีกมาก นอกจากนี้ การส่งเสริมตลาดถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศโดยเฉพาะภาพยนตร์เรื่องยาวฟอร์มใหญ่ที่ใช้เงินลงทุนจำนวนมากและใช้ดาราที่มีชื่อเสียงแสดงนำ ไม่เพียงแต่จะดึงรายได้จำนวนมากเข้าประเทศเท่านั้น ทว่ายังส่งผลดีต่อการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามาเที่ยวประเทศไทยด้วย โดยการสร้างจุดขายทางการท่องเที่ยวไทยเชื่อมโยงจากกระแสความนิยมภาพยนตร์ ให้ผู้ชมภาพยนตร์ทั่วโลกรู้จักและสนใจเข้ามาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น
การถ่ายทำภาพยนตร์จะกลายเป็น Trigger สำคัญ
ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้กลับมาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น
ซึ่งเมื่อช่วงปีที่แล้ว กองถ่ายหนังเรื่อง Extraction ของ Netflix (ก่อนหน้านี้ใช้ชื่อว่า Dhaka) นำแสดงโดย คริส เฮมส์เวิร์ธ หรือที่รู้จักกันจาก ‘ธอร์ เทพเจ้าสายฟ้า’ หนังเรื่องนี้ยังเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงในวงกว้างว่า ฉากที่ใช้ถ่ายทำกว่า 80% คือฉากที่มาถ่าย ในประเทศไทยเมื่อปี 2019 ฝีมือทีมงานคนไทยกว่าร้อยชีวิตที่ตกแต่งโลเคชั่นในไทยให้เหมือนประเทศบังกลาเทศ แบบแนบเนียนชนิดที่คิดไม่ถึงเลยทีเดียวโดยไปถ่ายทำทั้งที่ราชบุรี ภูเก็ต และกรุงเทพฯ อีกด้วย แน่นอนว่ากองถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่องถูกผลกระทบจากโควิดทำให้การถ่ายทำหยุดชะงัก อย่างเช่นเรื่อง Nightmare Alley ที่กำลังถ่ายทำในประเทศแคนาดาอยู่ดีๆก็ถูกขัดจังหวะจากวิกฤต coronavirus ซะงั้น แต่ข่าวดีคือประเทศแคนาดาได้มีการเปิดประเทศ อนุญาติให้กองถ่าย Hollywood สามารถดำเนินการถ่ายทำภาพยนตร์ต่อได้ เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจและวัฒนธรรมภายในประเทศให้กลับมาฟื้นฟูอีกครั้ง จึงคาดว่าหนังน่าจะสามารถกลับมาถ่ายทำภาพยนตร์ในฤดูใบไม้ร่วงได้อีกครั้ง3. นักท่องเที่ยวกลุ่มที่เข้ามาใช้บริการ Medical and Wellness
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ Medical Tourism เป็นอีกหนึ่ง Mega Trend ของประเทศไทย กระแสนี้เกิดขึ้นเนื่องจากคนที่มีรายได้สูง ต้องการคุณภาพทางการแพทย์ในระดับสูง การบริการแบบพรีเมี่ยม และราคาที่รับได้ ประเทศไทยจึงเป็นตัวเลือกที่ดี ในการเป็นแหล่งรักษาร่างกาย เนื่องจากมีหมอฝีมือดี โรงพยาบาลที่บริการเป็นเยี่ยม มีสถานที่ท่องเที่ยวให้เลือกหลายหลาย อยู่ในทำเลที่ง่ายต่อการเดินทางไปที่ประเทศอื่นต่อ และยังมีค่าครองชีพไม่สูงเลย ค่ารักษาก็ถูกมาก ถ้าเทียบกับประเทศต้นทางของผู้ที่มารักษาตัว ประเทศไทยจึงมีความคิดที่จะเป็น Medical Hub หรือ ศูนย์กลางการรักษาสุขภาพแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สุขภาพและความปลอดภัย จะกลายเป็นเกณฑ์อันดับแรกในการสร้างความเชื่อมั่นให้นักเดินทาง
และด้วยวิกฤตการณ์ Covid-19 เป็นโอกาสที่ทำให้ประเทศไทยสามารถนำเอาจุดแข็งทางด้านการป้องกันการแพร่ระบาดโรคที่รวดเร็ว มาเป็นจุดขายเปิดรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้ามารักษาพยาบาล (Medical Tourism) ได้ นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีโครงสร้างพื้นฐานของจังหวัดที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีการสื่อสารและโรงแรมที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้จำนวนมากอีกด้วย
4. กลุ่มคนทำงานทางไกล (Remote Worker)
ผลจากมาตรการ Lockdown ในหลายๆประเทศ ทำให้เราต้องกักตัวอยู่ในบ้าน รวมถึงทำให้เกิดเทรนด์ Work from Home ที่เกือบทุกบริษัทต้องออกนโยบายนี้เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า คือ ให้พนักงานสามารถทำงานที่บ้านผ่านระบบออนไลน์ได้โดยที่ไม่ต้องเข้าออฟฟิศ ซึ่งเอาเข้าจริงการทำงานแบบ Work from Home ก็ไม่ได้ตอบโจทย์สำหรับทุกคน เนื่องจากสภาพแวดล้อมภายในบ้านที่ไม่อำนวยความสะดวก ขาดการพบปะสังคม เกิดความเครียด ขาดแรงกระตุ้น หรือรู้สึกแยกเวลาทำงานกันพักผ่อนไม่ออก
สำหรับประเทศไทย โควิดอาจเป็นตัวเร่งให้เกิดเทรนด์ Work from Anywhere เร็วขึ้น เพราะเนื่องจากตอนนี้ประเทศไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และกว่าภาคการท่องเที่ยวภายในประเทศจะกลับมาสู่สภาวะปกติอาจต้องใช้เวลาเป็นปีๆ คําตอบเราตอนน้ี คือ ไทยเที่ยวไทย Work from Anywhere ของกลุ่มคนไทยจะช่วยให้ธุรกิจมีรายได้เข้ามา เร็วขึ้น แถมประเทศยังมีการลงทุนผ่านธุรกิจใหม่ อาทิ Co-working space ธุรกิจรถบ้าน VanLifers ทําให้คน ในพื้นท่ีมีงานทํา มีการใช้จ่ายกับร้านค้าท้องถิ่นเกิดเงินหมุนเวียนในชุมชน ยิ่งไปกว่านั้นหลายจังหวัดไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านกาแฟต่างๆก็มีการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับคนทำงานเพิ่มขึ้น ทั้งอินเตอร์เน็ต ปลั๊กเสียบสายชาร์ต เป็นต้น
Work From Home สู่ Work from Anywhere
[USA] โรงแรม Brooklyn’s Wythe ได้ร่วมมือกับ Industrious นักออกแบบสถานที่ทำงานเพื่อสร้างสำนักงานให้เช่า เปลี่ยนห้องพักให้เป็นห้องทำงานเพื่อรองรับผู้ที่ทำงานจากที่บ้านในช่วงการระบาดของโรคโคโรนาไวรัส เนื่องจากสำนักงานหลายแห่งยังคงปิดดำเนินการเนื่องจากข้อบังคับการปิดเมือง โครงการ Industrious at Wythe Hotel มีจุดประสงค์เพื่อให้พนักงานระยะไกลสามารถเข้าถึงพื้นที่ทำงานที่ยืดหยุ่นสะอาดและมีอุปกรณ์ครบครัน Wythe Hotel สำนักงานให้เช่ารายวันตั้งอยู่ในห้องนอนสไตล์ลอฟท์เก่าของโรงแรม ซึ่งสามารถเข้าถึงพื้นที่กลางแจ้งส่วนตัวได้ ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับผู้ใช้งานสูงสุดสี่คนมีทั้ง Wi-Fi การเข้าถึงบริการการพิมพ์ และสมาร์ททีวี เฟอร์นิเจอร์ในห้องนอนจะถูกแทนที่ด้วยนั่งหรือยืนโต๊ะไม้และเก้าอี้จาก rexford สร้างสมดุลระหว่างงานทางกายภาพและงานเสมือนจริง
กว่าสถานการณ์การท่องเที่ยวจะกลับมาสู่ปกติอีกครั้งคาดว่าคงต้องใช้เวลาเป็นปีๆ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะอยู่ต่อได้หรือไม่ ถ้าเลือกจับกลุ่มเป้าหมายให้ถูก เข้าใจในสิ่งที่นักท่องเที่ยวยุคใหม่คาดหวัง คาดว่าการจะทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวบ้านเรากลับมาอีกครั้งก็คงไม่ใช่เรื่องยากเกินกำลังค่ะ
Credit :
https://www.businesstoday.co/business/23/07/2020/ท่องเที่ยว-3/
https://www.bizcommunity.com/Article/196/373/206542.html
https://www.dezeen.com/2020/07/24/wythe-hotel-offices-remote-working/
https://www.cicnews.com/2020/07/hollywood-can-resume-filming-in-canada-0715024.html#gs.c04ube
https://positioningmag.com/27848
https://today.line.me/th/article/ให้ทาย+ซีนนี้ถ่ายที่ไหนในไทย+8+ภาพยนตร์ดัง+ที่เลือกใช้ประเทศไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำ+ซีนนี้มา-ZNL2nP
http://www.investerest.co/economy/medical-tourism/
https://www.salika.co/2020/05/25/adapt-work-from-home-to-work-from-anywhere/
ชวนคิดนโยบายนอกกรอบ … Work from Anywhere”
https://www.freepik.com/
Trend Fast Track เทรนด์สดใหม่เสิร์ฟร้อน โดย Baramizi Lab ศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซปต์แห่งอนาคต เราได้ทำการ Spot กรณีศึกษา (Case Study) จากข่าวสารแหล่งต่างๆ และศึกษาเทรนด์การออกแบบประสบการณ์เด็ดๆ อะไรที่แบรนด์พร้อมใจกันสร้าง และ Launch ออกมาทั่วโลกในแต่ละสัปดาห์
#FutureLabResearch #ResearchForBusiness #FutureTrendResearch #TrendFastTrack2020 #WisdomDrivetheFuture #Travel #Covid #Corona #Tourism

Leave a Reply